posttoday
ผู้หญิงเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าผู้ชายไม่เปลี่ยนด้วย

ผู้หญิงเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าผู้ชายไม่เปลี่ยนด้วย

07 มีนาคม 2555

ใกล้วันสตรีสากลเข้ามาแล้ว ถ้าไม่พูดถึงเรื่องสาวๆ บ้างเดี๋ยวจะไม่อินเทรนด์นะคะ

โดย...หนูดี-วนิษา เรซ

ใกล้วันสตรีสากลเข้ามาแล้ว ถ้าไม่พูดถึงเรื่องสาวๆ บ้างเดี๋ยวจะไม่อินเทรนด์นะคะ จริงๆ แล้วเรื่อง “ผู้หญิงๆ” นั้น เป็นหัวข้อโปรดของหนูดีมากๆ อาจเป็นเพราะความเป็นเพศหญิงมีอะไรให้เราภูมิใจได้มากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีอะไรอีกมากที่ทำให้เราหวาดกลัว และรู้สึกว่าเป็นความเสี่ยงประจำเพศของเราจริงๆ เช่น เรื่องการถูกทารุณ ทำร้าย เอาเปรียบ ไปจนกระทั่งเรื่องที่ผู้หญิงทุกคนหวาดกลัว คือ การข่มขืน หนูดีว่าถ้าให้โหวตกัน เรื่องนี้ติดอันดับหนึ่งในใจลูกผู้หญิงทุกคนแน่นอน

แต่ในโอกาสนี้จะมาพูดเรื่องหดหู่คงไม่เหมาะ เพราะจริงๆ หนูดีว่าเพศหญิงมีอะไรให้เฉลิมฉลองมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า “เพศชาย” ด้วยว่าเขาช่วยดูแลสังคมนี้จนทำให้ผู้หญิงสามารถเฉลิมฉลองเพศหญิงของตัวเองได้มากหรือน้อย

เคยดูประกวดนางงามจักรวาลปีหนึ่ง มีคำถามรอบสุดท้ายว่า “ถ้าคุณได้ตำแหน่งและคุณเกิดตั้งครรภ์ คุณยังสมควรดำรงตำแหน่งต่อไปไหม” คนที่ชนะเลิศนั้นตอบว่า “สมควรค่ะ เพราะว่า การเป็นผู้หญิงคือการเฉลิมฉลองความเป็นเพศหญิง และการประกวดนางงามจักรวาล ก็คือการเฉลิมฉลองเพศหญิงรูปแบบหนึ่ง แต่การตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูก เป็นการเฉลิมฉลองความเป็นเพศหญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” เอาไปเลยค่ะ ตำแหน่งและมงกุฎ หนูดีฟังแล้วร้องไห้เลย เธอตอบดีจริงๆ ค่ะ

หนูดีเคยได้อ่านประธานาธิบดีอเมริกันท่านหนึ่งบอกไว้นานแล้วว่า “ผู้หญิงจะเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าผู้ชายไม่เปลี่ยนด้วย” ฟังแล้ว และลองนึกตาม ก็เห็นภาพค่ะ เพราะถ้าในอดีตผู้ชายส่วนใหญ่ยังคงไม่ยอมให้ผู้หญิงได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ได้เริ่มเรียนหนังสือเทียบเท่ากันในระดับอุดมศึกษา ไม่ยอมให้เราได้ออกไปทำงานนอกบ้าน ไม่ยอมให้เราได้ใส่กางเกง ได้เล่นกีฬา และได้มีสิทธิในการโหวตเลือกตั้ง ฯลฯ พวกเราก็คงต้องต่อสู้มากกว่านี้อีกเยอะ และใช้เวลานานกว่านี้อีกมากกว่าจะได้มีสิทธิมากมายแบบทุกวันนี้

ผู้ชายกลุ่มนี้ถ้าหนูดีจะเรียกเขาว่าเป็น “เฟมินิสต์” ก็คงไม่ผิดนะคะ ในอดีตหนูดีคิดว่ามีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่เป็นเฟมินิสต์ได้ แต่พอเรียนครอบครัวศึกษา และได้ดูคำจำกัดความของคำนี้ ก็เลยรู้ว่า “เฟมินิสต์” หรือ “นักสิทธิสตรี” นั้น เพศไหนๆ ก็เป็นได้ถ้าคุณเห็นค่าและให้เกียรติเพศหญิง และยินดีต่อสู้เพื่อสิทธิและความปลอดภัยของเพศหญิงจริงๆ และผู้ชายนั้น หากคุณรักแม่ รักภรรยา รักลูก รักเพื่อนๆ ที่เป็นผู้หญิง และคุณอยากให้เขามีชีวิตที่ดี ที่มีคุณภาพ คุณก็เป็นเฟมินิสต์เช่นเดียวกัน ดังนั้นในฐานะลูกผู้หญิงคนหนึ่ง ในวันสตรีสากล 8 มี.ค.นี้ หนูดีก็ต้องขอปรบมือดังๆ ให้กับผู้ชายที่เป็นเฟมินิสต์ในอดีต ที่ผ่านกฎหมายให้ผู้หญิงโหวตได้ ให้ผู้หญิงมีสิทธิเลือกเก็บคำว่า “นางสาว” หรือเก็บนามสกุลไว้ได้ (ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากใช้นามสกุลคุณผู้ชาย หรืออยากแอ๊บเป็นนางสาวตลอดกาล แต่การที่ให้เรามีสิทธิ “เลือก” ได้ มันทำให้เรารู้สึกดีจริงๆ ค่ะ) รวมถึงผู้ชายอีกจำนวนมากที่เป็นเฟมินิสต์ในปัจจุบัน และในอนาคต หากหนูดีมีลูกมีหลานเป็นเด็กผู้ชาย ก็จะสอนให้เขาโตขึ้นแบบเฟมินิสต์เช่นกันค่ะ

ที่บอกว่า “ผู้หญิงเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าผู้ชายไม่เปลี่ยนด้วย” นั้น ยิ่งเห็นเป็นจริงมากในปัจจุบัน เพราะว่าผู้หญิงได้ก้าวเดินเข้ามาในโลกของผู้ชายอย่างสง่าผ่าเผยมาหลายสิบปีแล้ว เราเป็นวิศวกร เป็นนักกีฬาปะทะ เป็นนักการเมือง เป็นนักข่าว เป็นทหาร เป็น ฯลฯ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป เรียกว่าเราเดินออกจาก “ในบ้าน” มาทำงาน “นอกบ้าน” อย่างเอาจริงเอาจังกันมาก แต่เมื่อเดินกลับเข้าไปในบ้าน ผู้หญิงเราก็ยังคงถูกคาดหวังให้เป็น “แจ๋ว” คล้ายๆ ในอดีต

เรื่องนี้ถูกคอนเฟิร์มโดยผู้ฟังท่านหนึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (ตอนนี้หนูดีจัดรายการวิทยุคลื่น MET 107 อสมท ในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เวลา 08.00-09.00 น. ค่ะ คุยกันประเด็นอินเทรนด์เป็นข่าวประจำวันนั้น ใครขับรถไปทำงาน ติดตามฟังกันด้วยนะคะ จัดคู่ดีเจปูเป้ ที่คอยเปิดเพลงฝรั่งฮิตติดชาร์ตให้ฟังสลับกันไป โทร.เข้ามาคุยกันได้ด้วยค่ะ 1 สาย ทุกวัน ที่เบอร์ 02-245-1843) “คุณจุ๋ม” ก็เล่าในประเด็นนี้ว่า เธอก็เป็นสาวยุคใหม่ที่ทำงานแล้ว และแต่งงานแล้วด้วย และประสบสถานการณ์นี้เลยค่ะ ต้องเก่งนอกบ้านและพอกลับบ้าน ก็ต้องเป็นแม่บ้านไปด้วย ซึ่งเธอก็ชมสามีว่า เขาดูแลเธอดีมากในทุกๆ เรื่อง แต่สำหรับเรื่องงานบ้านแล้ว เธอก็เป็นแม่งานหลักอย่างเลี่ยงไม่ได้ เท่ากับว่าเธอโหลดจริงๆ

เธอเลยอยากเชิญชวนคุณผู้ชายให้ลองทำงานบ้าน ทำอาหาร และล้างจานเพิ่มขึ้นอีกนิด เพราะในยุคนี้ ต่อให้คุณมีเงินจ้างแม่บ้านได้ แต่ถ้าอยากอยู่คอนโด ก็ไม่รู้จะเอาแม่บ้านไปไว้ไหน ในที่สุดก็ต้องมาทะเลาะกันด้วยเรื่องจุกจิก เช่น วันนี้ตาเธอล้างจานนะ หรือทำไมไม่เก็บผ้าตัวเองล่ะ ฯลฯ

ประเด็นที่น่าสนใจกว่านี้ก็คือ จริงๆ ผู้ชายหลายคนก็อยากเข้ามาในโลกของผู้หญิงนะคะ แต่พวกเราจำนวนมาก หรือสังคมโดยส่วนรวมไม่ยอมให้เขาเข้ามาเอง เข้ามาไม่ได้หมายความว่าเข้ามาเป็นแฟนกับผู้หญิง แต่หมายความว่าให้เขาเข้ามาทำกิจกรรมของผู้หญิงได้ โดยไม่มองว่าเขาเป็นคนประหลาด หรือเป็นเกย์ไป

หนูดีเคยเข้าชมรม “ถักนิตติง” สมัยเรียนแมรีแลนด์ และคุณครูที่สอนเป็นครูผู้ชายซึ่งถักนิตติ้งได้เก่งน่าดู หนูดีเองก็นึกว่าเขาเป็นเกย์ค่ะ (แหะๆ) จนเขาพาแฟนที่เป็นผู้หญิงแท้ๆ มาแนะนำ ทำเอาพวกนักเรียนเอ๋อไปเลย พอเห็นแบบนั้นครูก็บ่นแบบน้อยใจว่า นี่ไง ตราประทับที่ผู้ชายทุกคนที่มาทำกิจกรรมของผู้หญิงต้องเจอ คือ พอชอบเย็บปักถักร้อย ชอบทำอาหาร ชอบเรื่องแฟชั่นก็ต้องถูกมองว่าเป็นเกย์ มันยุติธรรมแล้วเหรอ เพราะรสนิยมของเขาไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียหน่อย เขาชอบผู้หญิงนะ แต่เขาก็แค่ชอบถักนิตติงไปด้วยเท่านั้นเอง

โดยเฉพาะเด็กๆ ผู้ชาย ที่อยากเล่นทำอาหาร อยากเล่นตุ๊กตา เย็บปักถักร้อย ฯลฯ หนูดีว่าไม่เห็นประหลาด เพราะเด็กผู้หญิงเดี๋ยวนี้ก็เล่นต่อสู้ เล่นเทควันโด เล่นยิงปืน สารพัด ถ้าเรายอมให้เด็กผู้หญิงก้าวเข้าสู่โลกเด็กผู้ชายได้ เราก็ควรยอมให้เด็กผู้ชายก้าวเข้าสู่โลกผู้หญิงได้ โดยไม่มีตราประทับแย่ๆ เช่นกัน เขียนมาถึงบรรทัดนี้หนูดีก็คงต้องลุกขึ้นเป็นนักสิทธิบุรุษบ้างแล้ว และบอกว่า “ผู้ชายจะเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าผู้หญิงไม่เปลี่ยนด้วย” เช่นกันค่ะ

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท