
ข้างร้านไก่ย่าง
Iseya เป็นร้านกาแฟ Starbucks 2 ร้านที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ข้างร้านไก่ย่าง Iseya เป็นร้านกาแฟ Starbucks 2 ร้านที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
แต่อยู่ติดกันปานประหนึ่งเพื่อนต่างสไตล์ที่คบหากันได้โดยไม่ขัดกัน เป็นภาพแปลกตาที่หาดูได้ไม่ยากในประเทศญี่ปุ่น ผมชื่นชอบภาพแบบนี้มากเป็นพิเศษ เพราะมันแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันบนความต่างอย่างกลมกลืน ซึ่งหาดูได้ยากในบ้านเรา
ผมเดินตรงขึ้นไปเรื่อยๆ บนถนนสายหลัก ตลอดสองข้างทางมีร้านค้าหนาแน่นอยู่ มีทั้งร้านอาหาร ร้านขายของแต่งบ้าน และร้านเสื้อผ้าเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งร้านเสื้อผ้าเกือบทั้งหมดเป็นร้านมือสอง ผมเลยขออนุญาตเรียกถนนเส้นนี้ว่า ถนนมือสอง ก็แล้วกันครับ ความน่าสนใจของร้านเสื้อผ้ามือสองบนถนนเส้นนี้คือ มีเสื้อผ้ามือสองหลากหลายสไตล์ รวมทั้งเสื้อผ้าน้องหมาน้องแมวก็ยังมีร้านมือสองกับเขาเหมือนกัน ในบรรดาร้านมือสองบนถนนเส้นนี้ มีร้านดังอยู่ร้านหนึ่งชื่อ RAG TAG เป็นร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมมือสองครับ ใครเป็นสาวกแบรนด์ดังเห็นแล้วคงน้ำลายหยด ทั้งแบรนด์ดังข้ามชาติอย่าง Chanel, Prada, Gucci, Dior, Pual Smith, Marc Jacobs ฯลฯ หรือจะเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่ดังข้ามโลกอย่าง Comme des Garcons ก็ยังมี นี่ยังไม่นับแบรนด์ท้องถิ่นอีกมากมายหลายแบรนด์
ร้านดังๆ ในญี่ปุ่นส่วนมากจะมีที่มาน่าสนใจ อย่างร้าน RAG TAG นี่ก็เกิดจากการที่เจ้าของผู้ก่อตั้งไปได้ยินเสียงรำพึงรำพันของเด็กมัธยมที่อยากใช้สินค้าแบรนด์เนม แต่สู้ราคาไม่ไหว เลยมีความคิดที่อยากจะหาสินค้าแบรนด์เนมราคาถูกมาจำหน่ายให้กับคนที่ไม่อยากจ่ายราคาแพง จึงได้ก่อตั้งร้าน RAG TAG ขึ้นมาตอบสนองความต้องการของเด็กสาวและวัยรุ่น และด้วยความที่ต้องจัดการกับสินค้าแบรนด์เนมเก่า โดยเฉพาะการทำความสะอาดให้ดูดีเหมือนใหม่ ซึ่งต้องใช้ความพิถีพิถัน รวมถึงความชำนาญเป็นอย่างสูง ทำให้ RAG TAG เชี่ยวชาญการทำความสะอาดสินค้าแบรนด์เนม ก็เลยต่อยอดความสามารถนี้เปิดเป็นร้าน R Cleaning บริการทำความสะอาดสินค้าและเสื้อผ้า โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนม และได้รับความไว้วางใจจากคุณสุภาพสตรีเป็นอันมาก แต่ด้วยความที่ร้าน RAG TAG ให้บริการทั้งรับซื้อและขาย จึงไม่ได้มีแต่สินค้าแบรนด์ดัง สินค้าแนวอื่นๆ ก็มีด้วย จึงแตกไลน์ออกมาอีก 1 ร้าน ชื่อ RT ที่ควรจะย่อมากจาก RAG TAG แต่กลับไม่ใช่ เพราะเขาให้คำจำกัดความว่ามาจาก Real Treasure เพราะสินค้าที่มีคนนำมาขายนั้นมากกว่าแค่แบรนด์ดัง จะละทิ้งไม่สนใจก็เสียดาย เหมือนขุมทรัพย์ที่กองอยู่ตรงหน้าควรเอามาทำประโยชน์ให้เต็มที่ ร้าน RT นี้ก็เลยเน้นสินค้าที่หลากหลายขึ้น และขยับช่วงของวัยไปจนแตะรุ่นใหญ่กันเลย
ก่อนจะสุดถนนมือสองมีร้านเครปคุ้นตาอยู่ ใครไปเดินถนนทาเคชิตะที่ฮาราจูกุบ่อยๆ คงจำกันได้ ร้าน Marion Crepes สีฟ้าสด แต่พอมาอยู่ที่คิชิโจจินี้สีหม่นหมองออกไปทางเขียว ไม่สดใสถูกใจวัยรุ่นเหมือนย่านนู้น ลืมบอกไปว่าบนถนนมือสองนี้อะไรๆ น่ารักเยอะอยู่ ที่เด่นๆ เห็นจะเป็นรูปปั้นเด็กผู้หญิงยืนส่งจุ๊บน่ารักอยู่ตรงมุมตึก ดูแล้วนึกถึงรูปปั้นเด็กยืนฉี่ที่เบลเยียมขึ้นมาทันที ยังมีอีกร้านที่ถูกใจคือร้าน Freshness Burger ที่เอาตุ๊กตาหมีตัวเบ้อเริ่มมานั่งคอตกเรียกแขกอยู่หน้าร้าน ดูแล้วขำดี แล้วก็ยังมีรูปปั้นน้องหมาที่หน้าร้าน RAG TAG ถ้าไม่สังเกตก็นึกว่าเจ้าของหมาผูกหมาไว้ก่อนเข้าไปเดินช็อปในร้าน แต่ที่เด็ดดวงที่สุดผมยกให้ร้านอาหารไทยเปปเปอร์มินต์ คาเฟ่ ที่ขึ้นป้ายร้านเป็นภาษาไทยพร้อมเมนู จิ้มจุ่ม (รสแซบ) ลาบ (รสเด็ด) ปลาเผา ไก่ย่าง สเต๊กลาว ส้มตำ ที่ผมเดาเอาว่าขนมาจากเมืองไทยแน่นอน เพราะมีคำว่า โค้ก เป็นภาษาไทยอยู่ในป้ายด้วย เห็นแล้วอยากของเผ็ดขึ้นมาทันที ยิ่งเห็นธงญี่ปุ่นสีสดที่เขียนเมนูแกงเขียวหวานและแกงเผ็ดที่หน้าร้าน ดูแล้วยิ่งคิดถึงบ้าน เลยต้องรีบเดินออกห่างไปไกลๆ ใครเป็นแฟนสินค้ามือสอง มาเดินถนนเส้นนี้คงได้หิ้วของจนเต็มสองมือ
สุดถนนมือสองเป็นห้าง มารุอิ ที่หน้าห้างก็มีเสื้อผ้ามือสองขายอยู่ด้วย บนห้างมารุอินี้มีของดีสำหรับคนรักงานฝีมืออยู่ที่ชั้น 7 และ 8 เป็นห้างเล็กที่อยู่ในห้างใหญ่ชื่อ ห้างยูซาวะ (Yuzawa) คนญี่ปุ่นรุ่น 40 บวก ส่วนมากจะคุ้นหู เพราะห้างนี้เขามีอุปกรณ์การฝีมือเพียบ ใครชอบเย็บปักถักร้อย ทำเครื่องประดับ ตัดเย็บเสื้อผ้า มาที่นี่ที่เดียวได้ของครบ แต่ถ้าไม่สนใจลองไปตึกข้างห้างมารุอิ มีร้าน MUJI ให้เห็นเด่นชัด แต่ที่อยากแนะนำคือร้านร้อยเยน Seria เป็นร้านมีระดับจากจังหวัดกิฟุ ใครที่เคยติดภาพร้านร้อยเยน Daiso ที่บ้านเราก็มี ขอให้คิดใหม่ได้เลย เพราะร้านร้อยเยนร้านนี้เขาคัดแต่ของดีๆ มาลง การจัดร้านก็โล่งโปร่งตา และก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างราคา 100 เยน ของหลายอย่างเกินกว่าร้อย แต่คุณภาพก็ดีกว่ากันอย่างเห็นได้ชัด เป็นร้านร้อยเยนที่ดีที่สุดในทัศนะของผม
และเมื่อมาถึงที่ห้างมารุอิก็เป็นอันว่าผมพาท่านผู้อ่านเดินสำรวจย่านคิชิโจจิจนครบหนึ่งรอบแล้ว อะไรที่น่าสนใจก็ได้บอกไปจนหมดสิ้น แต่ถ้ายังไม่สมใจ ในเดือน เม.ย. รายการ Holiday Japan ก็จะออกอากาศย่านคิชิโจจิให้ดูกันชัดๆ ใครสนใจลองติดตามข่าวสารได้ที่ www.jplan.co.th ครับ







