
คำพูด
ที่เขาว่าพูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากปากจะมีสีเนี่ยมันใช้ได้กับทุกสมัยจริงๆ เลยนะ
โดย...ปู โลกเบี้ยว
ที่เขาว่าพูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากปากจะมีสีเนี่ยมันใช้ได้กับทุกสมัยจริงๆ เลยนะ
คำพูดของคนเราเนี่ยมันเหมือนน้ำที่ไหลไปแล้วไม่มีย้อนกลับ พูดอะไรไปก็อาจจะต้องรับผิดชอบในคำพูดนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรียกว่าพลาดแล้วพลาดเลย แก้ตัวก็ลำบากซะด้วยสิ ยิ่งสมัยนี้แฉกันสนุกปากมีคลิปเสียงอัดเทปเอาไว้ด้วยอ่ะ แล้วนิยมกันจังที่จะอำกันสนุกปากในการต่อปากต่อคำ ต่อล้อต่อเถียง โดยเฉพาะพวกวัยรุ่นนะ จะต้องมีสามแยกปากหมางี้ หรือตามมหาลัยก็จะมีกลุ่มปากมอม ตั้งเป็นแก๊งคอยแซวสาวๆ ที่ผ่านไปผ่านมา พวกสาวๆ ก็เล่นด้วยนะ เลือกที่จะเดินผ่านให้เขาแซวให้เขาแทะโลมเล่นมากกว่าที่จะเดินหนีไปทางอื่น บางคู่ก็แซวกันต่อปากต่อคำกันจนกลายเป็นแฟนกันไปก็มี ถ้ามีอารมณ์สุนทรียก็คงมีความสุขสนุกกันไป แต่ถ้าไม่อยู่ในอารมณ์นั้นก็อาจอันตรายถึงชีวิตได้เหมือนกัน
เห็นข่าวแล้วสลดใจ วัยรุ่นชายอายุ 18 สองคนกรึ๊บเหล้ามานิดหน่อย ตั้งใจจะไปซัดกะคู่อริเลยพกปืนมาด้วย ก่อนถึงซอยที่จะต้องไปซุ่มรุมสกรัมคู่อริ ขอแวะร้านสะดวกซื้อซะหน่อย ไปป๊ะกะสองสาว ขาวสวยหมวยเอ็กซ์ กางเกงสั้นจู๋เชียว ตัวเองก็กรึ่มๆ อยู่แล้วเลยขอหยอกสักนิด แทะโลมสักหน่อย แล้วถามไปว่า น้องจ๊ะรู้จักซอย... มั้ยจ้ะ พี่มีนัดกะเพื่อนอ่ะจ๊ะ สองสาวนั้นก็ช่างกระไรซะจริงจริ๊งเลย ไม่ชอบเขาก็แค่ทำเฉยๆ หรือเดินหนีไปสิ ยังจะมีอารมณ์ไปต่อปากต่อคำกะเขาอีก แต่ดันไปด่าพ่อล่อแม่เขาอ่ะดิ เขาถามแซวๆ มาว่ารู้จักซอยนั้นมั้ย ดั๊นไปตอบว่า “ไปถามพ่—งไป” กรึ่มๆ อยู่แล้วของขึ้นเลยทีนี้ สองหนุ่มชักปืนที่กำลังจะไปซัดกะคู่อริออกมายิงแม่สองสาวทันที เป็นไงล่ะ ปากนะปาก อยู่ดีไม่ว่าดีหาเรื่องเจ็บตัวแท้ๆ
อีกรายเมายาแล้วกร่าง ปีนขึ้นกุฏิเณร ไม่รู้ล่ะว่าจะไปขโมยหรือว่าแกล้งหยอกเณรเล่น เณรก็วิ่งไปฟ้องหลวงตา พอหลวงตามาถึงก็ด่าเลย ไอ้ขี้ยาก็ไม่ยอมแพ้ด่าพระกลับเหมือนกัน แถมยังถอดเสื้อโชว์รอยสักซะด้วย ท้าว่าเขามีของดีนะตัว อย่ามาหือนะ เท่านั้นแหละ หลวงตาก็เลยล้วงเข้าไปในยาม บอกอาตมาก็มีของเหมือนกัน หยิบปืนขึ้นมายิงใส่ทันที เข้าสิฮ่ะ! ยันต์ไม่กันลูกปืนนี่ แต่ก็ไม่ถึงกะตาย หลวงตาเลยต้องเข้าคุกไปซะ ไอ้ขี้ยาป่านนี้คงไปคุยโวแล้วมั้งว่ายันต์ขลัง เลยไม่ตายอ่ะ มันคงไม่คิดหรอกว่าหลวงตาเขาแค่อยากจะสั่งสอนมันเท่านั้นแหละ... เฮ้อ!
ในวงการบันเทิงก็เยอะ ไม่กินเส้นกันก็เพราะไอ้คำพูดเนี้ยแหละ พูดคุยสนุกสนานได้แต่อย่าให้เดือดร้อนตัวเองและคนอื่นเขา เรื่องที่ไม่ควรพูดก็อย่าไปพูด จะทำให้ผิดใจกันเปล่าๆ โดยเฉพาะพวกที่ชอบพูดเล่นอำเล่นน่ะตัวดีเลย ส่วนเรื่องที่ควรพูดก็อาจจะไม่ต้องพูดให้มากความนักก็ได้ เพราะถ้าพูดมากก็อาจจะทำให้ผิดพลาดได้มากด้วยเช่นกัน อย่างไปเที่ยวพูดเที่ยวเล่าอะไรในร้านทำผมสมาคมประจำหมู่บ้านงี้ โอ๊ย! รู้กันทั้งหมู่บ้านเลยอ่ะ แล้วบางทีเราพูดสามคำแต่เวลาโดนถ่ายทอดต่อเนี้ยสิ กลายเป็นสิบคำไปได้ไงไม่รู้อ่ะดิ ควรสงวนคำพูดไว้บ้างถ้ามันไม่น่าอภิรมย์ ไม่สุภาพ พูดแล้วไม่ค่อยเข้าหูคนงี้ ยิ่งถ้าพูดถึงคนอื่นในทางที่ไม่ดีแล้วล่ะก็ อาจจะกลายเป็นเข้าข่ายหมิ่นประมาทใครเขาให้น่ะสิ ฟ้องร้องกันอีก
สมัยนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรดาก็ได้น่ะเห็นมีกันทุกวงการที่ขอให้ได้ด่ากันก่อนแล้วค่อยฟ้องกลับทีหลัง หรือยอมเสียค่าปรับแต่ขอให้ได้ด่าให้สะใจซะงั้น หนังละครทีวีก็ด่ากันตลอด เด็กๆ เยาวชนดูก็เลยไม่รู้สึกแปลกอะไร ยิ่งถ้าเจอสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน แม้แต่ในบ้านก็เห็นด่ากันทุกวันเป็นปกติ เลยยิ่งเฉยๆ อันนี้น่ากลัวนะเพราะเด็กเหล่านี้เขาก็จะทำตามอย่างเพราะคิดว่ามันคือ การกระทำที่ถูกต้องแล้วก็ผู้ใหญ่ยังปฏิบัติแบบนี้เลยอ่ะ
แถวบ้านปูนะ มีเด็กน้อยน่ารักคนหนึ่งอายุน่าจะ 3-4 ขวบได้ คงไปซนอะไรเข้า ตอนแรกก็ยังได้ยินเสียงเล่นกันกะลูกพี่ลูกน้องอยู่เลย สักพักมันก็แหกปากร้อง แม่ก็มาตีแล้วด่าซะลั่นเชียว “ไปเลยไอ้คย โง่ให้เค้าแกล้งอยู่ได้” เจ้าเด็กน้อยก็อ้อนวอนแม่ “ไม่ไปหนูไม่ใช่คย ไม่เอา หนูไม่ใช่ค—ย”
เขาไม่ได้ขอร้องให้แม่หยุดตี แต่เขาร้องขอไม่ให้แม่ด่า สลดมั้ยล่ะ แม่คงลืมไปว่า ถ้ามันเป็นค—ยแล้วใครเป็นแม่มันล่ะ...? &<2288;







