
ภาพถ่ายท้าทายจินตนาการ
ชายผู้สวมสูทสีเข้มเต็มยศ ถ้ามองผาดๆ เขาแทบไม่แปลกประหลาดกว่าคนอื่นเลย
ชายผู้สวมสูทสีเข้มเต็มยศ ถ้ามองผาดๆ เขาแทบไม่แปลกประหลาดกว่าคนอื่นเลย
โดย..โจ เกียรติอาจิณ
ชายผู้สวมสูทสีเข้มเต็มยศ ถ้ามองผาดๆ เขาแทบไม่แปลกประหลาดกว่าคนอื่นเลย แต่เพราะพฤติกรรมและท่าทางของเขาที่ออกจะพิลึกคนนั่นต่างหาก จึงทำให้เราต้องขอเอ่ยอ้างและคอยจับตามองอย่างใจจดจ่อ
เขากำลังห้อยหัวลงมาจากโครงหลังคาสูง วันดีคืนดีก็แปลงร่างเป็นมนุษย์ตัวเบาลอยอยู่บนฟากฟ้าโดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิต แล้วเขาก็สามารถยืนมาดเท่บนกำแพงหินชนิดที่สไปเดอร์แมนยังอายเลยละ บ่อยครั้งเขาก็ย่ำเดินไปในทะเลราวกับว่ามันเป็นผืนดินกว้าง ไม่เขาก็แผลงฤทธิ์ปีนต้นปาล์มในลีลาตะแคงชวนหวาดเสียวซะเหลือเกิน
นี่คือบางส่วนของภาพถ่ายคอนเซปชวล อันว่าด้วยเรื่อง “โลกตะแคง” ผลงานการลั่นชัตเตอร์โดยฝีมือประติมากรและตากล้องชาวฝรั่งเศส “ฟิลิปป์ ราแมตต์” ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงให้ผู้สนใจร่วมค้นหาความหมาย หนึ่งในเทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศสไทย หรือลาแฟต 2012 ณ ชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จนถึงวันที่ 29 เม.ย.นี้
ฟิลิปป์ ราแมตต์ นำเสนอภาพถ่ายที่สวนทางกับกฎแห่งความจริง เขาท้าทายทฤษฎีแรงโน้มถ่วงได้อย่างเหนือชั้น ด้วยวิธีที่ทั้งยอกย้อนและเสียดสี ขณะเดียวกันอารมณ์ของแต่ละชิ้นงานก็มีความผ่อนคลายเจือด้วยความขบขันไม่น้อย ขาดไม่ได้ก็ความเหวอ ความคาดไม่ถึง อีกอย่างคือเรื่องการฝืนธรรมชาติ ที่ศิลปินใช้เป็นธีมหลักของการทำงาน
“ผมไม่อยากใช้คำว่าฝืนหรอกนะครับ จริงอยู่ที่มันอาจจะมีความฝืนแฝงอยู่ในตัวภาพถ่ายงาน แต่ผมอยากเรียกว่ามันคืองานทดลองมากกว่า โดยที่การทดลองครั้งนี้ก็ยังได้บ่งชี้ถึงความเป็นไปของโลกใบนี้ว่ามักมีมุมที่หลากหลายและต่างกันเสมอ” เจ้าของผลงาน บอก
นอกจากจะซ่อนเร้นนัยสำคัญในตัวชิ้นงานแล้ว ภาพถ่ายชุด The Upside Down World of Philippe Ramette นั้น ก็ยังสะท้อนค่าความทะเยอทะยานตัวศิลปินอย่างตรงไปตรงมา โดยเขาพยายามสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นเรื่องจริง ค่อยๆ ผสมผสานกับจินตนาการสุดขอบฟ้าที่หลุดกรอบเดิมๆ
ในการทำงานชุดนี้ ฟิลิปป์ ราแมตต์ ยอมรับว่ามีอิสระในการจินตนาการมากๆ เขาสนุกกับการตามหาสถานที่ ตามที่สมองของเขาจินตนาการเบื้องต้น
“ทั้งๆ ที่ผมเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะมีอยู่จริงหรือเปล่า แต่ผมก็วาดทุกสิ่งอย่างไว้ในจินตนาการบรรเจิดของผม ผมโชคดีที่ได้รับความร่วมมือที่ดีจากเพื่อน ผมว่ากระบวนการมันก็เหมือนการทำหนังแหละ ทุกคนต่างก็มีส่วนช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้มันเป็นผลงานที่สมบูรณ์ที่สุด ตั้งแต่การเตรียมงาน เตรียมอุปกรณ์ การหาสถานที่ การเชตอัพองค์ประกอบต่างๆ ตลอดจนนักแสดงที่จะมาสื่ออารมณ์ที่สอดคล้องต่อธีมของงานด้วย”
สังเกตกันให้ดี ภาพถ่ายเกือบทุกภาพจะมีชายใส่สูทเป็นตัวละครเด่น ชายผู้นั้นเป็นใคร ทำไมไปอยู่ในภาพถ่ายเหล่านั้นได้ คำตอบแท้จริงก็คือ ฟิลิปป์ ราแมตต์ ที่ทุ่มทุนนำแสดงเอง ควบคู่การรั้งตำแหน่งเจ้าของผลงาน
“การที่ผมเอาตัวเองเข้าไปทดลอง ทำให้ผมค้นพบศาสตร์แห่งการแสดงออกผ่านทางร่างกายว่ามันมีความมหัศจรรย์ ยิ่งเมื่อต้องนำไปประยุกต์ใช้ในการภาพถ่าย ก็ยิ่งเพิ่มความงดงามและความน่าสนใจในชิ้นงานนั้น”
กว่า 30 ภาพถ่ายที่นำมาอวดต่อสายตาสาธารณะ ฟิลิปป์ ราแมตต์ ไม่เพียงจะมีธีมที่ชัดเจน สิ่งหนึ่งที่เขาเลี่ยงหรือใช้ให้น้อยเท่าที่จะน้อยได้ ก็เห็นจะเป็นเทคนิคอันทันสมัยที่เอื้อในการตัดต่อแต่งเติม จะมีบางภาพที่จำเป็นต้องพึ่ง ซึ่งศิลปินก็ออกมายืดอกบอกแบบแมนๆ ว่ารู้สึกเสียใจที่ทำให้ทุกคนผิดหวังในผลงานบางชิ้น
“ผมก็อยากให้คนที่เสพงานแล้ว ช่วยกันตีความตามที่ตัวคุณจินตนาการเอง โดยไม่จำเป็นต้องมาตีความเหมือนกับสิ่งที่ผมจินตนาการไว้ อยากให้การเสพงานชุดนี้เหมือนกับตอนที่คุณกำลังอ่านบทกวี อ่านจบก็ค่อยมาตีความจากความไพเราะที่เพิ่งเสพไป”
&<2288;







