
Jewelry Window Display Design กลยุทธ์การนำเสนอสินค้าเครื่องประดับรูปแบบใหม่ใส่ไอเดีย
ในปัจจุบันวิธีการนำเสนอสินค้าผ่านการจัดแสดงสินค้า (Display)
ในปัจจุบันวิธีการนำเสนอสินค้าผ่านการจัดแสดงสินค้า (Display)
โดย..สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ในปัจจุบันวิธีการนำเสนอสินค้าผ่านการจัดแสดงสินค้า (Display) เป็นสื่อหนึ่งที่สร้างความน่าสนใจและดึงดูดผู้คนที่สัญจรไปมาไม่ให้เพียงแค่มองผ่าน แต่ยังสามารถเพิ่มโอกาสการเข้าร้านสูงขึ้น ไม่เพียงร้านเสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา และอาหาร ที่เปิดกันดาษดื่นทั่วทุกซอกทุกมุมโลก แต่รวมถึงของชิ้นเล็กแต่มูลค่าสูงอย่างธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับด้วย ดังนั้นการจัดดิสเพลย์เพื่อส่งเสริมการขายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างมาก การกล้าที่จะรังสรรค์นำเสนอความแปลกใหม่ในตัวสินค้าจะยิ่งทำให้เป็นที่จดจำและโจษจันแก่ผู้พบเห็นได้อย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องลงทุนโฆษณา นับเป็นกลยุทธ์ในการส่งเสริมการตลาดที่เยี่ยมยอดและชาญฉลาดอย่างยิ่ง การจัดแสดงสินค้า (Display) ที่เหมาะสมนั้น จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดความคิดสร้างสรรค์ และไอเดียที่น่าสนใจ
การสร้างความโดดเด่นผ่านรูปแบบการใช้แสง สี รูปทรง (Form) การจัดวาง ที่กระตุ้นให้ผู้ที่พบเห็นเกิดความสนใจและต้องการสินค้าของเราในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที วิธีการจัดดิสเพลย์มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการจัดแบบ Independent Display, Serial Display, Ensemble Display ทั้งนี้ต่างก็มีจุดดีและจุดเด่นที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับดีไซเนอร์จะสามารถดึงคุณค่าและตัวตนของสินค้าได้มากน้อยเพียงไร และจะใช้ดิสเพลย์รูปแบบไหนมาเป็นหลักในการโชว์สินค้า
สำหรับการจัดแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่นิยมนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการจัดแบบตู้กระจก (Window Display) โดยมักจะเป็นแบบของดิสเพลย์ติดผนัง และไม่นิยมจัดแบบ 360 องศา ที่ใช้กับสินค้าที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยทำให้ร้านจิวเวลรีไม่ดูแน่นจนเกินไป ผู้ที่แวะเวียนมาพอมีพื้นที่ในการเข้าไปดูได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นการเลือกใช้ตู้กระจกและตู้เจาะผนัง จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับสินค้าจำพวกอัญมณีและเครื่องประดับซึ่งมีขนาดเล็กมากที่สุด
การจัดวางดิสเพลย์ให้มีความสวยงามและน่าสนใจนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับดีไซเนอร์หน้าใหม่ เพราะปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นสิ่งแรก คือ ทำอย่างไรไม่ให้สินค้าถูกกลืนไปกับสิ่งของที่ตกแต่งดิสเพลย์ และยังคงรักษาความโดดเด่นของตัวสินค้านั้นๆ ไว้ได้ ในปัจจุบันการจัดดิสเพลย์ได้มีการปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น มีการใช้เรื่องราวต่างๆ มาสอดรับให้เข้ากับสถานการณ์ในขณะนั้น อย่างเช่น ในหน้าหนาว สินค้าในตู้โชว์ก็มักจะมีการใช้สัญลักษณ์ของเกล็ดน้ำแข็ง เกล็ดหิมะ มาตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศ หรืออาจจัดวางสินค้าในรูปแบบที่สัมผัสได้ ซึ่งจะทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกอยากเป็นเจ้าของ อยากลองสินค้ายิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การจัดวางในรูปแบบนี้มักใช้ในสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่มีราคาไม่สูงมากนัก หรือพวกเสื้อผ้า เป็นต้น
ปัจจัยที่ 2 ที่ต้องคำนึงถึง คือ ความเป็นมา เรื่องราวของการนำเสนอ และตำแหน่งจุดสนใจหลักของการแสดงสินค้า อาจมีการจัดดิสเพลย์กลางตู้โชว์ หรืออาจไม่เน้นจุดกึ่งกลาง แต่วางตามจุดต่างๆ ในตู้แทนโดยเน้นที่ความหลากหลาย เช่น การจัดแสดงสินค้าตามศูนย์การค้าที่นำเสนอในรูปแบบของวิถีชีวิต (Life Style) ของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม โดยอาจจะเน้นสินค้าบางประเภทเป็นพิเศษ อย่างเช่น เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์กีฬา และเครื่องประดับใหม่ๆ ให้เข้ากับเทรนด์โลก
ปัจจัยที่สาม คือ การเลือกใช้วัสดุตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นฉากหลัง แท่นวาง ดีไซเนอร์สามารถเลือกใช้ได้หลากหลายอย่างไม่จำกัดตามอิสระทางความคิด ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกใช้วัสดุแบบเดียว ชนิดเดียวเสมอไป เพราะจะทำให้เกิดข้อจำกัดทางความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบเอง แต่การเลือกวัสดุตกแต่งก็ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้วย เช่น การเลือกใช้ฉากวาด ภาพพิมพ์มาตกแต่ง รวมทั้งสติกเกอร์ติดกระจกจะสามารถช่วยให้ดิสเพลย์ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น
ปัจจัยสุดท้าย คือ การใช้แสงอย่างถูกต้อง โดยคำนึงถึงสีของสินค้าเป็นหลัก เช่น หากสินค้าเป็นสีแดงควรหลีกเลี่ยงการใช้แสงสีน้ำเงิน เพราะจะทำให้สินค้ากลายเป็นม่วง โดยเฉพาะสินค้าเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยพลอยสีต่างๆ ถ้าเราใช้แสงผิด สีของอัญมณีเหล่านั้นก็จะผิดเพี้ยนไปด้วย ดังนั้นดีไซเนอร์ต้องเรียนรู้เทคนิคการใช้แสงไฟที่เหมาะสมกับสินค้าของเรา ให้ดูแล้วสวยที่สุด น่าสนใจที่สุด อย่างเช่น เครื่องประดับเพชร เราสามารถเลือกใช้ไฟ LED สีขาวจัด มาใช้เพื่อให้เครื่องประดับเพชรดูโดดเด่นระยิบระยับ น่าดึงดูด แต่หากเราเลือกใช้ไฟ LED ที่มีหลากสีและสามารถหมุนได้ ก็จะช่วยให้เครื่องประดับเพชรดูระยิบระยับมีประกายวิบวับน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เหมือนกับมีการเคลื่อนไหวหยอกล้อกับแสงไฟ ซึ่งจะทำให้ผู้พบเห็นเกิดความสะดุดตา
ปัจจุบันมักจัดดิสเพลย์สินค้าโดยเน้นการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ให้น่าสนใจ ซึ่งเห็นได้จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องประดับ และเครื่องสำอาง เป็นต้น แต่สิ่งที่การนำเสนอของแต่ละแบรนด์แตกต่างออกไปนั้นมาจากไอเดีย ภาพลักษณ์ และที่สำคัญอย่างยิ่งซึ่งจะขาดเสียไม่ได้ คือ เอกลักษณ์ นั่นเอง







