posttoday
เศรษฐกิจสีเขียว กับดักหรือโอกาส

เศรษฐกิจสีเขียว กับดักหรือโอกาส

24 กุมภาพันธ์ 2555

นับตั้งแต่ปลายปี 2009 ภายหลังจากมีมติจากการประชุมสมัชชาสหประชาชาติให้จัดการประชุมสหประชาชาติ

โดย...ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์

นับตั้งแต่ปลายปี 2009 ภายหลังจากมีมติจากการประชุมสมัชชาสหประชาชาติให้จัดการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนขึ้นในปี 2012 (หรือการประชุม Rio+20) โดยมีวาระการประชุมหลัก 2 เรื่อง คือ (1) เศรษฐกิจสีเขียวในบริบทการพัฒนาที่ยั่งยืนและการขจัดความยากจน และ (2) กรอบเชิงสถาบันเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน องค์กรต่างๆ ภายใต้องค์การสหประชาชาติ เช่น UNEP UNESCO UNDP UNCTAD ได้จัดทำเอกสารเผยแพร่เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวออกมาเป็นจำนวนมาก มีการจัดประชุมสัมมนาเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวกลายเป็นกระแสความตื่นตัวของภาครัฐและภาคธุรกิจอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศไทยและประเทศต่างๆ

แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการนำเสนอแนวคิดนี้มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970-1980 ตัวอย่างเช่น หนังสือเรื่อง Blueprint for Green Economy ของ David Pearce และคณะ (1989) โดยเสนอแนวคิดว่า เศรษฐกิจสามารถและควรเป็นเครื่องมือช่วยนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม มีศักยภาพในการอนุรักษ์ และเป็นเครื่องมือใหม่ในการแก้ไขความเสื่อมโทรมด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับข้อเสนอเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวขององค์การสหประชาชาติในทศวรรษ 2000 นี้ เนื่องมาจากความพยายามที่จะหาแนวคิดและแนวทางแก้ไขวิกฤตการณ์ในระดับโลกหลายด้านที่เกิดขึ้นและยังแก้ไม่ตก เช่น ปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาความมั่นคงทางอาหาร ปัญหาความมั่นคงด้านพลังงาน วิกฤตการณ์ด้านการเงิน ฯลฯ ปัญหาข้างต้นนี้สะท้อนถึงผลของการพัฒนาอย่างไม่ยั่งยืนในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดหรือระบบเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ (ซึ่งเป็นเสาหลักอันหนึ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืน) เพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคม สร้างความสมดุลระหว่างสามเสาหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน

เศรษฐกิจสีเขียว กับดักหรือโอกาส

 

ความหมายของเศรษฐกิจสีเขียวตามข้อเสนอของ UNEP (2010) คือ “ระบบเศรษฐกิจที่จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ เพิ่มความเป็นธรรมทางสังคม ในขณะเดียวกันสามารถช่วยลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาการขาดแคลนของทรัพยากร” จะเห็นได้ว่าแนวคิดของ UNEP เป็นการนำมิติด้านสิ่งแวดล้อมและมิติด้านสังคมมาเชื่อมโยงกับมิติด้านเศรษฐกิจ ทาง UNEP เสนอว่า ยุทธศาสตร์สำคัญของเศรษฐกิจสีเขียว ได้แก่ การลดก๊าซเรือนกระจก การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและทรัพยากร และการป้องกันการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการของระบบนิเวศ (ในแง่นี้ สังคมคาร์บอนต่ำ อาจเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสีเขียว) และได้เสนอให้นำแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวไปใช้กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสาขาการผลิตต่างๆ เช่น การเกษตร การประมง ทรัพยากรน้ำ ป่าไม้ ภาคอุตสาหกรรม การจัดการของเสีย การขนส่ง การท่องเที่ยว เมือง เป็นต้น จัดทำเป็นเอกสารขนาดใหญ่ (632 หน้า) เสนอข้อมูลรายละเอียดการดำเนินงาน ตัวชี้วัดความก้าวหน้า การสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจสีเขียว ฯลฯ

ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสีเขียวภายใต้บริบทการพัฒนาที่ยั่งยืนและการแก้ปัญหาความยากจนนั้น ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงทั้งทางโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ เป้าหมายการเติบโต รูปแบบเทคโนโลยีที่ใช้ และวิถีทางการค้าของประเทศ ทางคณะกรรมการเตรียมการประชุม Rio+20 ได้จัดทำข้อเสนอแนะที่รัฐบาลแต่ละประเทศควรนำไปดำเนินการ รวม 7 แนวทาง ได้แก่ การจัดสรรรายจ่ายรัฐบาลเพื่อกระตุ้นภาคเศรษฐกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนให้เกิดตลาดของผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการจัดซื้อสินค้าสีเขียวของภาครัฐ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การกำหนดราคาหรือต้นทุนที่เหมาะสมของทรัพยากรธรรมชาติ การฟื้นฟูและขยายระดับของทุนทรัพยากรธรรมชาติ และการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Efficiency)

ในปี 2010 ทาง UNCTAD ได้ทำการสำรวจความเห็นจากประเทศต่างๆ เกี่ยวกับตัวชี้วัดที่ควรใช้วัดการปรับเปลี่ยนสู่ระบบเศรษฐกิจสีเขียว ปรากฏว่ามีตัวชี้วัด 5 ประการ ที่ประเทศต่างๆ มีความเห็นร่วมกันว่าควรนำมาใช้ ได้แก่ สัดส่วนการใช้พลังงานทางเลือก การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความเข้มข้นการปล่อยคาร์บอนเทียบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเข้มข้นการใช้ทรัพยากรน้ำในระบบเศรษฐกิจ และการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้ขีดจำกัดทางชีวภาพ (Biocapacity Limits) เมื่อ UNCTAD นำตัวชี้วัดดังกล่าวไปวิเคราะห์ข้อมูลของประเทศต่างๆ พบว่า ยังไม่มีประเทศใดที่ได้คะแนนค่าตัวชี้วัดในระดับสูงครบทั้ง 5 ประการ เช่น สหภาพยุโรปมีค่าการปล่อยคาร์บอนต่อ GDP ต่ำ แต่ประสิทธิภาพการใช้พลังงานอยู่ในระดับปานกลาง

สำหรับประเทศไทย ตั้งแต่ปลายปี 2554 ทางสภาพัฒน์ได้จัดทำเอกสารเรื่อง “นโยบายการเติบโตสีเขียว เครื่องมือเพื่อการพัฒนาแบบคาร์บอนต่ำในประเทศไทย” ออกมาเผยแพร่สร้างความเข้าใจและจุดประกายความคิด ภาคธุรกิจหลากหลายกลุ่มก็ได้นำเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวมาเป็นยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจและยุทธศาสตร์การตลาด ทางกลุ่มสหภาพยุโรปได้ผลักดันแนวคิดเรื่อง “การเติบโตสีเขียว” (Green Growth) อย่างเต็มที่ จัดทำเอกสารนโยบาย จัดกิจกรรมประชุมหลายครั้ง และผลักดันแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเต็มที่ในเวทีการประชุมระหว่างประเทศ ตามแนวคิดของสหภาพยุโรป การเติบโตสีเขียวไม่ได้เป็นการแทนที่ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” แต่มองว่าการเติบโตสีเขียวอยู่ภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้ขอบเขตการดำเนินงานเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนแคบลง ชัดเจน และวัดผลได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศยังมีข้อห่วงกังวลต่อการผลักดันเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว ความเสี่ยงจากการใช้แนวคิดนี้ในแนวทางที่ผิด เช่น การใช้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและนัยสำคัญจากแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวเป็นเครื่องมือเพื่อเป้าหมายกีดกันทางการค้าของประเทศที่พัฒนาแล้ว การใช้เศรษฐกิจสีเขียวเป็นเหตุผลสนับสนุนการอุดหนุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้ประเทศกำลังพัฒนาเสียเปรียบด้านการแข่งขันต่อประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากมีเงินทุนอุดหนุนน้อยกว่า ปัญหาจากการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสำหรับสินค้าให้มีความเข้มงวดหรือมีมาตรฐานสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามมาตรฐานใหม่ การใช้เศรษฐกิจสีเขียวเป็นเงื่อนไขใหม่ต่อประเทศกำลังพัฒนาสำหรับการจะให้ความช่วยเหลือ การกู้เงิน หรือการปรับโครงสร้าง/ปรับลดหนี้ ฯลฯ

เศรษฐกิจสีเขียวจึงอาจเป็นได้ทั้งโอกาสและกับดักในเวลาเดียวกัน ขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อม การปรับตัว ความเข้าใจและความเท่าทันของแต่ละประเทศในการกำหนดทิศทาง นโยบาย และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศท่ามกลางวิกฤตการณ์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและด้านเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ และมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท