
อินทิรา กตัญญุตานนท์ ‘เที่ยวเป็นบ้านเป็นหลัง’
โดย...กาญจน์ อายุ
โดย...กาญจน์ อายุ
ย่านสุขุมวิทเสมือนเป็นแหล่งรวมคนญี่ปุ่นดูได้จากร้านอาหาร ป้ายโฆษณา หน้าตาคนทำงานที่เห็นแล้วเหมือนอยู่เมืองญี่ปุ่น จุดนี้เองทำให้ “คุณอิน-อินทิรา กตัญญุตานนท์” ตัดสินใจเปิดเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในซอยสุขุมวิท 26 เพื่อรองรับตลาดนี้ และเธอยังเป็นเจ้าของร้านจิวเวลรีผลิตงานแบบแฮนเมดส่งขายทั้งในไทยและต่างชาติ
นอกจากบทบาทนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เธอยังมีอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือ บทคุณแม่ลูกสองที่เธอไม่เคยทำตกบกพร่องทั้งความรัก ความเอาใจใส่ คำสั่งสอน รวมถึงการให้เวลาที่เธอและลูกๆ มักมีร่วมกันเสมอ โดยเฉพาะระหว่างการเดินทาง
เที่ยวเป็นบ้านเป็นหลัง
“ครอบครัวอินชอบเที่ยว เที่ยวแบบบ้าคลั่ง” นี่คือคำพูดของเธอเมื่อถามว่าเที่ยวบ่อยไหม และนอกจากเที่ยวบ่อยเธอยังเที่ยวเป็นบ้านเป็นหลังคือ ยกทั้งบ้านไปเที่ยวด้วยกันและนาน โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกสาวทั้งสองปิดเทอม ทั้งครอบครัว (ทั้งฝ่ายสามีและฝ่ายคุณอิน) จะไปเที่ยวต่างประเทศและเที่ยวอยู่ที่นั่นเป็นเดือน
“เวลาปิดเทอมใหญ่เราทุกคนจะไปเที่ยวเมืองนอก เช่น ที่ไปมาแล้วคือ สกอตแลนด์ ออสเตรเลีย อเมริกา แต่ถ้าเป็นช่วงปิดเทอมเล็กจะเที่ยวในประเทศหรือประเทศใกล้เคียง เช่น หัวหิน เขาใหญ่ ราชบุรี หรือที่ฟิลิปปินส์ อินชอบพาลูกไปเที่ยว พาเขาไปดูสิ่งที่ไม่เคยเห็นและมีเวลาที่สนุกๆ ร่วมกัน อีกไม่นานลูกจะปิดเทอมแล้ว อินมีแผนจะพาพวกเขาไปเล่นทะเลที่สมุย”
และสิ่งที่ต้องพูดถึงอีกเรื่องคือ คุณอินกะเตงลูกเที่ยวตั้งแต่ลูกอายุขวบครึ่งด้วยเหตุผลของความเป็นแม่ที่ว่า “แม้ว่าการพาเด็กเล็กไปเที่ยวด้วยเป็นเรื่องที่เหนื่อย แต่อินยอมเหนื่อยมากกว่าเพื่อให้เรากับลูกมีประสบการณ์ร่วมกัน แชร์ความประทับใจร่วมกัน ตอนนั้นเขาอาจยังไม่รู้เรื่อง แต่ความทรงจำมันจะอยู่ในรูปถ่าย เมื่อเขาโตขึ้นเขาจะเห็นมันเอง และที่สำคัญอินไม่อยากทิ้งลูกคนใดคนหนึ่งไว้ที่บ้าน เพราะเมื่อเขาโตขึ้นมาแล้วรู้ว่าตัวเองไม่ได้ไป ลองคิดดูว่าเขาจะเสียใจมากแค่ไหน”
การไปเที่ยวเป็นครอบครัวใหญ่ทำให้คุณอินต้องทำการบ้านก่อนไป เธอต้องเช็กสภาพอากาศเพื่อจะได้เตรียมเสื้อผ้าได้ถูก จองโรงแรม เช่ารถ และทำกำหนดคร่าวๆ ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ที่สำคัญก่อนไปเธอ สามี และลูกต้องไม่ป่วย เพื่อจะได้ไปเที่ยวอย่างเต็มที่ สนุกได้เต็มที่
Story
สตอรีคือ ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่กล่าวถึงในช่วงแรก ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 ลูกค้าทั้งหมดคือคนญี่ปุ่นที่ทำงานในไทย คุณอินเลือกกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ เพราะเธอได้สำรวจตลาดก่อนสร้างแล้วว่าญี่ปุ่นคือตลาดที่สามารถขายได้แน่นอน ดังนั้นเธอจึงทำอพาร์ตเมนต์ที่ตอบสนองคนญี่ปุ่นทุกประการ ทำให้ภายในห้องแตกต่างไปจากอพาร์ตเมนต์ทั่วไป เช่น ในห้องน้ำจะต้องมีอ่างอาบน้ำ ชักโครกอัตโนมัติที่นำเข้าจากญี่ปุ่น เครื่องใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่น ในส่วนของพื้นที่ใช้สอย ทุกห้องต้องมีที่เก็บไม้กอล์ฟ มีพื้นที่สูบบุหรี่ภายในห้องพร้อมเครื่องดูดควัน ห้องเก็บเสื้อผ้าที่มีฟังก์ชันใช้งานหลากหลาย ทั้งหมดเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องมีในห้องนอนของชาวญี่ปุ่น
ด้วยความที่เครื่องใช้สอยตรงกับพฤติกรรมของคนใช้งาน ทำให้อพาร์ตเมนต์แห่งนี้ได้รับการต้อนรับอย่างนี้ตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือน ก.พ.ปีที่แล้ว คุณอินยังเล่าถึงเรื่องน่าทึ่งถึงการกำเนิดสถานที่แห่งนี้นั่นคือ เงินทุนทั้งหมดที่เธอทุ่มลงไปเป็นเงินสะสมที่เธอเก็บมาทุกบาททุกสตางค์ ส่วนที่ดินเป็นทรัพย์สินของครอบครัวอยู่แล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสตอรีถึงมีเพียง 4 ชั้น 30 ห้อง เพราะเงินทุนมีเพียงเท่านี้และไม่อยากสร้างมากจนเกินตัวนั่นเอง
“อินไม่อยากมีธุรกิจแล้วมีหนี้ตามมาด้วย เพราะถ้าสักวันอินไม่อยู่แล้วหนี้ยังไม่หมด ลูกอินก็ต้องมีหนี้”
อีกหนึ่งธุรกิจของคุณอินคือ ร้านแฟรีเทล ร้านจิวเวลรีที่มีร้านอยู่ในไทยและส่งออกไปขายแถบสแกนดิเนเวียและฟิลิปปินส์ โดยงานทุกชิ้นเป็นงานแฮนเมดและคุณอินเป็นคนออกแบบเอง ทำให้แฟรีเทลขายดีจนผลิตไม่ทัน
คุณอินกล่าวถึงงานทุกงานที่เธอทำว่า เธอทำมันด้วยความชอบ “ธุรกิจที่เกิดจากความชอบ พอทำแล้วมันอยากทำต่อ ทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ หรือถ้าธุรกิจเจ๊งเราก็ยังสามารถใช้มันเองได้เพราะเราชอบ แต่ก็มีเหมือนกันงานที่ทำแล้วไม่อยากทำ อย่างธุรกิจสปาที่อินเคยทำมาก่อน สาเหตุที่เลิกเพราะทุกอย่างมันเริ่มเข้าที่จนรู้สึกไม่สนุกอีกต่อไป จึงขายธุรกิจทิ้งและหาสิ่งใหม่ๆ ทำ อย่างเช่น ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ที่ตอนนี้อินไม่ได้คิดถึงแค่ความสนุกแต่คิดถึงอนาคตของลูกด้วย”
คุณอินสอนลูกอยู่เสมอว่าเงินไม่ได้ลอยมาจากฟ้าและสอนให้ลูกคิดเสมอว่าทุกอย่างที่ลูกมีไม่ใช่ของเขา “เขาต้องขยันเรียนเพื่อเป็นใบผ่านไปสู่งาน และต้องเห็นคุณค่าของเงิน งานวันเกิดของลูกและอิน อินจะพาพวกเขาไปบ้านราชวิถี ไปเลี้ยงอาหารกลางวัน และสอนหนังสือน้องๆ เพื่อให้เขารู้คุณค่าของชีวิต และคุณค่าของเงินว่ามันสามารถสร้างความสุขให้คนอื่นได้เช่นกัน และสร้างคุณค่าได้มากกว่าใช้เงินเพื่อสนองตัวเองเสียอีก”
อีกหนึ่งสถานที่ที่ครอบครัวของคุณอินชอบไปคือ วัด และสถานที่ทางศาสนาของทุกศาสนา เพื่อหาโอกาสทำบุญร่วมกันทั้งครอบครัวและสร้างนิสัยชาวพุทธที่ดีให้แก่ลูก ถือว่าเป็นการเที่ยวที่ผู้ปกครองสมัยนี้หลงลืมไปจนทำให้ “เด็กสมัยนี้” ห่างไกลวัดวา ดังนั้นส่วนสำคัญที่ทำให้เด็กสมัยนี้ใกล้ชิดศาสนาคือ “ผู้ปกครองสมัยนี้” ที่ต้องพาพวกเขาไป
&<2288;







