posttoday
อียูเล็งทุ่มงบเหยียบร้อยล้าน กระตุ้นยุโรปกินแมลงมากขึ้น

อียูเล็งทุ่มงบเหยียบร้อยล้าน กระตุ้นยุโรปกินแมลงมากขึ้น

02 กุมภาพันธ์ 2555

ต่อไปนี้การกิน “แมลง” อย่างตั๊กแตน แมงป่อง หรือหนอนรถด่วน คงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่ากลัวสำหรับชาติตะวันตกอีกต่อไป

ต่อไปนี้การกิน “แมลง” อย่างตั๊กแตน แมงป่อง หรือหนอนรถด่วน คงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่ากลัวสำหรับชาติตะวันตกอีกต่อไป

เมื่อสำนักงานมาตรฐานอาหารแห่งสหประชาชาติ ประกาศเตรียมทุ่มเงินถึง 3 ล้านยูโร (120 ล้านบาท) ตั้งทีมค้นคว้าวิจัยสนับสนุนให้คนยุโรปหันมากินแมลงกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันกันมากขึ้นภายในปี 2555 นี้

รายงานชี้ว่า ในขณะนี้มีผู้คนทั่วโลกบริโภคแมลงเป็นหนึ่งในมื้ออาหารราว 2,500 ล้านคน หรือ 80% ของคนทั่วโลกเท่านั้นที่กินแมลงมากกว่า 1,000 สายพันธุ์เป็นอาหาร

ทีมนักวิจัยกลุ่มนี้จะค้นหาความเป็นไปได้ถึงการนำแมลงนานาชนิดมาปรุงอาหาร เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานทางเลือกประเภทโปรตีนให้กับชาวยุโรปกินกันมากขึ้นนั่นเอง

อียูเล็งทุ่มงบเหยียบร้อยล้าน กระตุ้นยุโรปกินแมลงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคนอังกฤษและยุโรปยังคุ้นเคยกับการบริโภคแมลง นักโภชนาการยุโรปจึงมองว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เทรนด์การกินแมลงของคนยุโรปจะเปลี่ยนมาเป็นกินแมลงที่ผ่านการแปรรูปมาอย่างดีแล้ว เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบโปรตีนเพิ่มเติมในเบอร์เกอร์หรืออาหารฟาสต์ฟู้ดอื่นๆ นั่นเอง

เดเนียล เครดอน หัวหน้าเชฟของร้านอาหารลอนดอนอาร์คิเพลละโกของอังกฤษ ซึ่งนำแมลงชนิดต่างๆ มาใช้เป็นหนึ่งในส่วนประกอบอาหาร กล่าวว่า แม้ว่าแมลงมีโปรตีนต่อร่างกายอย่างมาก เช่น หนอนบางชนิดมีโปรตีนมากกว่าเนื้อวัว 1 ออนซ์ ถึง 3 เท่า หรือการกินจิ้งหรีดเพียง 4 ตัว มีแคลเซียมเท่ากับการดื่มนม 1 แก้ว แต่ผู้ผลิตอาหารในยุโรปคงต้องหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงการใช้แมลงเหล่านั้นมาเป็นหนึ่งในส่วนประกอบอาหาร หรือเป็นแหล่งโปรตีนหลักในอาหาร โดยให้เหตุผลว่าคนยุโรปคงยังรู้สึกแปลกๆ เมื่อต้องกินเบอร์เกอร์ที่มีส่วนผสมของตั๊กแตน

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารของยูเอ็นและอียู กล่าวว่า นอกจากแมลงจะมีคุณค่าทางอาหารสูง การเลี้ยงแมลงเพื่อเป็นอาหารยังไม่กินพื้นที่และสร้างมลพิษทางธรรมชาติ เหมือนการเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหารชนิดอื่นๆ อีกด้วย

เหตุเพราะสามารถแพร่พันธุ์และเลี้ยงแมลงเหล่านี้ในพื้นที่จำกัดอย่างตึกที่ปิดมิดชิด โดยแค่มีแสงธรรมชาติส่องถึงและมีแค่เศษอาหาร กระดาษ หรือสาหร่าย แมลงเหล่านั้นก็สามารถเจริญเติบโตเต็มวัยเพื่อเป็นอาหารให้มนุษย์ได้แล้ว

ศาสตราจารย์ มาร์เซล ดิกส์ กล่าวว่า เทรนด์การกินแมลงอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต หากการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่นๆ ยังคงส่งผลเสียต่อธรรมชาติเช่นนี้ โดย ดิกส์ มองว่า เมื่อสิ้นทศวรรษนี้ การกินแมลงจะเป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่ว่าใครก็กินกันทั่วโลก

“เราต้องการให้ทุกคน โดยเฉพาะชาวยุโรปเริ่มคุ้นเคยกับการกินแมลงไว้แต่เนิ่นๆ เพราะเมื่อถึงปี 2563 มนุษย์เราอาจจะมีอะไรให้เลือกกินได้ไม่มากแล้ว” ดิกส์ กล่าว

หากโลกต้องถึงคราวที่มนุษย์มีแต่แมลงเป็นอาหารอย่างเดียว เชื่อว่าคนไทยคงไม่มีปัญหาการกินแน่นอน เพราะเราต่างคุ้นเคยกับการหยิบแมงป่องทอดกรอบชุบซีอิ๊วขาวขึ้นมาฉีกกินได้อย่างไม่เคอะเขินอยู่แล้ว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท