
เรื่องเพลินๆ ของวิทยาศาสตร์กับก๊อดซิร่า(เริง)
ตั้งชื่อง้ายง่าย แต่ก็ช่วยให้จำได้ขึ้นใจดี “วิทยาศาสตร์เพื่ออะไร” แถมยังหน้าปกก็ช่างน่ารักน่าชังซะด้วย
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
ตั้งชื่อง้ายง่าย แต่ก็ช่วยให้จำได้ขึ้นใจดี “วิทยาศาสตร์เพื่ออะไร” แถมยังหน้าปกก็ช่างน่ารักน่าชังซะด้วย เป็นภาพน้องก๊อดซิร่า (เริง) โดยฝีพระหัตถ์พระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กำลังยืนเท่แสดงอารมณ์ยิ้มแฉ่งอย่างไม่เสแสร้ง
เมื่อพลิกไปอ่านเนื้อหา ก็พบว่าหนังสือเล่มนี้อัดแน่นด้วยโลกแห่งวิทยาศาสตร์โดยแท้ ไล่เรียงตั้งแต่วิญญาณวิทยาศาสตร์ ทำไมต้องเรียนวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์เพื่อให้คนคิดเป็นและทำเป็น เรื่อยถึงวิทยาศาสตร์เพื่อสังคม ที่สำคัญคือวิทยาศาสตร์เพื่ออะไร เช่นที่จั่วหัวไว้นั่นแหละ
อย่า---อย่าเพิ่งด่วนตัดสินจากเนื้อหาที่หนักและซีเรียสว่าเป็นหนังสือวิทยาศาสตร์แสนน่าเบื่อ เพราะถ้าลองเปิดใจอ่าน เชื่อเหลือเกินคุณจะต้องหลงรักเข้าอย่างจัง ไม่ว่าจะสำนวนภาษาที่เรียบๆ ไม่หวือหวาของผู้เขียน “ศ.ยงยุทธ ยุทธวงศ์” หรือกระทั่งความรู้เชิงวิจัย ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้เขียนถนัด ก็ถูกนำมาสอดแทรกในหนังสือ ถือเป็นความน่าสนใจใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน
“ผมเองก็พยายามลดทอนความเป็นวิชาการลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมอยากให้มันเป็นหนังสือวิทยาศาสตร์ที่ผ่อนคลาย อ่านง่าย เสพง่าย ทั้งในเรื่องของเนื้อหา หรือว่าศัพท์เฉพาะทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่หนังสือวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ ถ้าเป็นอย่างนั้นการเข้าถึงวิทยาศาสตร์ของคนไทยก็ยิ่งจะมีห่างกันมากขึ้น เพราะคนจะคิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องไกลตัวและน่าเบื่อ”
เป็นเสมือนการตั้งคำถามของผู้เขียน “วิทยาศาสตร์เพื่ออะไร” เพื่อสร้างความสงสัยใคร่รู้ต่อผู้อ่าน โดยหมายมุ่งให้มีการค้นหาคำตอบในหนังสือหนา 176 หน้า (จัดพิมพ์โดยนานมีบุ๊คส์) ที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัว เลย์เอาต์สบายตา ใช้กระดาษและหมึกที่เป็นมิตรกับผู้อ่าน
“หลักๆ ของคำว่าวิทยาศาสตร์เพื่ออะไรมันมีอยู่ 3 อย่าง คือ เพื่อความรู้ วิทยาศาสตร์ทำให้คนรู้ในสิ่งที่ไม่รู้ได้ แล้วนำความรู้นั้นไปต่อยอดทำอะไรได้อีกตั้งเยอะ เพื่อจินตนาการ อันนี้ก็สำคัญ วิทยาศาสตร์ช่วยให้เรามีโลกจินตนาการไม่จบสิ้น โดยเฉพาะจินตนาการที่เอื้อประโยชน์กับผู้คนและสังคม สุดท้ายวิทยาศาสตร์ก็เพื่อความสนุกสนาน ใครที่คิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องน่าเบื่อ ซีเรียส หรือเป็นเรื่องหนักสมอง ไม่จริงหรอกครับ ถ้าลองได้มาสัมผัสจริงๆ วิทยาศาสตร์ก็มีความเพลิดเพลินความสนุกสนานซ่อนอยู่นะ มากมายชนิดที่คุณเองก็คาดไม่ถึงเลยละครับ”
แน่นอน---สิ่งที่สะดุดใจจนใครๆ ต้องพูดถึงและอดอมยิ้มเสียมิได้ นั่นก็คือภาพปก
“สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรหนังสือเล่มนี้ และมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชดำริว่าน่าจะได้จัดพิมพ์เพิ่มขึ้น เพื่อประโยชน์แก่ผู้อ่านทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนที่จะได้เข้าใจ รู้จัก และรักวิทยาศาสตร์ ยิ่งกว่านั้นยังได้ทรงพระมหากรุณาพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ‘ก๊อดซิร่า (เริง)’ เป็นภาพปกหนังสืออีกด้วย นับเป็นพระกรุณาธิคุณแก่ผู้อ่านและเยาวชนทั้งหลาย และเป็นสิริมงคลอย่างยิ่งแก่หนังสือเล่มนี้”
สำหรับ ศ.ยงยุทธ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการจับปากกาเขียนหนังสือแนววิทยาศาสตร์ ก่อนหน้านั้นในฐานะเจ้าของรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 2526-2527 (มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในพระบรมราชูปถัมภ์) รางวัลผลงานวิจัยเกียรติยศปี 2546 (สกว.) และได้รับยกย่องเป็นนักวิทยาศาสตร์อาวุโสปี 2554 (สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์) ก็เคยมีงานเขียนมาแล้วหนึ่งเล่ม “ท่องแดนวิทยาศาสตร์”
“ตอนนั้นผมเขียนเรื่องเล็กๆ เหมือนเป็นเกร็ดวิทยาศาสตร์มากกว่า ไม่ได้จับเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เขียนเสร็จก็ไล่แจกคน (หัวเราะ) แต่เล่มนี้การทำงานดูมีระบบระเบียบมากขึ้น”
“วิทยาศาสตร์เพื่ออะไร” อาจไม่ได้มีลีลาสวิงสวายในการใช้ภาษามากนัก ขณะเดียวกันลูกเล่นที่แต่งแต้มลงไปในเนื้อหาก็แทบหาได้ยาก ทว่าความจริงข้อหนึ่ง ทุกคนทุกวัยก็ไม่ควรละเลยที่จะหยิบขึ้นมาอ่าน เพราะอย่างน้อยๆ ประโยคคำถาม---วิทยาศาสตร์เพื่ออะไร ก็จะได้รับการคลี่คลายอย่างแจ่มแจ้ง จนถึงสิ่งที่ผู้เขียนย้ำนักย้ำหนา
“ผมว่าถ้าใครได้อ่านแล้วก็น่าจะเข้าใจความหมายของวิทยาศาสตร์ไม่มากก็น้อย ขณะเดียวกันความลับของก๊อดซิร่า (เริง) ก็จะถูกเปิดเผยด้วย ทำไมก๊อดซิร่าถึงได้ร่าเริง”







