
บทเรียนที่ต้องเรียนรู้
น่าเศร้าที่ข่าวการเสียชีวิตของแฟนบอลที่อียิปต์ไม่ใช่ครั้งแรก
โดย...จาด้า
น่าเศร้าที่ข่าวการเสียชีวิตของแฟนบอลที่อียิปต์ไม่ใช่ครั้งแรก และคาดว่าคงจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่วงการลูกหนังต้องเผชิญกับการสูญเสียแบบไม่ควรจะเป็น
เหตุจลาจลในสนามฟุตบอลครั้งล่าสุดเกิดขึ้นที่เมืองพอร์ต ซาอิด หลังจบเกมที่ทีมอัล อาสรี เอาชนะ อัล อาห์ลี ยักษ์ใหญ่ของลีกไปได้ 3-1 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา
ทันทีที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบการแข่งขัน แฟนบอลเจ้าถิ่นก็กรูลงไปในสนามพร้อมกับขว้างปาสิ่งของและทำร้ายกองเชียร์ของอัล อาห์ลี ทั้งที่ทีมรักของตัวเองเป็นฝ่ายคว้าชัยแท้ๆ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทำให้เกิดการพยายามหนีเอาตัวรอดจนถึงขั้นเหยียบกันตาย โดยรายงานล่าสุดระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 74 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 1,000 คน
เหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังของอียิปต์และมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของโลกฟุตบอลนับตั้งแต่ปี 1996 ด้วย โดยมีนักเตะคนหนึ่งที่กล่าวว่า ภาพที่เกิดขึ้นไม่ต่างอะไรจากสงครามขับไล่อดีตประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัก ที่ผ่านมาเลย
นอกเหนือจากนั้น ยังมีความวุ่นวายในคู่ระหว่าง อัล อิเมลี กับ ซามาเล็ค ที่กรุงไคโรด้วย แต่โชคยังดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเกิดขึ้น นอกจากความเสียหายที่เกิดจากการจุดไฟเผาเก้าอี้ในสนามเท่านั้น
รัฐบาลทหารของอียิปต์ได้ประกาศให้มีการไว้อาลัยเป็นเวลา 3 วัน ขณะที่ อิสซา ฮายาตู ประธานสหพันธ์ฟุตบอลของทวีปแอฟริกา ระบุว่า จะให้มีการยืนสงบนิ่งในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ ทั้ง 4 คู่ ในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ ด้วย
ด้าน เซปป์ แบลตเตอร์ ประธานฟีฟ่า กล่าวว่า “ผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสียด้วย มันเป็นวันที่โศกเศร้าของวงการฟุตบอล เป็นสถานการณ์เลวร้ายที่ไม่มีใครจะคาดคิดและมันก็ไม่ควรเกิดขึ้น”
แม้เหตุการณ์แบบนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นในบ้านเรา แต่อย่างน้อยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ควรนำเรื่องนี้มาเป็นกรณีศึกษาเพื่อหาทางป้องกันไม่ได้เกิดเรื่องเศร้าขึ้นในอนาคต เพราะที่ผ่านมาไทยก็มักจะมีปัญหาแฟนบอลตีกันหลายครั้ง หรือแม้กระทั่งการทำร้ายผู้ตัดสินหรือนักเตะฝ่ายตรงข้ามด้วย
ความเลือดร้อนไม่เข้าใครออกใคร แต่มันไม่คุ้มเลยที่ต้องมาสังเวยชีวิตแบบนี้ และก็ได้แต่หวังว่ามาตรฐานการรักษาความปลอดภัยในสนามจะดีกว่าที่เป็นอยู่
สำคัญที่สุดคือ แฟนบอลควรจะเชียร์อย่างมีจิตสำนึกด้วย







