posttoday
ทำไมต้อง...เซลล์บำบัด

ทำไมต้อง...เซลล์บำบัด

22 กุมภาพันธ์ 2555

โลกเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยสารพิษ ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่เราดื่ม อากาศที่เราหายใจ อาหารที่เรารับประทาน

โลกเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยสารพิษ ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่เราดื่ม อากาศที่เราหายใจ อาหารที่เรารับประทาน

โดย...พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ

โลกเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยสารพิษ ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่เราดื่ม อากาศที่เราหายใจ อาหารที่เรารับประทาน และยังข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ รอบๆ ตัวเรา ล้วนปะปนไปด้วยสารพิษ ตลอดจนความเครียด...เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดการเจ็บป่วยต่างๆ ที่คนในอดีตไม่เป็นกัน และทำให้ความแก่หรือความชรา (Aging) มาเยือนเร็วขึ้น

ความชรา หมายถึง การสั่งสมความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบชีววิทยาตามกาลเวลา ที่นำไปสู่การตายของเซลล์และความล้มเหลวของการทำงานของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงนี้จะเพิ่มมากขึ้นตามวัยที่สูงขึ้น ร่วมกับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมและวิถีการดำรงชีวิตหรือโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งจะยิ่งทำให้เกิดและเพิ่มความเสื่อมกับร่างกายมากยิ่งขึ้น

ถูกต้องค่ะ... ที่ตามธรรมชาติแล้วยังไงร่างกายของเราเมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องมีความเสื่อมของเซลล์เกิดมากขึ้นเป็นธรรมดา แต่ทำไมคนบางคนอายุเท่ากันแต่ดูอายุห่างกันเป็นสิบปี ทำไมคนบางคนแม้อายุที่เพิ่มขึ้นแต่กลับดูไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงดูดีอ่อนกว่าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันมากมาย คำตอบก็อยู่ตรงนี้ละค่ะ ...เซลล์...

ด้วยศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ เราสามารถที่จะหยุดยั้งการเสื่อมของเซลล์ และช่วยฟื้นฟูให้เซลล์กลับมามีชีวิตใหม่หรือเพิ่มจำนวนเซลล์เกิดใหม่ในร่างกายให้มีมากขึ้น เราเรียกวิธีการนี้ว่า...เซลล์บำบัด หรือ Cell Therapy ค่ะ เมื่อเซลล์ใหม่มีมากขึ้น เซลล์เสื่อมสภาพมีน้อยลง เซลล์ที่มีอยู่กลับมามีชีวิตที่แข็งแรงขึ้น สิ่งที่สะท้อนออกมาภายนอกจึงเป็นความสดใส เปล่งปลั่ง แข็งแรง

เมื่อพูดถึงความงาม ความเปล่งปลั่งของผิวพรรณ ...ในสมัยที่อายุน้อยๆ แม้ไม่ทำอะไรเลยผิวก็ดูดีเพราะมีการเกิดใหม่ของเซลล์มาทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพไปตลอดเวลา พออายุมากขึ้นการผลัดเซลล์ผิวหรือการทำเลเซอร์ ก็ช่วยกำจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้ออกไปจากเรา เพื่อกระตุ้นให้เกิดจากเซลล์ใหม่ๆ มาทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสลายไป แต่เมื่ออายุมากขึ้นเข้าเลข 4 การสร้างเซลล์ใหม่ไม่เหมือนเมื่ออายุยังน้อย มีการสร้างเซลล์ใหม่น้อยลงขณะที่มีเซลล์เสื่อมสภาพมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเมื่ออายุมากขึ้น การทำแต่เลเซอร์หรือทรีตเมนต์ต่างๆ จึงไม่ได้ผลดีเหมือนเมื่อตอนอายุน้อยๆ... เพราะเซลล์ใหม่เกิดขึ้นน้อยลงนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ วิทยาการในปัจจุบันจึงไม่เพียงให้การดูแลรักษาเฉพาะภายนอก แต่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปดูแลรักษากันถึงในระดับเซลล์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตทั้งหมด เพื่อให้ผลการรักษายั่งยืนและปรากฏผลออกมาจากภายในอย่างแท้จริง

ยกตัวอย่าง ในการทำเลเซอร์หรือการยกกระชับ ถ้าต้องการให้ผลการรักษาดียิ่งขึ้น การแพทย์แนวใหม่จึงต้องทำการรักษาด้วยเซลล์บำบัดควบคู่กันไปด้วย

แนวคิดของการทำเซลล์บำบัดก็คือการฟื้นฟูเซลล์ให้กลับมาแข็งแรง คุณภาพดีอีกครั้ง ประกอบด้วยการขับของเสียหรือขับสารพิษออกจากเซลล์ การเติมสารอาหารที่เซลล์ต้องการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเซลล์จนถึงการซ่อมเซลล์ เพิ่มเซลล์ใหม่ๆ

Detoxification การทำดีทอกซ์มีมากมายหลายอวัยวะ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ลำไส้ ตับ ไต เลือด หรือแม้แต่สมอง ซึ่งแต่ละอวัยวะก็มีวิธีการทำไม่เหมือนกัน ให้ผลในการฟื้นฟูที่แตกต่างกัน เช่น ต้องการเรื่องผิวพรรณ ก็ Detox ผิวหนัง ขับสารพิษ ถ้าอยากเอาของเสียออกทั้งหมดก็ต้องดีทอกซ์หลายอวัยวะ

เมื่อขับของเสียออกแล้ว ถ้าต้องการให้เซลล์ทำงานได้เต็มที่ก็ต้องใส่สารอาหารเข้าไปให้กับเซลล์ ทั้งวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ที่เซลล์นั้นๆ ต้องการ เพื่อนำไปใช้ในการเสริมสร้างเซลล์ เช่น ถ้าเป็นด้านความงามก็ต้องใส่สารที่เสริมในเรื่องการสร้างคอลลาเจน เพื่อให้ได้ผิวที่เปล่งปลั่งสดใส

มากไปกว่านั้นในปัจจุบัน การฟื้นฟูระดับเซลล์ยังได้มีการพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างมาก ในหลายๆ ประเทศ เช่น ในประเทศเยอรมนี มีการใช้เซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) จากทั้งพืชและสัตว์เพื่อฟื้นฟูและบำบัดอาการเจ็บป่วยต่างๆ เช่น มะเร็งโรคหัวใจ จนถึงเรื่องผิวพรรณ ในสหรัฐอเมริกาก็มีความนิยมใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากไขมันในตัวเอง เพื่อฟื้นฟูเชลล์อื่นๆ ในร่างกาย อย่างไรก็ดีเทคโนโลยีในเรื่องการรักษาด้วยเซลล์นี้ยังเป็นเรื่องใหม่ และยังไม่มีการรับรองจากองค์การอาหารและยา ดังนั้น ก่อนเลือกรักษาด้วยวิธีการนี้ก็ควรจะต้องปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะคะ ในครั้งหน้าเราจะมาเจาะลึกกันถึงการฟื้นฟูเซลล์ด้วยไขมันของตัวเองกันค่ะ

&<2288;
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท