posttoday
เสริมความสาว แก้ไข...หนังตาตก

เสริมความสาว แก้ไข...หนังตาตก

21 กุมภาพันธ์ 2555

คนไทยส่วนใหญ่มีตา 2 ชั้น แต่หลายคนมีปัญหาไขมันบริเวณเปลือกตาบนหนา ทำให้ชั้นตาเห็นได้ไม่ชัดเจน

คนไทยส่วนใหญ่มีตา 2 ชั้น แต่หลายคนมีปัญหาไขมันบริเวณเปลือกตาบนหนา ทำให้ชั้นตาเห็นได้ไม่ชัดเจน

โดย.. พญ.ลักขณา ถาวโรจน์

คนไทยส่วนใหญ่มีตา 2 ชั้น แต่หลายคนมีปัญหาไขมันบริเวณเปลือกตาบนหนา ทำให้ชั้นตาเห็นได้ไม่ชัดเจน ยิ่งเมื่ออายุมากขึ้นเปลือกตาบนก็ยิ่งตกหย่อนลงมาตามแรงโน้มถ่วง รวมถึงคอลลาเจนและอีลาสตินที่ลดลงตามวัย ทำให้ไม่สามารถพยุงเปลือกตาบนเอาไว้ได้ จึงตกหย่อนลงมาทำให้ดูคล้ายตาชั้นเดียวหรือตาเล็กลง ส่งผลกระทบต่อความสวยงามภายนอกรวมถึงปัญหากับการมองเห็นได้ หากหนังตาตกลงมามากจนปิดบริเวณลูกนัยน์ตาหรือบางครั้งอาจส่งผลให้ขนตาม้วนลงมาโดนลูกตาทำให้ระคายเคืองได้ การดูแลปัญหาเบื้องต้นควรเริ่มจากการป้องกันไม่ให้ปัญหาแย่ขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการใช้สายตามากเกินไป เช่น การเพ่งสายตานานๆ พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าขยี้ตาแรงๆ รวมถึงหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และนิโคตินและใช้อายครีมเป็นประจำเช้าเย็น นอกจากนั้นก็ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการแก้ไขที่เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการของคุณมากที่สุด

โดยทั่วไปแล้วสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนยานของหนังตามากเป็นพิเศษ อาจต้องใช้การผ่าตัดเปลือกตา (Upper Eyelid Surgery) แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะบริเวณที่ทำ และใช้มีดกรีดตามแนวชั้นตาเพื่อเอาไขมันส่วนเกินออก แล้วตัดผิวหนังบนเปลือกตาบางส่วนออกไป จากนั้นจึงเย็บกลับเข้าหากันใช้เวลาประมาณ 45 นาที ทำเพียงครั้งเดียวก็เห็นผลชัดเจนจึงไม่ต้องทำซ้ำ หลังผ่าตัดต้องประคบเย็นประมาณ 3 วัน เพื่อลดอาการบวม และใช้เวลาประมาณ 24 สัปดาห์ รอยฟกช้ำถึงจะจางหาย แต่ในช่วง 35 เดือนแรกอาจยังมีอาการบวมอยู่ ชั้นตาจึงอาจยังดูไม่ปกติและไม่เท่ากัน ในกรณีที่มีปัญหาคิ้วตกร่วมด้วยก็ควรทำควบคู่ไปกับการฉีดโบทอกซ์หรือการผ่าตัดดึงขมับก็จะเห็นผลได้ดี แต่สำหรับคนที่ไม่อยากพึ่งมีดหมอก็สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การใช้คลื่นวิทยุ แสงเลเซอร์ หรือแสงอินฟราเรด เข้ามาช่วยในการยกหนังตาให้สูงขึ้น โดยไม่ต้องศัลยกรรม แต่ต้องทำต่อเนื่องสม่ำเสมอจึงเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ปัจจุบันก็มีการใช้เทคนิคที่คิดค้นขึ้นมาสำหรับแก้ไขปัญหาบริเวณผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ ซึ่งอ่อนโยนเป็นพิเศษเหมาะสำหรับผิวรอบดวงตา วิธีนี้ช่วยกระตุ้นการผลิตอีลาสตินและคอลลาเจน ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของผิวขึ้นมาใหม่ พร้อมกระชับเส้นใยอีลาสตินและคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้แข็งแรง ส่งผลให้ผิวแน่นตึง เกิดการยกตัวของผิวรอบดวงตาบริเวณที่มีการรักษา เกิดแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเซลล์ผิว ผลที่ได้คือสภาพผิวที่กระชับ เรียบตึง และผิวรอบดวงตาที่หย่อนยานยกตัวสูงขึ้น จึงแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึก รวมถึงความตกหย่อนของเปลือกตาและโหนกคิ้ว เปิดดวงตาให้ดูกลมโตและอ่อนเยาว์ขึ้นอีกด้วย

การรักษาใช้เวลาประมาณ 20 นาที โดยต้องทำต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ต่อครั้ง ผู้รับการรักษาจะรู้สึกเพียงอุ่นๆ เท่านั้น แต่หากรู้สึกร้อนควรแจ้งผู้เชี่ยวชาญ เพื่อปรับอุณหภูมิลงในระดับที่อ่อนโยนต่อผิว หลังทำไม่พบอาการแสบแดง บวมช้ำแต่อย่างใด จึงสามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น แต่หากพบว่าผิวรอบดวงตามีสีชมพูระเรื่อเล็กน้อยก็ไม่ต้องกังวล เพราะหลอดเลือดเกิดการขยายตัวขึ้นมาหล่อเลี้ยงผิวบริเวณนั้น ซึ่งจะหายไปเองหลังทำเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ผู้รับการรักษาส่วนใหญ่เห็นความแตกต่างได้ในครั้งแรกเท่านั้น แต่ถ้าต้องการเห็นผลชัดเจนและรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่นานยิ่งขึ้น ก็ควรรักษาอย่างต่อเนื่อง 45 ครั้งขึ้นไป ที่สำคัญเทคนิคนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเปลือกตาบนหนาตามธรรมชาติหรือจากกรรมพันธุ์ แต่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาตาตก โหนกคิ้วหย่อนจากวัยที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น สุดท้ายนี้จะเลือกวิธีไหนก็ต้องศึกษารายละเอียดให้ดี รวมถึงดูแลผิวรอบดวงตาอย่างสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นใต้ตาตกก็อาจกลับมาเยือนคุณให้กลุ้มใจได้อีกทุกเมื่อ!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท