posttoday
เสียงวิพากษ์จากดร.กรวิภาฯ กรณีภิกษุณีในพระพุทธศาสนา (เถรวาท) อันควรรับฟัง (ตอน4)

เสียงวิพากษ์จากดร.กรวิภาฯ กรณีภิกษุณีในพระพุทธศาสนา (เถรวาท) อันควรรับฟัง (ตอน4)

23 กุมภาพันธ์ 2555

ก่อนอื่นขอขอบพระคุณคุณรจนาที่ส่งข่าวค่ะ คือดิฉันได้อ่านบทความท่านพระอาจารย์จำนวน ๒๐ หน้า

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ก่อนอื่นขอขอบพระคุณคุณรจนาที่ส่งข่าวค่ะ คือดิฉันได้อ่านบทความท่านพระอาจารย์จำนวน ๒๐ หน้า ที่ลงในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ และเห็นว่าสิ่งที่ท่านอาจารย์วิจัยหาข้อมูลมาประกอบคำอธิบายแน่นหนาเป็นเหตุเป็นผลจนโต้แย้งไม่ได้ โดยส่วนตัวไม่เคยคิดว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ Orthodox เพราะไม่เคยให้ความสนใจกับพระธรรมวินัย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของคณะสงฆ์ เฉกเช่นปัญญาชนทั่วไปที่ไม่มีความรู้ในพระพุทธศาสนา ได้แต่ดูจากวิถีปฏิบัติของพระสงฆ์ตามข่าวที่ปรากฏ ทำให้ไม่มีศรัทธาต่อคณะสงฆ์และการทำหน้าที่ของคณะสงฆ์ จึงทำให้สนใจศาสนาพุทธในแนวทางการหลุดพ้นมากกว่าพิธีกรรม ก็ต้องรับสารภาพอีกว่า เป็นคนไม่เข้าวัด เพราะไม่เห็นประโยชน์ของพิธีกรรมในวัด เห็นแต่กิเลสและสิ่งที่เป็นโลกิยะ

ทั้งวัดทั้งหมู่ศรัทธา โลภในบุญ โลภในปัจจัย และก็เห็นว่าไม่ใช่แนวทางของพระพุทธเจ้าแน่นอน ต้องยอมรับว่า คำอธิบายของพระอาจารย์ทำให้ตกใจมาก แม้จะไม่สามารถโต้แย้งได้เลย ตกใจในความเป็น Orthodox ของพระธรรมวินัยของเถรวาท เพราะเห็นพระสงฆ์ในทิเบตเปิดร้านอาหารได้ นั่งฉันอาหารกับภิกษุณีได้ ฉันมื้อเย็นได้ พระไต้หวันและเวียดนามต้องทำการผลิตและทำอาหารฉันเอง แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ไปพบพระนักศึกษาที่อินเดีย ทำไมทำอาหารฉันเอง แถมยังอยากฉันปลาร้าและโยมต้องนำมาฝาก

ถ้าพระธรรมวินัยในสายเถรวาทละเมิดมิได้ ทำไมพระเหล่านี้ทำได้ หลายวัดในไทยก็มีโรงครัวที่มีชีหรือโยมทำอาหารให้พระ พระไม่ต้องไปบิณฑบาต พระมีชื่อเสียงบางรูปก็ไปฉันอาหารตามร้านอาหาร ไป Shopping ก็มี ซึ่งล้วนผิดพระธรรมวินัย ไม่เห็นคณะสงฆ์ทำอะไร แม้แต่รับเงินบริจาคก็ผิดธรรมวินัย สะสมอาหารก็ผิด แต่ก็เห็นอยู่ทุกวัด ก็ไม่เห็นทำอะไรกัน ถ้าพระธรรมวินัยละเมิดไม่ได้ คณะสงฆ์ต้องเข้มงวดกับการรับเงินทำบุญของพระและวัดต่างๆ รวมทั้งสิ่งที่ไม่ใช่กิจของสงฆ์ที่ทำกันอยู่ทุกวัด โดยเฉพาะการสร้างวัตถุมงคล และทำให้ศาสนาพุทธเป็นเรื่องอภินิหารและไม่ใช่หนทางแห่งการพ้นทุกข์ การให้ผู้หญิงได้บวชเป็นการละเมิดพระธรรมวินัยที่เป็นคุณมากกว่าโทษ การบวชพระในปัจจุบันก็เป็นการละเมิดพระธรรมวินัย เพราะเป็นการลัดขั้นตอนที่ถูกต้อง

ดังนั้น การขับเคลื่อนของสตรีในการเรียกร้องสิทธิในการบวช จึงต้องมองในบริบทแบบ Post Modern เพราะถ้ามองแบบ Orthodox ก็ไม่เห็นหนทางการแก้ปัญหา ยุคนี้เป็นยุคของ Post Modern การที่สตรีพากันไปบวช ก็เป็นการแสดงออกแบบ Post Modern ที่คณะสงฆ์ไทยอาจจะยังไม่ได้ศึกษา เป็นการแสดงออกตามวิวัฒนาการของโลกที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ เป็นปรากฏการณ์ที่คณะสงฆ์ต้องหาทางออก หรือไม่ก็เพิกเฉยอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

กฎหมายที่คณะภิกษุณีและผู้สนับสนุนต้องการให้แก้ คือ การยอมรับว่าเป็นนิกายหนึ่ง เหมือนอนัมนิกายของเวียดนาม ที่ได้รับการรองรับในพระราชบัญญัติสงฆ์ เถรสมาคมคัดค้านการแก้กฎหมายดังกล่าว การเรียกร้องของคณะภิกษุณีไม่ใช่การขออนุญาตให้บวชในสายเถรวาท แต่เป็นการยอมรับการมีอยู่ของภิกษุณีในประเทศไทย ในฐานะนักวิชาการประจำกรรมาธิการสตรี ฯลฯ ดิฉันได้เคยเชิญสำนักงานศาสนามาปรึกษาเรื่องนี้ และได้รับคำแนะนำว่า มีทางเดียว คือ แก้ พ.ร.บ.สงฆ์ และสิ่งที่กลุ่มนักบวชสตรีและ สว.ทำอยู่ คือ พยายามแก้กฎหมายให้ภิกษุณีมีสถานภาพเป็นนิกายหนึ่ง ไม่ได้มีการเรียกร้องให้คณะสงฆ์สายเถรวาทมาบวชภิกษุณี

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด ฟอเรสต์ พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 18 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด ฟอเรสต์ พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 18 ต.ค.69