posttoday
‘AEC กับปัญหาสมองไหล’

‘AEC กับปัญหาสมองไหล’

20 กุมภาพันธ์ 2555

ยังไงก็ต้องขอคุยเรื่อง AEC กับปัญหาสมองไหลของแรงงานไทยอยู่ดี

ยังไงก็ต้องขอคุยเรื่อง AEC กับปัญหาสมองไหลของแรงงานไทยอยู่ดี

โดย ..รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ยังไงก็ต้องขอคุยเรื่อง AEC กับปัญหาสมองไหลของแรงงานไทยอยู่ดี แม้อาจจะซ้ำซากกับคนอื่นบ้าง แต่ขอให้ถือว่าเป็นคำเตือนอีกครั้งจากชาว HR ที่มองเห็นปัญหานี้และอยากส่งข่าวให้องค์กรต่างๆ เตรียมการเรื่องคนของเราก่อนที่จะสายเกินไปเหมือนในหลายๆ เรื่องที่คนไทยมักสายตลอดและยึดคติว่า “มาสายดีกว่าไม่มา”

ในอนาคตนั้นคนที่มาสายคือ คนที่ไม่ทันกินด้วยเพราะคนอื่นเขาหยิบชิ้นปลามันไปกินก่อนเราทุกทีคำว่า “สมองไหล” นี้ ผู้เขียนเคยได้ยินตั้งแต่ตัวยังกะเปี๊ยกหมายถึง การที่ประเทศไทยเราต้องสูญเสียแรงงานชั้นมันสมอง เช่น พวกแพทย์ วิศวกร ให้กับประเทศอภิมหาอำนาจทางเศรษฐกิจคือ สหรัฐที่มีอำนาจการจ้างสูงกว่ามันเป็นอย่างนี้มา 3040 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนองค์กรบ้านเราก็ยังแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่เสร็จเสียที

จนมาถึงยุค AEC เราก็ยังพูดเรื่องสมองไหล หรือสมองกำลังจะไหลอีก แต่คราวนี้เป็นว่าสมองไหลไปสู่สิงคโปร์หรือมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านที่มีอัตราค่าจ้างสูงกว่าเรา มันน่าเจ็บใจและน่าขายหน้าไหมเล่า

‘AEC กับปัญหาสมองไหล’

 

เมื่อ 50 กว่าปีก่อนนู้นสิงคโปร์ยังเป็นประเทศเกาะเล็กๆ ที่มีทรัพยากรน้อยและแทบไม่มีความสลักสำคัญใดๆ ทางเศรษฐกิจ แต่ในวันนี้สิงคโปร์ติด 1 ใน 10 ของประเทศที่มีรายได้ประชากรเฉลี่ยต่อหัวสูงสุดในโลก และมีประชากรที่จัดเป็น “Talent” มีศักยภาพสูงติด 1 ใน 10 ของโลกเช่นกัน

ส่วนไทยนั้นมีอันดับ “Talent” ต่ำลงไปกว่าปีที่แล้ว 3 อันดับ กลายเป็นอันดับที่ 38 ของโลกตามหลังมาเลเซีย!!!

เราถอยไปกว่านี้ไม่ได้แล้วนะคะ เพราะเวียดนามกำลังกวดมาติดๆ จะทำอะไรก็รีบทำเสียอีก 3 ปี พอ AEC เริ่มระบบเราจะตกกระป๋องตามใครๆ ไม่ทัน

ถามว่าในบรรดา 10 ประเทศที่เป็นสมาชิกอาเซียนนั้น เวลาเรียงลำดับความยิ่งใหญ่ ความได้เปรียบเสียเปรียบในแง่ต่างๆ แล้วไทยเราอยู่ตรงไหน? ขอตอบว่าในภาพรวมสิงคโปร์คือ เต็งหนึ่ง (ของโลกด้วยนะไม่ใช่แค่อาเซียน) ตามด้วยมาเลเซียและไทย จากนั้นก็คือ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ที่ผลัดกันหายใจรดต้นคอ อินโดนีเซียอาจจะได้เปรียบตรงที่มีทรัพยากรธรรมชาติมากกว่า แต่ฟิลิปปินส์ได้เปรียบตรงภาษา

มาดูประเทศไทยดีกว่าว่าเรามีอะไรเด่นๆ ที่น่าจะใช้เป็นข้อได้เปรียบบ้าง?

ในแง่ของธุรกิจอุตสาหกรรม เรามีความ (ค่อนข้าง) พร้อมและเชี่ยวชาญเรื่องการท่องเที่ยว โรงแรม สุขภาพ และความงาม นอกจากนี้อุตสาหกรรมอาหารและการแปรรูปอาหารเราก็เก่งหลายเรื่อง เรื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์เราก็ใช้ได้เลยทีเดียวในแง่การผลิต เฟอร์นิเจอร์ก็ไปได้ดี จึงเป็นไปได้ (และเริ่มเป็นไปแล้ว) ที่นักธุรกิจไทยจะขยายอาณาจักรการลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ เหล่านี้ ในประเทศเพื่อนบ้านของเราที่มีค่าจ้างต่ำกว่า ส่วนไทยเราก็จะกลายเป็นประเทศที่มีแรงงานราคาแพงขึ้น ดังนั้นเรื่องแรงงานราคาถูกก็ไม่ใช่จุดขายของเราอีกต่อไป เราจะต้องแข่งเรื่องคุณภาพและฝีมือที่เหนือกว่าแทน ซึ่งในประเด็นนี้ก็น่าเป็นห่วงเพราะแรงงานมีฝีมือเป็นสิ่งที่หายากในประเทศของเราและประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน

น่ากลัวว่าในอนาคตแรงงานที่ค่อนข้างมีฝีมือจะโดนแย่งตัวโดยสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ทั้งนี้นายจ้างยอมทุ่มทุนจ้างล่ามก่อนในระยะแรกๆ แน่ ส่วนไทยเราก็ต้องพยายามรักษาแรงงานฝีมือของเราไว้ให้สุดชีวิตเคล็ดลับนั้นก็คือ ต้องรักษาพนักงานหัวเห็ดยอดฝีมือของเราเอาไว้ให้เต็มที่ เพราะเอาเข้าจริงแล้วคนไทยเราไม่ชอบอยู่บ้านเขาเมืองคนอื่นหรอกค่ะ ทั้งอาหารอะไรก็ไม่ถูกปาก คนไทยเราติดบ้าน ถ้าไม่ดีกว่าจริงๆ ไม่มีใครอยากทิ้งบ้านไป ดังนั้นจงทำโรงงานของท่านเปรียบเสมือนบ้านนะคะ

ส่วนเรื่องแรงงานระดับมันสมองมีแนวโน้มสูงมากที่เราจะสูญเสียแพทย์ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ให้กับสิงคโปร์และมาเลเซีย รวมทั้งประเทศอื่นๆ ที่มีอำนาจจ่ายสูงกว่า ทางแก้หรือทางป้องกันนอกจากเรื่องของเงินเดือนก็คือ การพยายามชักจูงให้ต่างชาติมาร่วมทุนหรือลงทุนเปิดธุรกิจการแพทย์ การเงินและการวิจัยพัฒนาต่างๆ ในประเทศไทย

นอกจากจะเป็นการดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ ยังจะได้รักษาคนและพัฒนาคนของเราพร้อมๆ กับเศรษฐกิจที่โตขึ้น เรื่องของการไหลเข้าไหลออกของแรงงานย่อมเป็นไปตามอุปสงค์อุปทานภายในภูมิภาค การปรับปรุงเรื่องการสรรหา รักษาและพัฒนา HR ก็อาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่คงยากที่จะต้านแรงของอุปสงค์อุปทาน

ผู้เขียนจึงอยากสนับสนุนแนวคิดเรื่องการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค เรื่องภาษี กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้ดึงดูดนักลงทุนเพราะมันน่าจะเป็นหนทางพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนในระยะยาว ทำประเทศให้น่าอยู่ น่าทำกินดีกว่าทะเลาะกัน แกล้งกัน บีบกันแล้วให้ต่างชาติมาตักตวงผลประโยชน์จากประเทศเราจะดีกว่านะคะ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท