posttoday
กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ทำด้วยใจมิใช่ตามกระแส

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ทำด้วยใจมิใช่ตามกระแส

10 กุมภาพันธ์ 2555

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันกระแสในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้นมาแรงมากเสียจนใครก็ไม่อยากจะตกขบวนรถด่วนสายนี้อีกแล้ว

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันกระแสในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้นมาแรงมากเสียจนใครก็ไม่อยากจะตกขบวนรถด่วนสายนี้อีกแล้ว บริษัททั้งหลายเริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นทิวแถว เกาะกระแสสีเขียวอย่างมั่น เห็นได้จากงานบีโอไอแฟร์ 2011 ที่ผ่านมา บริษัทชั้นนำจากทั่วโลกต่างนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมสีเขียวของตนมาอวดโฉมกันสุดฤทธิ์

แต่สำหรับบริษัทเครือโตชิบาในเมืองไทย ภายใต้การขับเคลื่อนของหญิงแกร่ง “กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ ย้ำชัดว่า เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมโตชิบาทำมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่เรื่องสิ่งแวดล้อมและปัญหาโลกร้อนยังไม่เป็นกระแสเหมือนในปัจจุบัน

ทั้งนี้ บอสใหญ่โตชิบาได้ชี้ให้เห็นปรัชญาของโตชิบาที่ว่า “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” นั้น คือคำตอบที่ชัดเจน ในปรัชญาได้รวมทุกเรื่องทุกอย่างอยู่ในนั้นหมด และเมื่อสรุปรวมก็เป็นเรื่องของคนและสิ่งแวดล้อม

“คำว่าชีวิตหมายถึงทุกคนที่อยู่ในสังคม ซึ่งหมายถึงสิ่งแวดล้อมด้วย จึงถือเป็นหน้าที่พลเมืองที่จะต้องดูแลทั้งคนทั้งสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ถ้าเราไม่ดูแลสิ่งแวดล้อม ชีวิตของคนก็ไม่สามารถอยู่อย่างมีความสุขได้ แต่สิ่งสำคัญ คือ เราต้องทำงานหนักและมากกว่าคนอื่น เพราะเราคือผู้สร้างขยะพิษให้โลกที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะต้องยอมรับว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดรวมยี่ห้ออื่นๆ ถือเป็นขยะพิษทั้งสิ้น

เราทำกรีนมานาน (ขณะนี้โตชิบา 137 ปี) สินค้าประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มิใช่เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยตนหรือสมัยพ่อแม่ ทั้งๆ ที่แต่ก่อนสินค้าประเภทนี้ผู้บริโภคไม่ค่อยสนใจ ขายก็ยาก แต่ก็ต้องทำ เพราะนั่นถือเป็นหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้นจึงพูดได้เต็มปากว่าโตชิบากรีนมานานและไม่ได้กรีนเพราะกระแสหรืออยากได้ไอเอสโอ (ISO) อะไรทั้งสิ้น แต่แนวคิดนี้อยู่ในสายเลือดไปแล้ว”

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ทำด้วยใจมิใช่ตามกระแส

เขียวด้วย 5 กรีน

อย่างไรก็ตาม จากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสภาวะโลกร้อนที่กำลังเป็นปัญหามานานนั้น โตชิบาจึงได้ริเริ่มดำเนินโครงการ 5 กรีน อย่างจริงจังในกลุ่มบริษัท โตชิบา ในประเทศไทย ประกอบด้วย กรีนโปรดักต์ กรีนคอมพานี กรีนเพอแชสซิง กรีนเซอร์วิส และกรีนโซไซตี

ซีอีโอโตชิบาพูดถึง 5 กรีน เริ่มที่กรีนโปรดักต์ว่า สินค้าโตชิบาต้องรักษาสิ่งแวดล้อมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคิดตัวผลิตภัณฑ์ การออกแบบ วัตถุดิบที่ใช้ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการบรรจุหีบห่อหรือแพ็กเกจจิง การขนส่ง ตลอดจนการกำจัดทิ้งอย่างถูกวิธีที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“ยกตัวอย่างสินค้าของโตชิบาทั่วโลก รวมทั้งที่ผลิตในเมืองไทยได้มาตรฐานยุโรป RoHS (Restriction of Hazardous Substance) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ดูแลไม่ให้มีของเสีย เช่น แคดเมียม ตะกั่ว สูงเกินกว่ามาตรฐาน เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ผู้ส่งสินค้าขายยุโรปจะต้องได้มาตรฐานนี้ แต่เราแม้ไม่ได้ส่งไปขายที่ยุโรปสักชิ้นก็ต้องได้ RoHS ทุกอย่างต้องได้มาตรฐานตั้งแต่วัตถุดิบที่ซื้อ วิธีการผลิต สารพัด แม้จะทำให้ต้นทุนแพงขึ้นแต่ก็ต้องทำ นี่คือกรีนโปรดักต์”

ด้านบริษัทและโรงงานในเครือโตชิบาก็ให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม โดยนอกจากจะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแล้วยังลดการบริโภคพลังงานด้วยกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การจัดอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้สามารถควบคุมและบริหารจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมปลูกฝังให้พนักงานทุกคนมีจิตสำนึกต่อการรักษาสภาพแวดล้อม รวมถึงการจัดกิจกรรมให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

“ยกตัวอย่างภายในบริษัทของเรา อะไรที่คิดว่าช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้นเราทำทันที เช่น หลอดไฟนีออน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นแอลอีดีหมดและเปลี่ยนโดยไม่ได้รอให้เสียหรือหมดอายุ น้ำยาทำความสะอาดอาคารก็ใช้ที่เป็นกรีน กระดาษใช้ของเอสซีจี สยามซีเมนต์ ที่กระบวนการผลิตของเขาไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นี่คือกรีนคอมพานี”

บอสใหญ่โตชิบา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเน้นการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Purchasing) คำนึงถึงความเหมาะสมทางด้านคุณภาพราคาและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตและบริการ โดยพิจารณาตลอดทั้งวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์

“เราพยายามเลือกคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์ที่มีแนวทางในการทำธุรกิจสีเขียว ไม่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวนอกจากช่วยในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการสร้างความตระหนักให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อและเลือกใช้สินค้าที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอีกด้วย แม้ว่าจะเป็นการทำให้ค่าใช้จ่ายของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม เช่น อิงก์เจ็ตที่เราใช้ในการโฆษณาสินค้าหน้าร้าน ป้ายตามถนน ก็ใช้ของศิลปากร ซึ่งเป็นอิงก์เจ็ตที่รักษาสิ่งแวดล้อมและไทยทำด้วย เป็นต้น นี่คือกรีนเพอแชสซิง”

ด้านกรีนเซอร์วิส ซีอีโอโตชิบา กล่าวว่า งานบริการของศูนย์บริการโตชิบาในปัจจุบันมีกระบวนการการจัดการชิ้นส่วนที่บกพร่อง รับคืน หรือที่ใช้งานไม่ได้ โดยหน่วยงานที่มีการจัดการให้สามารถนำมาใช้ใหม่ หรือจัดทิ้งที่เป็นไปตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ เช่น โน้ตบุ๊ก โตชิบาในไทยสามารถรีไซเคิลได้ เนื่องจากโตชิบา ไทยแลนด์ มีโรงงานรีไซเคิลโดยเฉพาะ

“ถ้าลูกค้าจะทิ้งโน้ตบุ๊กก็ให้แจ้งมาที่เรา เราจะรับและทิ้งแบบถูกต้องในแง่ของการนำกลับไปรีไซเคิล ซึ่งเราทำได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าชิ้นส่วนบางอย่างยังทำไม่ได้มาตรฐานก็จะส่งไปที่โตชิบา สิงคโปร์ นอกจากนี้เรามีโรงงานรีไซเคิลแก้ว ถ้าใครมีหลอดไฟเสียก็นำมาให้เรารีไซเคิลได้ทุกยี่ห้อ โรงงานเหล่านี้ไม่มีใครสั่งให้เราทำ โตชิบาก็ไม่ได้บอก แต่เราทำเองในเมืองไทย จะเห็นว่าปัจจุบันมีหลายบริษัทที่เปลี่ยนมาใช้สินค้าของเรา เช่น บริษัท สยามซีเมนต์ ก็หันมาใช้หลอดไฟของเรา”

ตามด้วยกรีนโซไซตี ซึ่งบอสใหญ่โตชิบา บอกว่า กว่า 20 ปีมาแล้วที่ได้ทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมอย่างจริงจัง และหนึ่งในกิจกรรมที่ทำตลอดทุกปี คือ การปลูกป่าคืนชีวิตให้กับธรรมชาติ

“ดิฉันเคยไปปรึกษา ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ว่าอยากคืนชีวิตสู่สิ่งแวดล้อม ท่านก็บอกให้ปลูกป่าชายเลน เพราะป่าชายเลนมีความสำคัญมากต่อประเทศไทย เพราะพื้นที่ไหนมีป่าชายเลนเยอะความเสียหายจากคลื่นจะน้อย แต่ตอนเกิดสึนามิป่าชายเลนหายไปเยอะ อย่างไรก็ดี ท่านย้ำว่าการปลูกป่าต้องปลูกด้วยมือของเราเอง เพราะมันคือการปลูกที่ใจของเรา ดังนั้นเราจึงปลูกป่าทุกปี พาลูกค้า พนักงาน เด็ก เยาวชนไป ท่าน ดร.สุเมธ ก็ไปกับเรา 3-4 ครั้งแล้ว”

ทำด้วยใจ (จะ) ไม่มีคำว่าคุ้มไม่คุ้ม

ซีอีโอโตชิบา กล่าวต่อว่า ตอนนี้กำลังทำกรีนที่ 6 คือ กรีนดีลเลอร์ โดยได้ติดต่อกับทางคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ออกแบบต้นแบบร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานให้กับลูกค้าแล้ว ทั้งนี้เพื่อต้องการสื่อสารเรื่องการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้า ซึ่งก็ได้เริ่มมีการออกแบบให้ลูกค้าบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตาม บอสใหญ่โตชิบา ไทยแลนด์ ทิ้งท้ายว่า เรื่องของสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคม จึงอยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญและทำด้วยใจจริงจึงจะได้ผล เพราะการทำด้วยใจจะไม่มีคำว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม และจะไม่มีในเรื่องของตัวเลขเข้ามาเกี่ยวข้อง

“บางคนทำแล้วก็เอา ISO มาจับ ต้องได้มาตรฐานนั้นมาตรฐานนี้ ดิฉันว่าจับก็จับไปนะ แต่อย่าไปคิดว่า โอ้โฮ ทำไมต้องมีกฎระเบียบเยอะจัง ต้องใช้เงินเท่าไหร่ อะไรอย่างนี้ เพราะที่สุดแล้วจะกลายเป็นว่าเราไม่ได้ทำด้วยใจ แต่ทำเพราะกระแส” ประธานกรรมการบริหาร โตชิบา ไทยแลนด์ ย้ำเตือน 

 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท