posttoday
หล่อชาโมเดล

หล่อชาโมเดล

25 กุมภาพันธ์ 2555

หมู่บ้านชาวไทยภูเขาแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 32 ถนนสายแม่จันแม่สาย

โดย...กาญจน์ อายุ

หมู่บ้านชาวไทยภูเขาแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 32 ถนนสายแม่จันแม่สาย ห่างจากสามแยกป้อมตำรวจกิ่วสะไตประมาณ 600 เมตร หมู่บ้านแห่งนี้เคยได้รับรางวัลกินรีดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมในเขตภาคเหนือ เพราะที่นี่จัดการหมู่บ้านให้เป็น พิพิธภัณฑ์ชีวิตหมู่บ้านหล่อชา พื้นที่อาศัยของชาวเขาเผ่าอาข่า หรือที่ชาวบ้านเรียกตัวเองว่า “หละบืออาข่า” อาข่าจีนทิเบตที่อาศัยอยู่ ณ แห่งนี้มานานมากกว่า 30 ปี มีทั้งสิ้น 64 หลังคาเรือน หรือประมาณ 500 คน

พิพิธภัณฑ์ชีวิตบ้านหล่อชา เกิดขึ้นเพราะสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน หรือ พีดีเอเชียงราย ได้เข้ามาพัฒนาหมู่บ้านหล่อชาในปี 2539 โดยพัฒนาให้เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมทุกส่วน ทั้งด้านการให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวและการแสดงต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวจะเห็นของจริง ไม่ใช่เป็นเพียงภาพเหมือนพิพิธภัณฑ์ทั่วไป และรายได้ที่ได้จากการเก็บค่าเข้าชมหมู่บ้านคนละ 80 บาท จะนำไปพัฒนาหมู่บ้านโดยชาวบ้านเป็นคนบริหารจัดการเอง

หล่อชาโมเดล

การท่องเที่ยวรูปแบบนี้เรียกว่า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวจะได้รับคือข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้าน โดยผู้บรรยายชาวอาข่า “บุษบา มีเช” เธอพูดไทยค่อนข้างชัด และยินดีตอบทุกคำถาม หน้าตาของเธอและสมาชิกในหมู่บ้านจะคล้ายคนจีน และบางคนสามารถพูดภาษาจีนได้ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวอาข่าวัยรุ่นเดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน เพราะสามารถไปประกอบอาชีพเป็นล่ามจีนไทย หรือทำงานเป็นแม่บ้านและพนักงานโรงงาน ผิดกับชาวบ้านที่ยังอยู่บ้านหล่อชาส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน ทอผ้า และทำดอกไม้กวาดตากแห้ง

เมื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านพร้อมน้ำชาอาข่าที่เสิร์ฟในแก้วไม้ไผ่เรียบร้อย บุษบาและชาวบ้านจะพาเดินชมหมู่บ้านตามจุดต่างๆ ที่มีความสำคัญกับชีวิตของพวกเขา เริ่มต้นที่การสาธิตการใช้อุปกรณ์ดักสัตว์ที่ชาวบ้านใช้กันจริงจนถึงปัจจุบัน ถัดไปคือจุดที่ตั้งเสาชิงช้าที่ชาวอาข่าขึ้นโล้กันจริงในวันสำคัญต่างๆ

บุษบา เล่าว่า คนที่สามารถทำเสาชิงช้าได้ต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น และคนที่สามารถเข้าร่วมงานในวันสำคัญต้องเป็นผู้ชายหรือหญิงที่มีลูกชายเท่านั้น ไม่ต่างจากอีกจุดหนึ่งที่บุษบาพาไปชม คือ ประตูหมู่บ้าน หรือประตูผี คนที่ทำประตูได้ต้องเป็นผู้ชาย และประตูนี้ห้ามใครผู้ใดจับเป็นอันขาด ประตูที่คนในหมู่บ้านต้องเดินผ่านมี 2 ประตู คือ ประตูผีและประตูมนุษย์ ทั้งหญิงและชายสามารถเดินลอดได้หมด รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินเข้าไปในหมู่บ้านด้วย

หมู่บ้านเล่าซายังมีความเชื่อเรื่องผีและบรรพบุรุษ เชื่อว่าผีกับมนุษย์อยู่ร่วมกันไม่ได้ ผีจะอยู่ในป่าศักดิ์สิทธิ์ ส่วนมนุษย์จะอยู่หมู่บ้าน ซึ่งมนุษย์นี่เองที่จะต้องเอาใจใส่และนับถือผี ดังนั้นหมู่บ้านเล่าซาจึงมีผู้นำทางศาสนาเพื่อกำหนดวันสำคัญต่างๆ วันสำคัญของชาวอาข่าจะไม่ตรงกันทุกปี ขึ้นอยู่กับผู้นำศาสนาจะกำหนดให้วันไหนเป็นวันสำคัญ โดยทุกวันสำคัญชาวอาข่าจะเรียกขึ้นต้นวันนั้นว่า “ปีใหม่” ทำให้หมู่บ้านหล่อชามีวันปีใหม่หลายครั้ง เช่น ปีใหม่ไข่แดง ที่ชาวบ้านจะนำไข่ต้มมาแข่งชนกัน ไข่ของใครแตกก่อนถือว่าแพ้ หรือปีใหม่วันดี เป็นวันที่ผู้นำทางศาสนากำหนดขึ้นให้ทุกคนอยู่บ้านเพื่อเตรียมตัวปลูกข้าว

หล่อชาโมเดล

นอกจากผู้นำทางศาสนา หมู่บ้านหล่อชายังมีหมอผีผู้เป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์และผี เช่น หากในหมู่บ้านเกิดโรคระบาด ผู้นำทางศาสนาจะเป็นผู้หาสาเหตุ ถ้าเหตุเกิดขึ้นเพราะผี มนุษย์จะต้องบูชาและประกอบพิธีกรรมถวายผีเพื่อให้โรคภัยเหล่านั้นหายไป

เมื่อผ่านประตูหมู่บ้านไปจะพบกับช่างตีเหล็กหรือคนตีมีดประจำหมู่บ้าน หน้าที่นี้ไม่ใช่ทุกคนสามารถทำได้ แต่ต้องเป็นบุคคลที่ถูกเลือกเท่านั้น ผู้นี้จะตีมีดด้วยมือทีละเล่มๆ ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านนำไปใช้ ซึ่งเป็นบุคคลที่คนในหมู่บ้านนับถือมาก นับรวมแล้วหมู่บ้านหล่อชาจะต้องมีบุคคลสำคัญทั้งสาม ได้แก่ ผู้นำศาสนา หมอผี และคนตีมีด ห้ามขาดบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นอันขาด

พิพิธภัณฑ์ชีวิตแห่งนี้ยังไม่จบ เรื่องราวยังดำเนินต่อด้วยการแสดงเต้นรำกระบอกไม้ไผ่จากชาวบ้าน โดยชาวบ้านทั้งชายและหญิงแต่งชุดประจำเผ่าสวยงามพร้อมด้วยกระบอกไม้ไผ่ รำเป็นวงกลมแล้วใช้กระบอกไม้ไผ่เคาะให้จังหวะการร้อง เป็นการแสดงง่ายๆ แต่ดูสนุกและสามารถเต้นตามได้ไม่ยากเลย ต่อด้วยชมการสาธิตการทอผ้าฝ้ายอาข่าดั้งเดิม โดยใช้มือปั่นปุยฝ้ายให้เป็นเส้นฝ้าย แล้วนำไปใช้ในเครื่องทอไม้ไผ่เป็นกรรมวิธีที่ไม่เคยเห็นใครทำได้มาก่อน

จากนั้นบุษบาได้พาไปชมบ้านอาข่าดั้งเดิมที่ภายในจะแยกห้องนอนชาย-หญิง บ้านหลังนี้เป็นบ้านของพ่อเฒ่าแลโล ไม่เคยเปลี่ยนแปลงบ้านตัวเองมาตั้งแต่ 60 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นบ้านอาข่าดั้งเดิมที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่หลังในหล่อชา พ่อเฒ่าแลโลจะออกมาต้อนรับด้วยตัวเองแล้วพาชมในบ้านที่มีเนื้อที่ไม่มาก นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพได้ตามอัธยาศัยทุกซอกมุมโดยไม่เสียสตางค์ แต่ก่อนออกตรงประตูจะมี Tip Box ตั้งอยู่ ถ้าใครรู้สึกชอบก็อย่าลืมหยอดเงินเป็นค่าบำรุงบ้านให้พ่อเฒ่าแลโล

หล่อชาโมเดล

ก่อนจากกัน บุษบาจะพากลับไปส่งที่ที่ฟังการบรรยายครั้งแรก ซึ่งเป็นที่ซื้อของที่ระลึกจากฝีมือชาวอาข่า ส่วนใหญ่จะเป็นกระเป๋าผ้าฝ้าย เครื่องประดับ และหมวกอาข่าที่มีเอกลักษณ์ตรงด้านหลังหมวกจะแบนหรือหมวกเด็กที่เรียกว่า อู่โคะ เป็นหมวกกลมๆ ให้เด็กที่มีอายุไม่เกิน 15 ปีใส่

เมื่อมาที่หมู่บ้านหล่อชา สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้คือ ความตั้งใจต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งบุษบาที่มีหน้าที่ให้ข้อมูล รวมไปถึงชาวบ้านที่อยู่บ้านก็จะออกมาต้อนรับคนต่างถิ่นด้วยไมตรี และสิ่งหนึ่งที่ชาวไทยภูเขาแห่งอื่นน่าทำตาม คือ อยู่บ้านและรวมตัวกันพัฒนาหมู่บ้านของตัวเองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เช่นนี้ดีกว่าเข้าเมืองแต่งชุดชาวเขาขายเครื่องเงินหรือเก็บเงินนักท่องเที่ยวที่ขอถ่ายรูปด้วย ยังแต่ทำให้ภาพลักษณ์ชาวเขาภาคเหนือติดลบ

แต่ถึงอย่างไร หมู่บ้านชาวเขาจะรวมตัวกันแล้วทำอย่างหมู่บ้านหล่อชาคงเป็นไปได้ยาก เพราะหล่อชาเองยังมี พีดีเอเชียงราย เข้าไปช่วยพัฒนา ดังนั้นจึงทำได้เพียงหวังให้หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวเข้าไปช่วยพัฒนาหมู่บ้านชาวเขาแต่พอดี แล้วคอยเป็นผู้ดูแลอยู่ห่างๆ ให้พวกเขาบริหารจัดการกันเอง


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท