
"เต้น"ลั่นดันบอลนครศรีฯขึ้นพรีเมียร์ลีกใน5ปี
"บิ๊กเต้น"นั่งประธานที่ปรึกษาสโมสรฟุตบอล"ราชันย์ทะเลใต้"ประกาศพาทีมขึ้นชั้นพรีเมียร์ลีกใน5ปี
"บิ๊กเต้น"นั่งประธานที่ปรึกษาสโมสรฟุตบอล"ราชันย์ทะเลใต้"ประกาศพาทีมขึ้นชั้นพรีเมียร์ลีกใน5ปี
"บิ๊กเต้น" นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการที่ปรึกษาสโมสรร่วมกับนายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวทีมฟุตบอล "ราชันย์ทะเลใต้" นครศรีธรรมราช เอฟซี สู้ศึกลีกภูมิภาค (ดิวิชั่น 2) โซนภาคใต้ ประจำปี 2555-2556 ที่โรงแรมโกลเด้นทิวลิปซอฟเฟอริน ร่วมด้วย นายชัยชนะ เดชเดโช ประธานสโมสร,ดร.สมเกียรติ เพ็งรัตน์ ผู้จัดการทีม,นายเจิม อินทรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการทีม,ดร.ประชากร บริบูรณ์ ฝ่ายการเงิน และมีตัวแทนจากสโมสรการท่าเรือไทย เอฟซี นายวรพงษ์ ตันติเวชยานนท์ รองประธานสโมสร "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือไทย เอฟซี ร่วมแถลงข่าวด้วย
สำหรับสโมสรนครศรีธรรมราช เอฟซี ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2552 เป็นสโมสรฟุตบอลที่ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค เอไอเอส ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ โดยปีนี้ได้มีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เข้ามาเป็นประธานกรรมการที่ปรึกษาสโมสร เป็นปีแรก วางเป้าหมายภายใน 3 ปีเลื่อนขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 และภายใน 5 ปี เลื่อนขึ้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีก โดยเงินลงทุนของสโมสรใน 1 ฤดูกาลประมาณ 5-10 ล้านบาท ซึ่งมาจากการสนับสนุนของทางภาคเอกชนและหน่วยงานภายในและภายนอกจังหวัดนครศรีธรรมราช
นายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ที่ผมเข้ามาทำหน้าที่ประธานกรรมการที่ปรึกษาสโมสร เพราะผมเป็นชาวนครศรีธรรมราช เมื่อครั้งที่แล้ว สโมสรแข่งขันในฟุตบอลลีกภูมิภาค เอไอเอส ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ โดยได้บ๊วยจากทุกทีมของภาคใต้ ทั้งๆ นครศรีธรรมราชมีประชากร 1.5 ล้านคน ใหญ่ที่สุดในภาคใต้
"เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างมาก จนทนเห็นความตกต่ำของฟุตบอลภายในจังหวัดของผมเองไม่ได้ จึงขอเสนอตัวเข้ามาร่วมเป็นผู้บริหารของสโมสร และจะระดมสรรพกำลังที่มีสร้างสโมสรแห่งนี้ให้ยิ่งใหญ่ให้ได้ ในเมื่อผมเข้ามาช่วยทำทีมแล้ว ปีนี้วางเป้าหมายต้องขึ้นมาเป็นที่ 1 ของโซนภาคใต้ให้ได้ และผงาดสู่ลีกสูงสุดของประเทศในอนาคตให้ได้ ผมเป็นชาวเมืองคอน ซึ่งมีเลือดนักสู้ ทีมนครศรีธรรมราชจะก้าวขึ้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีกด้วยลำแข้งและความสามารถของเราเอง แต่เราก็มีความเป็นพันธมิตรกับทุกๆ คน โดยเฉพาะทางสโมสรการท่าเรือไทย เอฟซี ในไทยพรีเมียร์ลีก ที่เป็นทีมชั้นนำ เราอาจจะมีการแลกเปลี่ยนนักเตะ โดยนักเตะของสโมสรสิงห์เจ้าท่าที่มีความสามารถแต่อาจจะไม่ได้รับใช้สโมสรเต็มที่ก็อาจจะพูดคุยแลกเปลี่ยนให้มาช่วยทีมนครศรีธรรมราช เช่นเดียวกับนักเตะของนครศรีธรรมราช ที่โดดเด่น ก็อาจจะส่งไปร่วมฝึกซ้อมและเข้าค่ายกับทางทีมการท่าเรือก็ได้" นายณัฐวุฒิ กล่าว
“จริงๆ แล้วบอร์ดบริหารของสโมสรทั้งหลายไม่กล้าตั้งความหวังว่าจะได้เลื่อนชั้น และมองไว้ถึง 3 ปีสำหรับการเลื่อนสู่ดิวิชั่น 1 และภายใน 5 ปีต้องขึ้นไปเล่นในไทยพรีเมียร์ลีก แต่ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าแฟนบอลนครศรีธรรมราช จะไม่ต้องรอนานขนาดนั้นที่จะได้เห็นความสำเร็จของทีม ผมขอประกาศเอาไว้ตรงนี้เลยว่าสโมสรของเราจะใช้ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลสุดท้ายที่จะเล่นในเอไอเอสลีก และในซีซั่นหน้าเราจะโลดแล่นในลีกที่สูงกว่าแน่นอน ถึงแม้ว่าเราจะวางเป้าหมายไว้ค่อนข้างสูงและรวดเร็ว แต่ผมจะไม่เลียนแบบใครที่มีการควบรวมสโมสรเพื่อหาโอกาสขึ้นเล่นไทยลีก แต่เราจะสู้ด้วยขาของเราเอง ส่วนเรื่องงบประมาณผมคงพูดได้คำเดียวว่าไม่มีจำกัดจำนวนเท่าไหร่เท่ากันเท่าที่สโมสรจำเป็นต้องใช้จ่าย ดังนั้นผมจึงอยากขอให้ชาวนครศรีธรรมราช ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันผลักดันสโมสรแห่งนี้ก้าวสู่ความสำเร็จ”







