
สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า ‘อิซากายะ’
โดย...สาโรจน์ มีวงษ์สม / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี – ทวีชัย ธวัชปกรณ์
โดย...สาโรจน์ มีวงษ์สม / ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี – ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเหมือนกันว่า แอบหลงรัก “อิซากายะ” (Izakaya) บาร์เหล้าญี่ปุ่นแบบโบราณนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่จุดเริ่มต้นมันมีอยู่ว่า พอหลังเลิกงาน เพื่อนๆ และผมมักจะชวนกันไปจิบสาเกอุ่นๆ แกล้มกับอาหารญี่ปุ่นจานเล็กจานน้อยที่ร้าน อิโมย่า ร้านเหล้าญี่ปุ่นเล็กๆ ในซอยสุขุมวิท 24 หลังห้างเอ็มโพเรียม ก่อนกลับบ้านอยู่หลายหน
เชื่อมั้ย...? เพียงแวบแรกที่เห็นหน้าร้าน ก็ทำให้แอบเพ้อเสียแล้ว ประหนึ่งว่าค้นหามานาน ร้านบรรยากาศสบายๆ สไตล์ญี่ปุ่นเรโทร ที่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์ทุกมุมมอง ภาพใบปิดภาพยนตร์ญี่ปุ่นสุดคลาสสิกที่แปะอยู่บนฝาผนัง ทำให้ฮีโร่ในดวงใจสมัยเด็กพวกไอ้มดหลากสีเริ่มฉายชัด มีความสุขใจอย่างบอกไม่ถูกกันทีเดียว
แม้ในชีวิตจริงยังไม่เคยไปเยือนญี่ปุ่นกับเขาสักครั้ง แต่ด้วยบรรยากาศ เครื่องดื่ม และอาหารจานเล็กจานน้อย แต่ได้ใจไปเบ้อเริ่มเฮิ่ม ก็ทำให้ผมฝันหวานไปไกลถึงถิ่นซากุระได้ไม่ยากแล้วล่ะฮะ อิอิ
ไปๆ มาๆ ก็พบว่า กระแสมาแรงไม่แพ้ไวน์หรือเบียร์บาร์เลยสำหรับ “อิซากายะ” ร้านเหล้าเล็กๆ สไตล์ญี่ปุ่น ที่รวมเอาอาหารเด็ดๆ จานเล็กจานน้อยตำรับอาทิตย์อุทัยแท้ๆ เอาไว้มากมาย ทำให้เราสัมผัสเรื่องราวของญี่ปุ่นยุคเดิมๆ ผ่านบรรยากาศเก่าๆ สาเกอุ่นๆ และอาหารรสอร่อยจานน้อยได้อย่างเนียนๆ...
อิซากายะ มาจากคำว่า Sakaya แปลว่า “ร้านสาเก” ที่ขายเครื่องดื่มช่วยเพิ่มรสชาติอาหารที่ขาดไปเสียมิได้
บางครั้งก็เรียกว่า Akachochin ที่หมายถึง “โคมสีแดง” พอเห็นโคมแดงแขวนไว้หน้าร้าน ก็เป็นอันรู้กันว่านี่คือบาร์สาเกที่ใช้เป็นสัญลักษณ์กันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ
เดิมทีนั้นอิซากายะเป็นร้านที่เน้นขายสาเกเพียงอย่างเดียว ไม่ได้มีกับแกล้มเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งน่าจะเริ่มมาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 1718 ประมาณว่าเป็นร้านที่บรรดานักดื่มญี่ปุ่นเขาใช้เทสต์รสชาติของสาเกที่มีอยู่หลายขนานกัน และเพื่อเพิ่มอรรถรสในการชิมสาเก ทางร้านก็จะเตรียมกับแกล้มเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้ให้
กับแกล้มก็จะเป็นแบบง่ายๆ มีไม่กี่อย่าง เช่น เต้าหู้เย็น ปลาหมึกหมัก ปลาซาบะ ไม่ก็ถั่วแระญี่ปุ่น พอวอร์มกันได้ที่ และถูกใจสาเกชนิดไหน ก็เอาขวดเหล้าคู่กายมาตวงไปชิลต่อกันที่บ้าน บ้างเทสต์หนักเมาพับไปก่อนก็มี อิอิ...
พอมาถึงราวศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นยุคที่ร้านอาหารของญี่ปุ่นเฟื่องฟู จากการตวงสาเกจากถัง ก็มาสู่การบรรจุขวดเพื่อความทันสมัยและสะดวกสบายในการดื่ม
บรรดาเจ้าของร้านอิซากายะเจ้าเก่าๆ ก็หัวใสปรับตัวไปตามยุคสมัย จากร้านขายเหล้าสาเกที่มีอาหารแกล้มเหล้าไม่กี่อย่าง ก็กลายเป็นร้านที่เน้นอาหารประเภทกับแกล้มตามมามากมาย กลายเป็นวัฒนธรรมการดื่มกินที่อยู่ในสายเลือดของคนญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้
โอ้โหย... ที่เมืองไทย ที่คนญี่ปุ่นมาอยู่แล้วมักติดใจไม่อยากกลับบ้านเกิด มีอิซากายะมากมายหลายร้านแกะกล่อง ใหม่กิ๊ก...
จิโซะ จิบสาเก บรรยากาศญี่ปุ่นคลาสสิก
จิโซะ (Jizo) บาร์สาเกที่ให้กลิ่นอายของญี่ปุ่นโบราณ จำลองบ้านไม้เก่าๆ แต่เก๋ที่สุด เสน่ห์อยู่ที่ฝาสังกะสีปิดผนังด้วยใบปิดภาพยนตร์ญี่ปุ่นสุดคลาสสิก เสมือนนั่งกินดื่มอยู่กรุงเกียวโต ยิ่งนั่งจิบสาเกเบาๆ เคล้าเสียงเพลงญี่ปุ่นสุดอมตะยุคประมาณปี 60 ก็ยิ่งฟีลกู๊ด!!!
ที่นี่รวมเมนูกับแกล้มที่เข้าขากันได้ดีกับสาเกร้อน-เย็น โซจู เหล้าบ๊วยและเบียร์มากกว่า 200 เมนูให้เรียกหา ทั้ง ยากิโทริ ซาชิมิ เทมปุระ เทปันยากิ และซูชิ ที่แสนเพลิน
งั้นไม่รอช้าล่ะ ขอเรียกน้ำย่อยด้วยหม้อไฟนาเบะ หม้อไฟใส่กิมจิ อุด้ง และยังอุดมไปด้วย หมู ไก่ ไข่ น้ำซุปใสใส่ชีส เพิ่มรสชาติอีกระดับด้วยถั่วหมักญี่ปุ่น เผ็ดร้อนพอประมาณ แต่คล่องคอชะมัด
ชอบของปิ้งย่างต้องนี่เลย รวมเสียบไม้ปิ้งย่าง ที่มีทั้งเนื้อสัตว์ เครื่องในและเห็ด เสียบไม้ย่างหอมๆ เพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้ม 3 รส มิโซะ น้ำมันงา และเกลือญี่ปุ่นผสมปลาแห้ง อร่อยและแตกต่าง
หรือจะเป็นชิกาวะ รวมของชุบแป้งทอดเสียบไม้ ทั้งลูกชิ้น ปลาหมึกชุบแป้งทอด หมูไส้ช็อกกาแลตชุบเกล็ดขนมปังทอด กินกับน้ำจิ้มทงคัตสึสุดเข้มข้น
ที่ห้ามพลาดซาชิมิรวม ที่มี แซลมอน ปลาโอ หนวดหมึกยักษ์ ปลากะพงขาว ปลาซาบะดอง ที่พิเศษไม่ซ้ำใครคือ ปลาทูสดจากอ่าวไทยของเรานี่เอง แหม... มันไปกันได้สวยกับเสกาอุ่นๆ เสียด้วยสิครับ อิอิ
ว่างๆ แวะไปสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นย้อนยุคกันดูแล้วคุณจะหลงรัก
(จิโซะ อยู่ที่ชั้น 2 โครงการเดอะไนน์ ถนนพระราม 9 เปิดบริการวันอาทิตย์พฤหัสบดี เวลา 12.00-23.00 น. และวันศุกร์เสาร์ เวลา 12.00-24.00 น. โทร. 02-716-7894)
สุขสุดๆ @ อิชิตัน อิซากายะ สเตเดี้ยม
ไม่ใช่บรรยากาศแบบบาร์สาเกเรโทรจ๋า แต่ก็ให้ความรู้สึกสนุกสนานตั้งแต่ก้าวสู่ตัวร้าน ด้วยเสียงต้อนรับของพนักงานอย่างแข็งขัน ทำให้รับรู้ทันทีว่า มื้อนี้มีสีสันชัวร์
ร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายเป็นกันเอง มี 2 โซนให้เลือกนั่ง คือ โซนห้องแอร์ กับโซนด้านนอก เหมาะกับการสังสรรค์และแฮงเอาต์หลังเลิกงาน ทั้งกับคนรักและก๊วนเพื่อนสนิท
อาหารที่นี่เน้นบุฟเฟต์อะลาคาร์ตในสไตล์โอซากากว่า 130 เมนู ในราคาเบาๆ จนน่าใจหาย โดยมี เคจิ อิคูโบะ เชฟหนุ่มไฟแรงจากโตเกียว ที่ส่งตรงมาควบคุมความอร่อยแบบไม่ปล่อยออกไปง่ายๆ เรียกว่าพิถีพิถันทุกขั้นตอนในรสชาติ สไตล์โฮมเมดแท้ๆ ทุกขั้นทุกตอน
“พอพูดถึงบุฟเฟต์ที่อื่นจะไม่สวย ไม่อร่อย แต่ที่นี่ทั้งสวยและอร่อย” เชฟหนุ่มย้ำถึงจุดต่างของบุฟเฟต์ที่ร้านนี้อย่างอารมณ์ดี
ส่วนเครื่องดื่มเน้นเบียร์และค็อกเทลญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า ไฮบอล ส่วนผสมที่ลงตัวของโซจูกับโซดา ซึ่งเป็นเครื่องดื่มกำลังเทรนดี้สุดๆ ในญี่ปุ่น และคาดว่าน่าจะมาแรงในบ้านเรา ยิ่งมีการมิกซ์รสชาติใหม่ด้วยการใส่น้ำผลไม้อย่าง แอปเปิล กีวี สตรอเบอร์รี พีช ลงไปน่าจะถูกอกถูกใจบรรดาสาวๆ
ขอประเดิมด้วยเมนูเบาๆ ทาโกยากิ ปลาหมึกทาโกะเนื้อแน่นทั้งกรอบทั้งหอม ไปกันได้สวยกับมายองเนสและซอสสูตรพิเศษ เพิ่มรสชาติด้วยการโรยปลาแห้ง อร่อยสมเป็นเมนูนัมเบอร์วัน
ต่อด้วย หม้อไฟเห็ดออรินจิ เห็ดออรินจิที่คัดสรรเฉพาะไซส์เบิ้ม รวมพลความอร่อยด้วยเนื้อนานาชนิดและผักสดๆ เสิร์ฟมาในหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น รสชาติเข้มข้น ห้ามพลาดเลยเชียว
อาหารย่างเสียบไม้ ไก่ หมู ผัก และปลาหมึก เสียบไม้นำไปกริลร้อนๆ บนเตาถ่านย่างพิเศษ ที่ส่งกลิ่นหอมยวนเย้า จิ้มกับซอสญี่ปุ่นที่ปรุงพิเศษ รับรองว่าอร่อยใจหาย
ตบท้ายด้วย ซาชิมิ อาหารทะเลสดๆ ใหม่ที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น ทั้งแซลมอน ทูน่า ซาบะ ปูอัด ปลาหมึก สดๆ หวานๆ จิ้มกับซอสโซยุที่เข้มข้น และวี้ดวิ้วด้วยวาซาบิ จี๊ดจ๊าดได้ใจจริงๆ ขอบอกว่าอย่าพลาด เฮอะๆ
(อิชิตัน อิซากายะ สเตเดี้ยม อยู่ที่อารีน่า 10 (ทองหล่อ ซอย 10) เปิดบริการวันจันทร์เสาร์ เวลา 11.00-14.00 น. และมื้อค่ำ 17.00-01.00 น. สำรองที่นั่งโทร. 02-392-8982 และ 081-932-7311)







