
อยู่บ้านให้เย็นใจในหน้าร้อน
ใกล้ฤดูร้อนเข้าไปเท่าไหร่ อุณหภูมิก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นจนปรอทแทบแตก แดดแรง อากาศก็แสนอบอ้าว
โดย...ไอเดียดี ภาพ : คลังภาพโพสต์ทูเดย์
ใกล้ฤดูร้อนเข้าไปเท่าไหร่ อุณหภูมิก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นจนปรอทแทบแตก แดดแรง อากาศก็แสนอบอ้าว แทบไม่อยากก้าวเท้าออกจากบ้านกันเลยทีเดียว
สารพัดวิธีที่คุณๆ ทั้งหลายงัดกันออกมาคลายร้อน ให้สบายอกสบายใจ คงหนีไม่พ้นขับรถไปเที่ยว เดินเล่นในห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็นั่งแช่อยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ ไม่กระดิกไปไหนทั้งสิ้น จนกว่าดวงตะวันจะราแสงนั่นแหละ
วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ ในการคลายร้อนให้บ้านของเรา เพื่อที่จะได้อยู่กับมันได้อย่างมีความสุขร่มเย็น
อาจารย์ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ สถาปนิกชื่อดัง แนะนำว่าต้องกางร่มให้บ้าน เนื่องจากหลายบ้านปลูกสร้างมานาน ไม่สามารถหันบ้านหลบแดดได้ มีวิธีแก้คือ กางร่มให้บ้าน เพื่อให้ตัวบ้านถูกแสงแดดน้อยที่สุด
วิธีกางร่มง่ายๆ คือ ติดกันสาดให้ยาวขึ้น เนื่องจากปัจจุบันการสร้างบ้านนิยมลอกเลียนแบบบ้านทรงยุโรปที่มีหลังคาสั้น ซึ่งไม่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศเมืองไทย ดังนั้นจึงควรติดกันสาดให้ยาวขึ้นเช่นเดียวกับบ้านไทยโบราณ เพื่อกันแสงแดดที่จะส่องเข้าบ้านโดยตรง
ส่วนวิธีต่อมาที่ง่ายและได้ประโยชน์ที่สุดก็คือ ปลูกต้นไม้บริเวณรอบๆ บ้าน เพราะนอกจากต้นไม้จะให้ร่มเงาแก่บ้านแล้ว ต้นไม้ยังดึงความร้อนจากอากาศรอบๆ ทำให้อุณหภูมิบริเวณใกล้เคียงลดลง อย่าลืมว่าต้นไม้หนึ่งต้นเทียบเท่ากับเครื่องปรับอากาศหนึ่งตัวทีเดียว ยิ่งปลูกต้นไม้หลายต้นก็ยิ่งช่วยให้บ้านเย็นขึ้นเท่านั้น
การขุดบ่อน้ำบริเวณบ้าน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ให้น้ำระเหย พาความร้อนออกนอกบ้าน แต่ทั้งนี้บ่อน้ำนั้นต้องลึกเพียงพอคือ มากกว่า 1.5 เมตรขึ้นไป หากบ่อน้ำตื้นกว่านี้ นอกจากไม่ช่วยระบายความร้อนแล้ว ยังจะทำให้ร้อนมากขึ้นด้วย
สถาปนิกคนเดิมกล่าวต่อว่า วิธีคลายร้อนอีกวิธีคือ ยอมให้ลมพัดผ่าน ถ้าบ้านมีลมเย็นพัดผ่าน ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ
ทิศทางลมหลักคือ ลมฤดูร้อนพัดมาจากทางทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนลมฤดูหนาวพัดมาจากทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ หากวางบ้านให้ถูกทิศ โอกาสรับลมก็จะมีมากขึ้น หากต้องการประหยัดค่าไฟก็ต้องใช้วิธีเปิดบ้านรับแสงธรรมชาติ นอกจากจะไม่เปลืองค่าไฟแล้ว ยังทำให้ห้องไม่อับชื้นอีกด้วย ซึ่งหลังจากปรับบ้านเสร็จแล้ว ก็ควรต้องปรับพฤติกรรมของตนเองด้วย คือ เมื่อทราบแล้วว่าบริเวณใดมีแสงและลมผ่าน ก็ควรปรับการใช้สอยให้เหมาะสม เช่น ตั้งโต๊ะเก้าอี้นั่งเล่นสำหรับพักผ่อน เป็นต้น
สำหรับ การติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อน เพื่อป้องกันความร้อนเข้าบ้าน ก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ปัจจุบันฉนวนกันความร้อนมีหลายชนิดและหลายประเภท สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการและตามงบประมาณที่มี หากบ้านของเรามีการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศเพียงบางห้อง บางเวลา ก็ต้องเลือกเครื่องปรับอากาศ ติดตามงบประมาณที่มีในจุดที่ได้รับความร้อนมากที่สุดก่อน
นอกจากนี้ การเปิดพัดลมช่วย ก็เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง สำหรับห้องปรับอากาศที่มีขนาดใหญ่ เรามักจะใช้วิธีเร่งลมที่เป่าออกมา หรือไม่ก็ปรับอุณหภูมิให้ต่ำลง จะได้เย็นทั่วห้อง การทำเช่นนั้นจะทำให้เครื่องปรับอากาศใช้พลังงานมากขึ้น และที่สำคัญเปลืองไฟมากขึ้น
อาจารย์ยอดเยี่ยมยังแนะนำวิธีการใช้เครื่องปรับอากาศให้ประหยัดพลังงานมาฝาก โดยการตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 2527 องศาเซลเซียส แล้วเปิดพัดลมเบอร์ 3 ตั้งวางพัดลมห่างจากผนัง 3 เมตร พร้อมๆ กัน ก็จะทำให้รู้สึกเย็นสบายลงอีก 2-3 องศาเซลเซียส
ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ...ทวนซ้ำอีกครั้ง กางร่มให้บ้าน ปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่น ขุดบ่อน้ำ ปล่อยให้ลมพัดผ่าน ติดฉนวนกันความร้อน และใช้พัดลมช่วย
เพียงเท่านี้ บ้านอันรุ่มร้อนก็ค่อยคลายกลายเป็นเย็นสบายเข้ามาแทนที่ได้แล้ว







