
ไฟไหม้มังกร
ประเด็นพลุระเบิดและทำให้เกิดไฟไหม้บ้านเรือนราษฎรในงานตรุษจีนที่มี บรรหาร ศิลปอาชา
ประเด็นพลุระเบิดและทำให้เกิดไฟไหม้บ้านเรือนราษฎรในงานตรุษจีนที่มี บรรหาร ศิลปอาชา
โดย..จำลอง บุญสอง
ประเด็นพลุระเบิดและทำให้เกิดไฟไหม้บ้านเรือนราษฎรในงานตรุษจีนที่มี บรรหาร ศิลปอาชา (ที่ไม่ชอบให้ใครเรียกว่าเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี) เป็นประธาน เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา จะคืบหน้าทางแพ่งและทางอาญาไปถึงไหนก็ให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม
แต่เรื่องที่อยากจะถามผู้ที่เกี่ยวข้องกับพิพิธภัณฑ์มังกรตัวนี้สักหน่อยว่า พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวนั้นสร้างขึ้นมาด้วยเงินภาษีของราษฎรโดยผ่านทางกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา ที่มีพรรคชาติไทยพัฒนาเป็น “เจ้ากระทรวง” เช่นเดียวกับ “บึงฉวาก” และ “หอคอย บรรหารแจ่มใส” ใช่หรือไม่? ถ้าใช่ ทรัพย์สินเหล่านั้นเป็นของใคร?
ทั้งพิพิธภัณฑ์มังกรก็ดี บึงฉวากก็ดี หอคอย บรรหารแจ่มใสก็ดี ใครหรือฝ่ายใดเป็นคนจัดเก็บรายได้จากการที่คนไปเที่ยวไปดูงานทั้ง 3 แห่งนั้น
พูดง่ายๆ ก็คือ เงินจากการท่องเที่ยวทั้ง 3 สถานที่ดังกล่าว “เข้ากระเป๋าใคร มูลนิธิหรือกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ผู้เอาภาษีราษฎรไปลงทุนสร้างในรูป “งบพัฒนา” ทุกๆ ปี
และถ้าเป็นมูลนิธิจัดเก็บรายได้ คำถามก็คือ ทำไมถึงต้องเป็นมูลนิธิ ในเมื่อมูลนิธิไม่ได้ลงทุน?
คำถามที่จำเป็นจะต้องถามหลังเกิดเหตุระเบิดก็คือ “ค่าซ่อมท้องและเกล็ดมังกร” จำนวน 8 ล้านบาท ผู้จัดเก็บค่าเข้าชมคือมูลนิธิเป็นฝ่ายจ่าย หรือกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต้องเอาภาษีราษฎรไปจ่าย? ค่าชดเชยให้ชาวบ้านไม่ว่าจะบาดเจ็บล้มตายหรือบ้านพัง ใครจ่าย? ใครเป็นผู้รับผิดชอบทางแพ่งและอาญา?
ประธานจัดงาน? ผู้รับจัดงาน? มูลนิธิ? กระทรวงการท่องเที่ยวฯ? หรือ ททท.?
ผมหวังว่าเงินค่าซ่อมเกล็ดมังกร ท้องมังกรจำนวน 8 ล้านบาท จะไม่ใช่เงินจากภาษีราษฎรทั้งที่ “ดู” และ “ไม่ได้ดู” การถ่ายทอดสด ราษฎรที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บค่าเข้า ราษฎรที่ไม่ได้หน้าได้ตาจากพิพิธภัณฑ์มังกร ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม!
วันก่อนจิ๊กโก๋ใส่เสื้อ “เหลือง” ตีกับจิ๊กโก๋ใส่เสื้อ “แดง” จนบ้านเมืองพินาศ รัฐบาลก็จะเอาเงินภาษีราษฎรผู้เสียหายไปจ่ายให้ก็ทีหนึ่งแล้ว วันนี้ใครก็ไม่รู้ไปจัดงานที่สุพรรณจนเกิดความเสียหาย กำลังจะเอาภาษีราษฎรผู้ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หน้าได้ตาด้วยไปจ่ายให้อีก
ไม่มากๆ ไปหน่อยหรือ ไอ้เสือ...เหี้ยม?







