posttoday
ยกเครื่อง tnccยุทธการเชิงรุกกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ

ยกเครื่อง tnccยุทธการเชิงรุกกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ

13 กุมภาพันธ์ 2555

แม้ว่าตำรวจพัทยาจะ “จัดหนัก” กับกลุ่มคนร้ายข้ามชาติด้วยการกวาดล้างจับกุมบรรดาจอมโจรข้ามโลก

แม้ว่าตำรวจพัทยาจะ “จัดหนัก” กับกลุ่มคนร้ายข้ามชาติด้วยการกวาดล้างจับกุมบรรดาจอมโจรข้ามโลก

ที่แฝงตัวมาหากินด้วยวิธีการทุจริตในเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนว่าโจรข้ามชาติเหล่านี้ไม่ได้ลดน้อยถอยหน้าลงไปเลย

พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ที่ถนัดในการหักเหลี่ยมรับมือกับจอมโจรตาน้ำข้าว จึงต้องขันนอตยกเครื่องกับฐานข้อมูลคนร้ายเหล่านี้อีกครั้ง ด้วยการจัดตั้งศูนย์ประสานงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ (Transnational Crime Coordination Center : TNCC) ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ และการจัดตั้งศูนย์นี้เองทำให้รู้ว่าคนร้ายข้ามชาติในพัทยามีอยู่หลากกลุ่มหลายชาติพันธุ์ ที่ลงมือกระทำความผิดในแต่ละประเภทอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทั้งนี้ตำรวจลั่นว่าจะกำจัดให้วายร้ายเหล่านี้ลดน้อยลงใน 6 เดือน

การจับกุม นายนากิม แฮซซาเนีย อายุ 33 ปี กับนายซาเมียร์ ไรแฮน อายุ 41 ปี สองผู้ต้องหาชาวฝรั่งเศส แก๊งใช้บัตรเครดิตปลอมตระเวนกดเงินตามตู้เอทีเอ็ม ที่ตามรวบได้ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.พ. เป็นเครื่องการันตีได้ว่าคนร้ายมีการกระทำอย่างเป็นขบวนการที่เรียกว่า “โจรข้ามโลก” ที่นำเอารหัสบัตรเอทีเอ็มจากอีกซีกโลกมาใช้ในเมืองไทย ก่อนที่จะส่งเงินกลับไปยังมาเฟียที่ฝรั่งเศส ในอัตราส่วน 70-30 โดยตำรวจยึดของกลางเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมมากถึง 31 ใบ และเงินสดอีก 1.25 แสนบาท

ยกเครื่อง tnccยุทธการเชิงรุกกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีแก๊งคนร้ายชาวฝรั่งเศสที่ยังหลบหนีอีกไม่ต่ำกว่า 10 คน ทั้งหมดจะแบ่งหน้าที่กันทำ ส่วนหนึ่งจะเป็นคนคอยใช้เครื่องสกิมเมอร์รูดเก็บข้อมูลบัตรของผู้เสียหายที่อยู่ต่างประเทศ แล้วเอามาให้คนร้ายอีกกลุ่มหนึ่งนำไปกดใช้ โดยเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่กดเงิน

“คดีนี้ถือเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ทำให้เมืองไทยเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก” พล.ต.ท.ปัญญา กล่าว

ผบช.ภ.2 บอกอีกว่า ทุกวันนี้ยังคงมีคดีอาชญากรรมที่เกิดจากคนร้ายต่างชาติจำนวนมากในเมืองพัทยา จึงมีแนวความคิดด้วยการยกเครื่องศูนย์ TNCC ขึ้นมาใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การรวบรวมฐานข้อมูลและการปฏิบัติงานร่วมกันของตำรวจทุกหน่วย เบื้องต้นจะรวมตำรวจจากตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และกองการต่างประเทศ มาปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันที่พัทยา เพื่อนำข้อมูลของแต่ละหน่วยมาจัดระบบข้อมูลคนร้ายข้ามชาติใหม่ทั้งหมด ขณะเดียวกันยังรุกคืบด้วยการประสานงานกับอัยการและศาลด้วย เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี

“ผมยอมรับว่าคนร้ายต่างชาติแฝงตัวมาอยู่ที่พัทยาเยอะมาก ทั้งที่มาคบกับคนไทยเพื่อก่อเหตุ หรือไม่ก็มาก่อเหตุเอง รวมทั้งที่หนีคดีมาจากต่างประเทศก็มีจำนวนมากด้วย บางกลุ่มก็เป็นพวกตุ๋ยเด็ก บางคนเป็นคนร้ายมีหมายจับจากต่างประเทศ แต่แฝงตัวมาเป็นครูสอนภาษา ทั้งหมดนี้ทำให้พัทยาดูเป็นเมืองที่น่ากลัว” พล.ต.ท.ปัญญา กล่าว

พล.ต.ท.ปัญญา ตั้งเป้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติให้ลดน้อยลงภายใน 6 เดือน เพราะต้องการที่จะล้างบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ออกจากเมืองไทย เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของพัทยาให้กลับมาดูดีมากขึ้น หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีเบาะแสว่าพัวพันกับการกระทำความผิด ก็จะให้เงื่อนไขกฎหมายของ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง จัดการได้ทันที ด้วยการเพิกถอนวีซ่าและผลักดันออกนอกประเทศ พร้อมกับขึ้นแบล็กลิสต์เป็นบุคคลต้องห้ามทันที

“คนร้ายข้ามชาติพวกนี้จะไปทุกที่ ไม่หยุดนิ่ง ทำให้ยากแก่การติดตามตัว ก่อเหตุที่พัทยาก็จะวนไปที่ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ แล้วก็วกกลับมาอีก หากเราสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ ก็จะทำให้การปราบปรามคนร้ายเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น แก๊งคนร้ายจะทำความผิดในลักษณะที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละเชื้อชาติ จะกระทำความผิดตั้งแต่เกี่ยวกับทรัพย์ไปจนถึงรับจ้างฆ่าคน เช่น ฝรั่งเศส จะเป็นพวกแก๊งบัตรเครดิต หรือบัตรเอทีเอ็ม พวกโคลัมเบียเป็นพวกแก๊งลักทรัพย์ หรือเกาหลี ไต้หวัน ก็เป็นพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น ทั้งนี้ส่วนใหญ่แล้วคนร้ายจะก่อเหตุที่เกี่ยวกับทรัพย์เป็นหลัก”

ในส่วนของผู้ปฏิบัติภายใต้ศูนย์ TNCC อย่างสองคู่หู พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง และ ร.ต.อ.ประจักษ์พงษ์ สุริยา ที่เพิ่งปราบแก๊งฝรั่งเศสมาหมาดๆ บอกตรงกันว่า การคลี่คลายแต่ละคดีนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ละคดีจะต้องอาศัยเทคนิคที่แตกต่างกันออกไป และใช้เวลาในการรวบรวมหลักฐาน คดีอาชญากรรมข้ามชาติแตกต่างจากอาชญากรรมที่เกิดโดยฝีมือคนไทย เพราะบางคดีถึงแม้ว่าจะได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมา แต่ก็ตามตัวไม่เจอเพราะเป็นคนต่างชาติ มีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง และเช็กข้อมูลเฉพาะบุคคลได้ยากมาก

“เหตุที่คนร้ายข้ามชาติเข้ามาที่พัทยา และใช้เป็นฐานในการกระทำความผิด ก็เพราะว่าที่นี่มีคนเยอะมาก ทั้งคนผลัดถิ่นและนักท่องเที่ยว ส่วนร้านค้าเพชรทองก็มีจำนวนมากเช่นกัน ร้านเหล่านี้ถือเป็นเหยื่อชั้นดีของคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาซื้อโดยใช้บัตรเครดิตปลอม นอกจากนี้ตู้เอทีเอ็มก็มีเยอะมาก เยอะมากกว่าในหลายประเทศด้วย และสำคัญที่สุดก็คือในพัทยามีสถานที่พักอาศัยเถื่อนที่ผิดกฎหมายอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้คนร้ายเหล่านี้เข้าพักอาศัยได้โดยไม่ต้องลงทะเบียน หรือผ่านการตรวจสอบจาก ตม.” ร.ต.อ.ประจักษ์พงษ์ กล่าว

สายสืบคู่หูทั้งคู่เชื่อว่าอาชญากรรมข้ามชาติในพัทยาจะหมดไปจากการปรับตัวครั้งใหญ่ของ TNCC แต่จะดีขึ้นจริงหรือไม่ อีก 6 เดือนประเมินผล และนั่นคือคำตอบ  

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี