
มหาสักการบูชามาฆบูชาครั้งที่ ๓ประจำปี ๒๕๕๕ ณ ประเทศอินเดีย (ตอน ๑)
เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในห้วงระยะเวลาตั้งแต่ ๕-๑๒ ก.พ. ๒๕๕๕
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
วิสัชนา : เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในห้วงระยะเวลาตั้งแต่ ๕-๑๒ ก.พ. ๒๕๕๕ อาตมาได้นำคณะศรัทธาไปประกอบศาสนกิจเนื่องในเทศกาลมาฆบูชาประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ โดยเริ่มตั้งแต่ ๗ ก.พ. ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนสาม ไปจนถึง ๗ มี.ค. ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนสี่ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าปีนี้มีอธิกมาส ครบรอบ ๔ ปีจะมีครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการนับตามหลักจันทรคติ พุทธศาสนาในประเทศเราจึงนับวันที่ ๗ มี.ค. ๒๕๕๕ เป็น “มาฆฤกษ์” ส่วนประเทศอินเดีย ศรีลังกา หรือประเทศที่นิยมนับแบบสากล ไม่ยึดหลักจันทรคติ ก็จะนับตรงเดือน ก.พ.เป็นเดือนสามเหมือนเดิม ด้วยเหตุนี้จึงต้องจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลมาฆบูชาขึ้นในวันที่ ๗ ก.พ. ๒๕๕๕ และเพื่อให้ตรงกับวันมาฆบูชาในประเทศไทย จึงให้มีกำหนดสิ้นสุดเทศกาลมาฆบูชาลงในวันที่ ๗ มี.ค. ๒๕๕๕ เรียกว่า อินเดียก็ได้ ไทยก็ไม่เสีย ร่วมฉลองเทศกาลมาฆบูชา พร้อมกันหนึ่งเดือนเต็ม ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร แห่งพระนครราชคฤห์ โดยมีการจัดนิทรรศการแสดงพุทธประวัติ และศาสนกิจการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาของ BRCT หรือองค์กรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชมพูทวีปของชาวพุทธในอินเดีย ซึ่งจัดตั้งนิทรรศการดังกล่าว ณ ศาลาไทย และศาลากรรมฐาน (Meditation Hut) ในวัดเวฬุวันมหาวิหาร
การจัดงานมาฆบูชาในชมพูทวีป ณ ประเทศอินเดีย ในปีนี้ เป็นครั้งที่ ๓ มีพระสงฆ์จากประเทศไทยและอินเดีย รวมประมาณ ๓๐๐ รูป ตลอดจนถึงอุบาสก-อุบาสิกา ที่เดินทางไปร่วมงานดังกล่าวจำนวนพอประมาณดังเช่นทุกปี โดยในยามเช้าของวันที่ ๗ ก.พ. ๒๕๕๕ รับรุ่งอรุณบริเวณพระคันธกุฎี บนภูเขาคิชฌกูฏ มีพระราชวินัยโสภณ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่-ลำพูน (ธ) พระเทพโมลี วัดราชผาติการาม กรุงเทพฯ พระเถรานุเถระจำนวนหนึ่งจากเมืองไทย พร้อมกันประกอบศาสนกิจด้านหน้าบริเวณ พระคันธกุฎี เพียบพร้อมด้วยอุบาสกอุบาสิกาจำนวนมาก เต็มแน่นบริเวณ หลังจากเสร็จสิ้นการประกอบศาสนกิจในยามเช้า ก็ได้มีการบิณฑบาต จากบนภูเขาคิชฌกูฏ ลงมาตามถนนลาดลงสู่พื้นที่ด้านล่าง มีประชาชนรอใส่บาตรด้วยความเรียบร้อยสวยงาม ที่สำคัญสำหรับปีนี้ ซึ่งแตกต่างจากสองปีที่ผ่านมาได้แก่ การจัดขบวนธรรมยาตราจากภูเขาคิชฌกูฏ สู่วัดเวฬุวันมหาวิหาร นับว่าเป็นครั้งแรกที่พระภิกษุจากไทยอินเดีย รวมถึงอุบาสกอุบาสิกา ร่วมเคลื่อนขบวนประมาณห้าร้อยชีวิต เดินเท้าเป็นขบวนยาวมาตามแนวถนนที่ทอดตัวลงมาจากภูเขาสวยงามมาก โดยมีพระเถระผู้ใหญ่จากประเทศไทยนำขบวนมุ่งสู่วัดเวฬุวันมหาวิหาร ซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวฮินดูที่จ้องมองดูตลอดทางเป็นอย่างยิ่ง...
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







