posttoday
อิสรภาพ...จากคราบน้ำตา โครินน์ เบลีย์ เร

อิสรภาพ...จากคราบน้ำตา โครินน์ เบลีย์ เร

02 มีนาคม 2553

 

เรื่อง เพ็ญแข

สาวจากเมืองลีดส์ โครินน์ เบลีย์ เร มีอัลบั้มแรกออกมาในปี 2006 และได้นำสายลมสดชื่นมาสู่วงการเพลงป๊อป Put Your Records On เพลงฮิตของเธอกลายเป็นเพลงประจำตัวของสาวๆ ทั่วโลก ขณะที่เพลงบัลลาดอย่าง Like A Star เข้าสู่จิตใจของคนชอบป๊อปเจือกลิ่นแจ๊ซและเนื้อหาซื่อๆ ได้อย่างดี รวมถึง Trouble Sleeping ที่สะท้อนอารมณ์กระสับกระส่ายของคนกำลังจะมีรัก (หรือไม่มีดี?)

นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อัลบั้มชื่อเดียวกับชื่อตัวประสบความสำเร็จไม่น้อย ด้วยสามารถขึ้นถึงอันดับ 1 ในอังกฤษบ้านเกิดของเธอ ทั้งยังขายได้มากกว่า 4 ล้านแผ่นทั่วโลก

ขณะเตรียมตัวทำงานชุดต่อมา ศิลปินสาวก็ประสบอุบัติเหตุบนเส้นทางชีวิต เพราะ เจสัน เร สามีที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานาน 7 ปี จากไปแบบปัจจุบันทันด่วน เพราะใช้ยาดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาด หลังเหตุการณ์นั้น โครินน์ เบลีย์ เร จึงหลีกเร้นตัวเองไปจากแสงไฟ และเธอใช้เวลานานถึง 2 ปี เพื่อจะทำอัลบั้มนี้ให้สำเร็จ

คนส่วนใหญ่คงจะคาดเดาว่า บทเพลงในงานชุดนี้น่าจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเพราะการสูญเสีย แต่ The Seaไม่ได้เป็นแต่ “ทะเลน้ำตา” ทว่ายังมีอารมณ์อื่นๆ ให้ได้สัมผัสไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนาน ทัศนคติที่ดี หรือความหวังในการดำเนินชีวิตต่อไป

โครินน์รำลึกถึงสามีที่จากไปในเพลง Are You Here และI Would Like To Call It Beauty เพลงหลังนั้นมีเนื้อหาที่ชวนสะท้อนใจตอนหนึ่งว่า “So young for death, We walk in shoes too big, But you play it like a poet, Like you always did” ขณะที่ I’d Do It All Again คือการครวญคิดถึงคนรักที่ล่วงลับ เสียงร้องของเธอนั้นถึงขีดสุดอารมณ์เศร้าจริงๆ

เพลงส่วนใหญ่ยังคงเป็นเพลงรักเหมือนกับงานชุดแรกแต่เป็นความรักในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ทั้ง 11 เพลงในอัลบั้มยังได้บ่งบอกว่า เวลาและเรื่องราวที่ผ่านมาทำให้โครินน์ได้เติบโตขึ้น และยังครุ่นคิดถึงตัวเองมากขึ้น เพลงเศร้าของเธอก็งดงามด้วยเมโลดี

จากที่สัมผัสได้ตั้งแต่การทำงานในอัลบั้มแรก โครินน์เป็นสาวที่มีอารมณ์สนุกสนาน เสียงของเธอเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งการมีชีวิตอยู่ สิ่งเหล่านั้นยังคงอยู่ แม้จะไม่มีเพลงอารมณ์เริงร่าลั้นลาขนาด Put Your Records On แต่ชุดนี้ก็ยังมี Paris Nights/New York Mornings ซึ่งเล่าถึงการปาร์ตี้กับคนรักอย่างสุดเหวี่ยง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจจะตัดใจไม่ให้นึกถึงอนาคต พวกเขาอาจจะไม่มีโอกาสสนุกอย่างนี้ตลอดไป

องค์ประกอบที่เข้มแข็งของอัลบั้มนี้ต้องยกให้ส่วนของดนตรี อย่างในเพลง The Blackest Lily ซึ่งมีจังหวะลีลาคึกคัก ผสมกับเนื้อหาเศร้าๆ เสียงออร์แกนและกีตาร์นั้นเข้มข้น การเดินของคอร์ดที่น่าสนใจไม่สิ้นสุด

บางเพลงนำดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเสียงร้องสูงๆ เสียงปรบมือ ฯลฯ มาสร้างสีสัน Closer เป็นเพลงอาร์แอนด์บีช้า ซึ่งนำเครื่องเป่าและเครื่องสายมาดึงดูดความสนใจ ความแกร่งกระด้างใน Feels Like the First Time และ Paper Doll สร้างโทนที่แตกต่างให้กับอัลบั้มอย่างมาก

เพลงช้า ฟังสบาย ชวนเอนหลังมีให้ฟังหลายเพลงอย่างเช่น Love’s On Its Way, Diving for Hearts และ The Sea ได้ข่าวว่าในอัลบั้มเวอร์ชันของ iTunes มีโบนัสแทร็กเป็นคัฟเวอร์เวอร์ชันของ Little Wing เพลงคลาสสิกของ จิมิ เฮนดริกซ์ รวมอยู่ด้วย (อยากฟังจัง!?)

จากอัลบั้ม The Sea เราสัมผัสได้ถึงอิสรภาพและการปลดปล่อย เหมือนกับเรือซึ่งมีอันต้องจอดพักอยู่กับท่า ก่อนจะได้เวลามาโลดแล่นกินลมทะเลอีกครั้ง

คนฟังเพลงที่ชอบงานเพลงแบบ “เมลโลว์” หรือสุก ฉ่ำ เบิกบาน ผสมหม่นหมองและเกียจคร้านเล็กน้อย น่าจะประทับใจกับงานเพลงมีเทสต์และมีเอกลักษณ์ชุดนี้ได้ไม่ยาก

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน