posttoday
การป้องกันและแก้ไขปัญหาวัยรุ่นและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม

การป้องกันและแก้ไขปัญหาวัยรุ่นและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม

26 กุมภาพันธ์ 2555

สัปดาห์นี้ รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เทพวัลย์ ศาสตราภิชานประจำวิทยาลัยประชากรศาสตร์

โดย...รศ.ดร. วิพรรณ ประจวบเหมาะ

สัปดาห์นี้ รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เทพวัลย์ ศาสตราภิชานประจำวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมานำเสนอประเด็นท้าทายและแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาวัยรุ่นและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม ซึ่งมีใจความดังนี้

“ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นและเยาวชนมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุปัจจัยซึ่งมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ครอบครัวไม่สามารถเลี้ยงดูให้การอบรมบุตรได้ดีเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ทำให้ทั้งพ่อและแม่ต้องออกไปทำงาน โรงเรียนก็ไม่สามารถดูแลเด็กนักเรียนได้ใกล้ชิด ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและวัฒนธรรมข้ามชาติ ทำให้วัยรุ่นและเยาวชนเข้าถึงสื่อทุกรูปแบบโดยไร้ขีดจำกัด สื่อที่ผ่านโลกอินเทอร์เน็ตหลายอย่างมีส่วนยั่วยุให้เด็กมีพฤติกรรมทางเพศก่อนวัยอันควร วัยรุ่นและเยาวชนส่วนหนึ่งจึงมีเพศสัมพันธ์โดยขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องอนามัยการเจริญพันธุ์ ส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พร้อม

การป้องกันและแก้ไขปัญหาวัยรุ่นและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม

จากการสำรวจอายุเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของวัยรุ่นไทย พบว่ามีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ โดยปัจจุบันพบว่าวัยรุ่นเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุเพียง 13–15 ปี และยังพบว่าการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกส่วนใหญ่ไม่มีการใช้ถุงยางอนามัยมากถึงร้อยละ 50 การขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องอนามัยการเจริญพันธุ์ ทำให้วัยรุ่นประสบปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม จากสถิติอัตราการคลอดบุตรของแม่วัยเยาว์ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี ที่มาคลอดในโรงพยาบาลของรัฐเพิ่มสูงขึ้น จากร้อยละ 13.85 ในปี พ.ศ. 2547 เพิ่มเป็น 16.0 ในปี พ.ศ. 2552 ผลจากการตั้งครรภ์ไม่พร้อมทำให้แม่วัยเยาว์ไม่ได้ดูแลร่างกาย และไม่ได้รับอาหารเสริม บุตรที่เกิดจึงมักประสบปัญหาสุขภาพไม่สมบูรณ์ น้ำหนักแรกเกิดน้อย เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ แต่ปัญหาที่สำคัญกว่านั้นคือ วัยรุ่นและเยาวชนเมื่อตั้งครรภ์ไม่พร้อม โดยเฉพาะเด็กนักเรียนหรือนักศึกษาจะมีความกดดันและความกังวลสูง จึงหันเข้าหาการทำแท้ง ซึ่งการทำแท้งนั้นผิดกฎหมาย จึงต้องแสวงหาที่ทำแท้งเถื่อน ซึ่งเป็นการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย อาจทำให้ผู้ไปทำแท้งตกเลือด ติดเชื้อ บางรายรุนแรงจนถึงอาจเสียชีวิตได้

เนื่องจากการทำแท้งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย สถิติในด้านนี้จึงไม่สมบูรณ์ ประมาณว่าปีหนึ่งมีผู้ทำแท้งประมาณ 200,000–300,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและเยาวชน ปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อมจึงเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วน เป็นปัญหาระดับชาติ ถึงแม้ปัจจุบันจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยที่กระทรวงสาธารณสุขได้มี “นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2553–2557) และมียุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อม และสมัชชาสุขภาพได้มีมติการแก้ไขปัญหาวัยรุ่นไทยกับการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ซึ่งเน้นถึงความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ แต่ปัญหาที่สำคัญคือ การที่วัยรุ่นขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศศึกษา และแสวงหาความรู้เอง เช่น จากอินเทอร์เน็ต บางครั้งก็ได้ความรู้ผิดๆ เช่น คิดว่าการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินใช้ได้กับการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง ในเรื่องเพศศึกษาที่ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการโดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ เช่น จากกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) องค์การแพธ (PATH) ดำเนินโครงการนำร่องในหลายจังหวัด แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เพราะวิชาเพศศึกษาไม่ได้เป็นวิชาที่ช่วยในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย โรงเรียนจึงไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร เรื่องเพศศึกษาเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง และควรเป็นวาระแห่งชาติ โดยจัดให้มีการเรียนการสอนเพศศึกษารอบด้าน (Comprehensive Sexuality Education) ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงทั้งในการศึกษาในระบบและนอกระบบ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะระดับมัธยมศึกษาต้องเป็นวิชาบังคับ ทั้งนี้จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน การอบรม ครูผู้สอน เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับความรู้อย่างแท้จริง ในส่วนวัยรุ่นและเยาวชนที่มีการตั้งครรภ์ก็ควรให้สิทธิในการลาพักเรียนจนคลอด หรือให้สิทธิในการมาเรียนทั้งที่ตั้งครรภ์ได้ ซึ่งควรดำเนินการอย่างจริงจัง”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท