posttoday
จูบทำพิษ

จูบทำพิษ

23 กุมภาพันธ์ 2555

ช็อกกันไปเป็นแถวเมื่อจู่ๆ มีข่าวว่า โรบิน โซเดอร์ลิง นักหวดหนุ่มชาวสวีดิช

โดย...จาด้า

ช็อกกันไปเป็นแถวเมื่อจู่ๆ มีข่าวว่า โรบิน โซเดอร์ลิง นักหวดหนุ่มชาวสวีดิช อาจจำใจต้องแขวนแร็กเกตก่อนเวลาอันควร เพราะเจอโรคจูบ (Kissing Disease) เล่นงาน เข้าอย่างจัง

โรคจูบนี้ ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า Infectious Mononucleosis หรือ Glandular Fever ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดจากไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า EBV

ส่วนเหตุผลที่โรคนี้ถูกเรียกว่า Kissing Disease ก็เป็นเพราะสาเหตุหลักมาจากการจูบกันแบบดูดดื่มแลกลิ้น ส่วนสาเหตุรองลงไปก็มีบ้าง แต่พบได้น้อยมาก เช่น ถูกผู้ป่วยโรคนี้ไอหรือจามใส่ หรือใช้ภาชนะร่วมกันกับคนที่เป็นโรคนี้นั่นเอง

จูบทำพิษ

 

โซเดอร์ลิง ซึ่งเคยเป็นมืออันดับ 4 ของโลก และเคยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศที่โรลองด์ การ์โรส ได้ถึง 2 สมัย เริ่มเป็นโรคนี้มาตั้งช่วงปลายปีที่ผ่านมา และเขาก็เคยเผยว่าน่าจะคัมแบ็กได้ในเดือน ก.พ.นี้ แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่สามารถลงซ้อมได้อย่างเต็มที่

จะว่าไปแล้วโรคนี้ถือว่าเป็นโรคติดต่อที่ค่อนข้างจะร้ายแรง แต่โดยมากแล้วหากพักผ่อนเต็มที่ก็มักจะหายเองได้ภายในเวลา 1 เดือน อย่างไรก็ตาม หากดูแลตัวเองไม่ดีมันก็พร้อมจะกลับมาเล่นงานผู้ป่วยได้ตลอดเวลา

อาการหลักของโรคนี้คือจะมีไข้สูง และจะเจ็บคอมากเพราะต่อมทอนซิลอักเสบ นอกจากนั้นร่างกายก็จะไม่มีเรี่ยวแรงไปดื้อๆ และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมอดีตรองแชมป์เฟรนช์โอเพน ถึงยังไม่ได้ลงสนามมาจนถึงทุกวันนี้

ในวันที่รู้สึกว่าแข็งแรงที่สุด จอมเสิร์ฟหนักจากสวีเดนสามารถเล่นกับลูกสุนัขพันธุ์มอลทีสของเขาได้อย่างมีความสุข หรือเต็มที่ก็คือการลงคอร์ตซ้อมราวครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าวันไหนแย่ๆ ก็แทบจะลากสังขารลุกจากเตียงไม่ไหวกันเลยทีเดียว

จูบทำพิษ

 

ความจริงแล้ว โซเดอร์ลิง ไม่ใช่นักเทนนิสคนแรกที่เป็นโรคนี้ เพราะก่อนหน้านี้ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, จัสติน เอแน็ง, แอนดี ร็อดดิก, มาริโอ อันซิช, จอห์น อิสเนอร์ และวีนัส วิลเลียมส์ ก็เคยเป็นกันมาแล้ว

การได้ซ้อมแค่ราว 30 นาที แน่นอนว่าคงไม่เพียงพอที่จะทำให้ โซเดอร์ลิง หายอยาก เพราะคนเคยซ้อมอยู่ทุกวัน ตระเวนแข่งมันเกือบทุกสัปดาห์ พอกิจวัตรเหล่านี้หายไปก็แน่นอนว่าจะต้องทำให้ชีวิตมันรู้สึกเหงาๆ เฉาๆ เป็นธรรมดา

ร็อดดิก อดีตมือ 1 โลก ชาวอเมริกันเคยให้สัมภาษณ์ถึงโรคนี้ว่า “มันเป็นอะไรที่ประหลาด ความรู้สึกกลัวถึงสิ่งที่ไม่รู้และไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น บางวันมันก็ดี แต่บางวันมันก็แย่สุดๆ”

ขณะที่ อันซิช อดีตดาวโรจน์จากโครเอเชีย ก็เคยเป็นโรคนี้จนไม่ได้ลงสนามนานถึงครึ่งปี และแม้ว่าจะคัมแบ็กได้ แต่ “เบบี โกรัน” ก็ไม่สามารถจะกลับสู่ฟอร์มเก่งก่อนที่จะป่วยได้อีกเลย

จูบทำพิษ

 

ส่วน เฟเดอเรอร์ ก็โดน Kissing Disease เล่นงานในปี 2008 และสื่อก็เชื่อกันว่านั่นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขาหมดแรงจนพ่ายให้กับ ราฟาเอล นาดาล ในรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดันด้วย

ถือว่าเป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อยที่นักเทนนิสสมัยนี้ดูจะตกเป็นเหยื่อของโรคจูบมากขึ้นทุกวัน และถ้าเทียบกันในอัตราส่วนกับนักกีฬาประเภทอื่นๆ แล้ว ถือว่ามากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นได้ว่านักหวดอาชีพเหล่านี้ต้องเดินทางแข่งอยู่ตลอดเวลา และหลายครั้งที่สภาพอากาศแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน พากันป่วยเป็นแถวๆ

แต่คงไม่มีใครกล้าฟันธงว่าพวกนักหวดที่ป่วยเป็นโรคนี้จะแอบไปซุกซนแลกน้ำลายกับคนอื่นหรือเปล่า แล้วถ้าขืนเป็นอย่างนั้นจริงมีหวังอาจจะต้องเจ็บตัวเพิ่ม เพราะโดนคุณภรรยาหรือแฟนเล่นงานเอาง่ายๆ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท