
ผู้ประกาศข่าวหัวใจสีเขียว ชัยอนันต์ ปันชู
เราขอยกให้ ต้นกล้าชัยอนันต์ ปันชู ผู้ประกาศข่าวช่อง 7 สี เป็นผู้ประกาศข่าวหัวใจสีเขียว
โดย...วราภรณ์
เราขอยกให้ ต้นกล้า-ชัยอนันต์ ปันชู ผู้ประกาศข่าวช่อง 7 สี เป็นผู้ประกาศข่าวหัวใจสีเขียว สืบเนื่องจากเขาได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 6 พรีเซนเตอร์ ปีล่าสุดใน “7สี ปันรักให้โลก” โครงการรณรงค์ให้คนไทยห่วงใยสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น
ชัยอนันต์ จัดเป็นผู้ที่สนใจด้านสิ่งแวดล้อมมากคนหนึ่ง ด้วยเป็นเด็กต่างจังหวัดที่คลุกคลีอยู่กับชีวิตชาวไร่ ทำให้เขาเข้าใจเรื่องผลกระทบของการรกร้างถางป่า ค่าที่เกิดและโตที่ จ.น่าน อีกหนึ่งจังหวัดที่มีมนต์เสน่ห์ความงดงามทางธรรมชาติ ทำให้มนุษย์อยากไปเยี่ยมเยือน นำความเจริญไปสู่ แต่ในบางครั้งความเจริญก็ไปพร้อมกับธรรมชาติที่ถูกทำลาย ปัญหาการถางป่านำไปสร้างเป็นรีสอร์ต เขาในฐานะผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าว จึงอยากรณรงค์ให้คนต่างจังหวัดได้รู้สึกหวงแหนในธรรมชาติและที่ดินทำกินกันมากขึ้น
พรีเซนต์เตอร์ 7 สีปันรักให้โลก : ต้นกล้า คือ 1 ใน 6 พรีเซนเตอร์ “7 สี ปันรักให้โลก” แต่อีกบทบาทหนึ่ง คือ ผู้ประกาศข่าวเกษตร รายการเพื่อนเกษตร ซึ่งหน้าที่การงานนี่เองชักนำให้เขาได้รับคัดเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์ 7 สีปันรักให้โลก ต้นกล้าเล่าว่าจุดเริ่มของโครงการ เริ่มตั้งแต่ปี 2551 ปีนี้เข้าสู่ปี 4 ที่กระตุ้นให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมสำหรับบุคคลทั่วไป เพราะในฐานะเป็นสื่อ เขาก็อยากใช้ช่องทางในการรณรงค์ให้คนหันมาใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น
“ผมได้เป็นพรีเซนเตอร์ในสายงานของผู้ประกาศข่าว ซึ่งเป็นอาชีพที่น่าสนใจ พูดแล้วอาจมีน้ำหนัก ประกอบกับผมทำข่าวด้านเกษตรอยู่แล้ว การเข้าถึงกลุ่มคน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรทั่วประเทศ เยาวชนต่างๆ ที่เคยร่วมกิจกรรมก็น่าจะเข้าถึงง่าย ตั้งแต่รับหน้าที่ผมมีโอกาสได้ไปร่วมในโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ที่ จ.สมุทรปราการ ก่อนหน้านี้เคยไปร่วมงาน 7 สีปันรักให้โลก ความรู้สึกที่ได้ร่วมโครงการ ก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในตัวแทนของคนรุ่นใหม่ และช่อง 7 จากการทำการเกษตรทำให้รู้ว่า เรามีปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้น การปลูกข้าวก็ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน เราจะช่วยรณรงค์อย่างไรบ้างให้เกษตรข้าวปลูกพืชหรือข้าวโดยไม่ใช้สารเคมี กระตุ้นให้ชาวน่านนำสิ่งต่างๆ ที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่”
หน้าที่หลักๆ ของพรีเซนเตอร์ คือ ช่วยรณรงค์และทำกิจกรรมที่จะส่งเสริมให้คนและเยาวชนที่สนใจหันมาตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น กิจกรรมปันรู้ ปันรัก กับ 7 สี ปันรักให้โลก โดยเราช่วยทำสื่อการเรียนการสอนและองค์ความรู้เพื่อให้ความรู้กับโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ด้วยการทำมุมหนึ่งในห้องสมุดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ทำสารคดีสั้นเรื่องสิ่งแวดล้อม ทำมิวสิกวิดีโอเพลงชวนทุกคนหันมาสนใจปัญหาโลกร้อนด้วย
ไม่ควรใช้สารเคมีในการปลูกพืช : หมวกอีกใบหนึ่งของต้นกล้า คือ การเป็นผู้ประกาศข่าวเกษตร แม้เขาจะจบด้านมนุษยศาสตร์ สื่อสารมวลชน แต่การที่เป็นคน จ.น่าน มาตั้งแต่กำเนิด ประกอบกับคุณพ่อคุณแม่ประกอบอาชีพทำการเกษตร ทำสวนลำใย ลิ้นจี่ ทำให้เขาคุ้นชินกับการปลูกพืชและการทำสวน
“ตอนเด็กๆ ผมเป็นลูกเกษตรกร ก็เคยขุดดินปลูกต้นไม้มาแล้ว ผมจึงรู้ว่าวิธีปลูกข้าว ทำสวนมีวิธีการอย่างไร เมื่อมาทำข่าวเกษตรทำให้เข้าใจงานง่ายขึ้น ตอนนี้ผมคิดหาทางปลูกพืชอย่างไร ไม่ใช่สารเคมี หรือเห็นขยะ หรือเปลือกผลไม้ก็นำมาหมักเป็นปุ๋ยแทนสารเคมีดีไหม ในฐานะที่ผมทำข่าวด้านการเกษตร ปัญหาที่พบมากสำหรับเกษตรกรในปัจจุบัน คือการใช้สารเคมีในการปลูกพืช ทำสวน ทำไร่ เพราะอยากได้ผลผลิตเยอะๆ และเร็ว แต่นึกไม่ถึงว่าเมื่อใช้สารเคมีแล้วจะพบผลกระทบอะไรบ้าง ยิ่งใช้สารเคมีเยอะก็จะมีผลต่อสุขภาพ เราก็จะรณรงค์ว่า เรายังมีวิธีกว่านี้คือหมักปุ๋ยใช้เอง ทั้งเศษผลไม้ หรือเศษอาหารมาทำปุ๋ยแทนสารเคมีได้ ไม่เกิดสารพิษตกค้างด้วย ผลผลิตก็ดี”
เมื่อมีการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม เขารณรงค์ไปพร้อมกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ปัจจุบันบางคนทำการเกษตร ปลูกข้าวก็ปลูกอย่างเดียว แต่เราควรทำการเกษตรแบบผสมผสาน นอกจากปลูกพืชแล้ว ก็ควรเลี้ยงสัตว์เพื่อนำผลผลิตและมูลของเป็ด หรือไก่ไปทำปุ๋ย หรือเลี้ยงปลาควบคู่ไปด้วย เมื่อกินเศษอาหารเหลือก็นำไปเป็นอาหารให้ปลาได้ด้วย”
ป่าไม้ถูกทำลายไปสร้างเป็นรีสอร์ต : สิ่งที่ต้นกล้าเป็นห่วงเรื่องสิ่งแวดล้อมมากที่สุด คือ ปัญหาโลกร้อน ปัญหาน้ำท่วม ไฟป่า และการถ่างป่าเพื่อนำไปสร้างเป็นรีสอร์ต ภาพเมื่อตอนเด็กๆ ต้นกล้าจะเห็นต้นไม้ปลูกเยอะกว่านี้ แต่ตอนนี้ต้นไม้ลดจำนวนลงไปมาก
“เรื่องใกล้ตัวผมก็คือ ปัญหาน้ำหลากที่ จ.น่าน เพราะคนพื้นถิ่นขายสวน ไร่นาให้คนต่างถิ่น เพื่อนำไปสร้างทำรีสอร์ตบนภูเขาสวยๆ ทำให้หน้าดินไม่มีต้นไม้ยึด เวลาฝนตก น้ำก็ไหลลงมาอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการตัดไม้เพื่อนำไปปลูกไม้ยางพารา ซึ่งต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าต้นไม้จะโต จริงๆ ปัญหาน้ำท่วม หรือน้ำหลากเป็นปัญหาใกล้ตัวที่คน จ.น่าน เจอทุกปี ปลูกข้าวโพดก็เน่าเสีย เพราะน้ำมาแล้วเก็บผลผลิตไม่ทัน” หนทางแก้ไขคือ ต้นกล้าพยายามลงพื้นที่เพื่อทำสกู๊ปเกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้อง ดึงผู้หลักผู้ใหญ่ในชุมชนมาช่วยพูด เพื่อเตือนและปลุกจิตสำนึกให้ชาวบ้านตระหนักถึงปัญหาการถ่างป่า และให้รักถิ่นฐานของตัวเอง คาดหวังผลให้ทุกคนฉุกคิด ร่วมมือกันแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เพราะได้เวลาที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันแล้ว
ต้นกล้าฝากทิ้งท้ายว่า เรื่องการอนุรักษ์ต้องเริ่มที่ตนเอง ซึ่งต้นกล้าก็ใช้วิธีนี้ช่วยโลก คือขึ้นลงบันได 1 ชั้น แทนการใช้ลิฟต์ หรือจะไปสถานที่ใกล้ๆ ก็ใช้วิธีการเดิน พัดลมหรือดวงไฟดวงไหนที่ไม่ใช้ก็ปิดซะ ถือว่าเป็นการช่วยกันคนละไม้ละมือ







