
วิทูวัฒน์ อังสนานนท์ ไอทีคือลมหายใจ
ออกตัวไว้ก่อนว่า ในอดีตเป็นคนโลว์เทค ค่อนไปทางเทคโนโลยีด้วยซ้ำ สำหรับ อาร์ตวิทูวัฒน์ อังสนานนท์
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา
ออกตัวไว้ก่อนว่า ในอดีตเป็นคนโลว์เทค ค่อนไปทางเทคโนโลยีด้วยซ้ำ สำหรับ อาร์ต-วิทูวัฒน์ อังสนานนท์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่งบริษัท เอชทูโอ ไฮโดร ผู้นำเข้าน้ำแร่บริสุทธิ์จากประเทศไอซ์แลนด์ แต่ด้วยอาชีพการงานที่ไต่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เทคโนโลยีก้าวเข้ามาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในชีวิต ที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นและไม่พลาดทุกนัดหมายสำคัญ
อาร์ต ย้อนวันวานว่า จริงๆ แล้วก่อนที่จะมาอยู่จุดนี้ เขาเติบโตมาจากสายงานด้านการเงิน เพราะจบปริญญาตรีด้านไฟแนนซ์มาจากมหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตต แต่ทว่าชีวิตการทำงานก็หักเหมาตลอด จากสายการเงินก็เริ่มเข้ามาสู่สายงานโฆษณา การตลาด ซึ่งประสบการณ์ที่สั่งสมมานานตลอด 12 ปีจนถึงวันนี้ กลายเป็นคลังความรู้และประสบการณ์ที่ไม่อาจประเมินค่า และผลักดันให้อาร์ตก้าวขึ้นสู่ทำเนียบผู้บริหารหนุ่มในวันนี้ได้อย่างไม่ต้องกังขาเรื่องความสามารถ
และด้วยตำแหน่งการงานที่ไม่ต่างจากฟันเฟืองสำคัญของบริษัทนี้เอง ทำให้เด็กหนุ่มที่เคยแอนตี้เทคโนโลยี ต้องหันมาเรียนรู้และใช้ไอทีเป็นเพื่อนคู่ใจ เพราะสำหรับอาร์ตการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วฉับไวไร้กรอบถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ
“ทุกอย่างมันมาพร้อมกับตำแหน่งเรา พอมาถึงระดับหนึ่งบางครั้งในการประชุมต้องมีทีม มีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ตอนแรกผมก็ยังดื้อไม่เอาๆ เทคโนโลยี จะทำทุกอย่างแบบพึ่งตัวเองเหมือนเดิม แต่พอเอาเข้าจริง ปรากฏว่าเราทำอย่างหนึ่ง ก็ลืมอีกอย่างหนึ่ง กลายเป็นว่า บางงาน บางอีเมล เราต้องตอบทันที ดันลืม พอเราไม่ตอบคนที่รออีเมลเราก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นผมเลยต้องเปลี่ยนตัวเองและหันมาเรียนรู้ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน โดยอาศัยถามน้องๆ ให้ช่วยสอน”
สำหรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงโลกใบเดิมของอาร์ตไปมากที่สุด อาร์ตยกให้แบล็คเบอร์รี่ โดยเฉพาะความสามารถในการรับส่งอีเมลได้แบบฉับไว แถมยังทำอะไรได้อีกหลายต่อหลายอย่าง ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่มันก็มีด้านลบเหมือนกัน ตรงที่เมื่องานกลายเป็นสิ่งที่เราเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ชีวิตผมเลยเหมือนไม่มีเวลาปิดสวิตช์สำหรับคำว่า “งาน”
นอกจากอาชีพการงานจะทำให้ชีวิตไม่เคยห่างไอทีแล้ว ในแง่ชีวิตส่วนตัว อาร์ตก็เป็นหนึ่งในผู้บริหารหนุ่มที่โลกส่วนตัวหมุนไปด้วยไอทีด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กหรือการติดต่อเพื่อนๆ ผ่านแบล็คเบอร์รี่ที่เจ้าตัวมีอยู่หลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มเพื่อนเล่นกีฬารักบี้ อันเป็นกีฬาที่เจ้าตัวโปรดปราน กลุ่มเพื่อนที่ทำงาน กลุ่มเพื่อนเฮฮา ซึ่งการจัดกลุ่มเพื่อนแบบนี้ อาร์ตเห็นว่าช่วยให้ง่ายต่อการบริหารจัดการชีวิตในหลายๆ เรื่อง เช่น สมมติสมัยนี้จะชวนเพื่อนมาร่วมงานแต่งงาน เราก็อาจจะมีวิธีการ์ดชวน หรือเตือนความจำในหลายระดับ เช่น รอบแรกอาจใช้วิธีส่งไปทางเฟซบุ๊กก่อนเพื่อแจ้งให้ทราบ แล้วค่อยส่งเป็นการ์ดเชิญตามไปอีกที แต่วิธีนี้เจ้าตัวบอกว่าขอสงวนไว้สำหรับแขกผู้ใหญ่ที่ถึงอย่างไรการส่งการ์ดแบบถึงมือน่าจะเหมาะสมที่สุด
ชีวิตที่ผูกติดกับเทคโนโลยีจนแทบแยกไม่ออกนี้ ชวนให้สงสัยว่า ผู้บริหารหนุ่มกำลังปล่อยให้ไอทีล้ำเส้นเข้ามาในชีวิตหรือไม่ งานนี้หนุ่มอาร์ตไขข้องใจว่า การปล่อยให้เทคโนโลยีเข้ามาข้องเกี่ยวในชีวิตมากเกินไป คือ สิ่งที่เจ้าตัวเคยกลัว แต่ก็ต้องพยายามหาทางจัดการและควบคุมให้ทุกอย่างอยู่ในลิมิต
“อย่างผมใช้แบล็คเบอร์รี่ บางครั้งมันก็ทำให้ไม่อาจตัดขาดกับงาน แต่ผมก็ต้องพยามยามนะ อย่างสมมติในเวลาส่วนตัวของผม ผมก็จะปิดมือถือ ถ้าไปออกกำลังกายผมก็จะทิ้งไว้ในล็อกเกอร์ ไม่สนใจ แต่อาจจะบอกคนที่เขาอาจจะต้องติดต่อเราไว้ก่อนนิดนึง ว่าเราอยู่ไหน ทำอะไร หรืออย่างวันไหนไปตีกอล์ฟก็เหมือนกัน ผมก็จะไม่ยุ่งกับมือถือเลย ถ้าไม่ถึงกับปิดเครื่องก็จะเอามาเช็กทุกชั่วโมงแทนที่จะดูตลอดเวลา เพราะบางครั้งเทคโนโลยีมันทำให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างน้อยลง อีเมลก็เหมือนกันนะ บางทีโต๊ะเราอยู่ข้างๆ เดินมาหากันก็ดี คนเราไม่ใช่หุ่นยนต์ซะหน่อย”







