
สิทธิสตรี...กรณีการบวชของภิกษุณี...ในพระพุทธศาสนา (ตอน ๒)
งานสำคัญที่ผ่านมาโดยการนำของอาตมา ซึ่งชาวพุทธในอินเดียขานรับกันอย่างเต็มที่
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
งานสำคัญที่ผ่านมาโดยการนำของอาตมา ซึ่งชาวพุทธในอินเดียขานรับกันอย่างเต็มที่ ได้แก่ การจัดงานมาฆบูชาโลก ณ ดิคชาภูมี นครนาคปุระ รัฐมหาราษฎร์ และที่วัดเวฬุวันมหาวิหาร/รัฐพิหาร (มคธชนบทในอดีต) ได้มีการจัดงานมาฆบูชามา ๒ ปีแล้ว โดยใน พ.ศ. ๒๕๕๕ นี้ เข้าสู่ปีที่ ๓ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูวันมาฆบูชาขึ้นเป็นครั้งแรกในชมพูทวีป โดยเฉพาะการได้รับอนุญาตให้จัดงานมาฆบูชาได้ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร ... วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ที่นครราชคฤห์ แคว้นมคธ ปัจจุบัน ณ ตำบลราชกีร์ นาลันทา/ปัตนะ รัฐพิหาร ในปีนี้จะได้จัดงานมาฆบูชาในระหว่างวันที่ ๕–๗ ก.พ. ๒๕๕๕ ซึ่งวันที่ ๗ ก.พ. เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ชาวพุทธในอินเดียหรือองค์กรพุทธศาสนาของประเทศต่างๆ เช่น มหาโพธิสมาคมในอินเดีย (Maha Bodhi Society in India) ฯลฯ ถือว่าเป็นวันมาฆบูชาประจำปี
ในขณะที่องค์กรพุทธศาสนาในประเทศไทยคำนวณวันเดือนปีตามหลักจันทรคติ โดยใน พ.ศ. ๒๕๕๕ นี้ มีอธิกมาสฤดูฝนนี้มี ๑๐ อุโบสถ และวันมาฆบูชาตรงกับวันที่ ๗ มี.ค. ... วิสาขบูชา ตรงกับวันที่ ๔ มิ.ย. ... จึงเป็นปัญหาของอาตมาที่จะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกวันใดในการจัดงานมาฆบูชา และเพื่อป้องกันความสับสนทั้งฝ่ายชาวพุทธอินเดียและฝ่ายชาวพุทธในประเทศไทยที่คิดคำนวณคนละสูตรกันอยู่ อาตมาจึงตัดสินใจบอกคณะกรรมการจัดงานว่า ปีนี้ให้จัดงานทั้งสองวัน โดย ๗ ก.พ. เป็นการจัดงานมาฆบูชาตามนานาชาติ ส่วน ๗ มี.ค. เป็นการจัดงานมาฆบูชาตามหลักการคำนวณวันเดือนปีของคณะสงฆ์ไทย โดยช่วงเวลา ๑ เดือนที่สืบเนื่องระหว่างวันที่ ๗ ก.พ. ถึงวันที่ ๗ มี.ค. ก็จะมีการจัดงานนิทรรศการเผยแผ่พุทธประวัติอย่างต่อเนื่องหนึ่งเดือนเต็ม ซึ่งปีนี้เลือกจัดงานมาฆบูชา ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร/รัฐพิหารเพียงแห่งเดียว ... เหตุผลเพราะมีการจัดให้มีการเลือกตั้ง (Election) ในรัฐมหาราษฎร์ที่ชาวพุทธในอินเดียเคยจัดงานมาฆบูชาสืบเนื่องมา ๒ ครั้ง ควบคู่กับงานที่วัดเวฬุวันมหาวิหาร รัฐพิหาร
จากการทับซ้อนระหว่างการเมืองภาคสังคมต่อศาสนา จึงทำให้เกิดความยุ่งยากต่อการจัดชุมนุมของพุทธศาสนิกชนในดินแดนที่ประชาคมนับถือศาสนาฮินดูเป็นหลัก เพื่อป้องกันปัญหาในทุกๆ ด้านที่จะเกิดขึ้นกับชาวพุทธในอินเดียที่ทำหน้าที่ในองค์กรฝ่ายรัฐบาล จึงให้งดการจัดในภาครวมของงานศาสนาและแนะนำให้จัดเป็นกลุ่มย่อยทั่วๆ ไปตามกำลังที่จะพึงกระทำได้ โดยผู้แทนขององค์กรพระพุทธศาสนาในอินเดียหรือผู้มีศรัทธา หากมีความพร้อมก็ให้เดินทางมาวัดเวฬุวันมหาวิหาร ในการจัดงานครั้งนี้จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวไทย
หากมีโอกาสเดินทางไปร่วมงานมาฆบูชา ณ วัดเวฬุวันมหาวิหารได้ ก็น่าจะเป็นที่ยินดียิ่งที่จะได้มีส่วนร่วมในการประกอบศาสนกิจอันสำคัญ คือ วันมาฆบูชา ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นวัดแห่งแรกที่พระพุทธเจ้าทรงประทับถึง ๕ พรรษา ทั้งนี้ มีการจัดงานขึ้นในระหว่างวันที่ ๕–๗ ก.พ. ๒๕๕๕ และอีกครั้งจะจัดขึ้นในวันที่ ๗ มี.ค. ๒๕๕๕ ณ สถานที่แห่งนี้ โดยในปีนี้มุ่งเน้นการปฏิบัติธรรมรับวิปัสนากรรมฐาน ณ มหาวิหารแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ซึ่งยังคงความศักดิ์สิทธิ์ แม้จะสืบเนื่องอายุมายาวนานถึง ๒,๖๐๐ ปี อันควรค่าแก่การรักษาไว้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาสืบต่อไป...การจัดงานในครั้งนี้ ประเด็นสำคัญคือการพยายามเกี่ยวเนื่องวัดเวฬุวันมหาวิหารซึ่งปัจจุบันคือสวนป่าเวฬุวันของรัฐบาลอินเดีย เพื่อให้ชาวพุทธได้มีส่วนในการนำกลับคืนมา เพื่อระลึกบูชาถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าและเพื่อการได้มีส่วนดูแลรักษาสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญยิ่งนี้ต่อไป
จากการที่ได้มีโอกาสพบปะกับชาวพุทธในอินเดียในห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยมีการจัดงานประกอบศาสนกิจหรือกิจกรรมต่างๆ ด้านศาสนา ซึ่งได้มีส่วนร่วมกับชาวพุทธในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในรัฐมหาราษฎร์ ตั้งแต่ มุมไบ นาสิก นาคปุระ ถึงออรังกาบาต หรือในรัฐพิหาร อาตมาได้เห็นความจริงอันหนึ่ง ซึ่งควรให้ความสนใจศึกษาอย่างยิ่ง เพื่อการขับเคลื่อนองค์กรพระพุทธศาสนาให้เดินทางไปสู่เป้าหมายอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การเพิ่มบทบาทของผู้หญิงหรือสตรีในพระพุทธศาสนาให้สูงขึ้นตามฐานะอันพึงเป็นไปได้และถูกต้องตามพระธรรมวินัย เพื่อการขับเคลื่อนที่ทรงพลัง สามัคคีธรรมของพุทธบริษัท และบนความจริงที่เคยกล่าวไว้หลายครั้งว่า ผู้หญิง คือกำลังอันยิ่งใหญ่ที่จะหมุนกงล้อพระพุทธศาสนาไปข้างหน้า โดยเฉพาะในปัจจุบัน ซึ่งผู้หญิงมีการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างน่าชื่นชม
ทั้งนี้ เพราะไม่ว่าจะจัดงานกี่ครั้งและอีกกี่ครั้งก็ตาม พลังมวลชนของพุทธบริษัทอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้องค์กรพระพุทธศาสนาเข้มแข็ง มั่นคง และสืบเนื่องได้จนถึง ณ วันนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธว่าผู้หญิงหรืออุบาสิกานี้ คือกำลังหลักในพระพุทธศาสนาที่ควรแก่ความใส่ใจในการให้บทบาทยิ่งขึ้นสมแก่ฐานะและคุณค่าที่มีคุณต่อการสืบอายุพระพุทธศาสนามาจนถึง ณ วันนี้... อาตมาในฐานะที่มีโอกาสทำงานตรงนี้ร่วมกับชาวพุทธในชมพูทวีปในนามขององค์กร BRCT จึงให้ความสนใจในประเด็นดังกล่าวนี้มาก เพราะจำนวนประชากรชาวพุทธในอินเดียที่มีกว่า ๑๐ ล้านนั้น น่าจะเป็นผู้หญิงเสีย ๗๐–๘๐% เมื่อเป็นเช่นนี้ การที่จะพัฒนากำลังหลักขององค์กรเพื่อการก้าวเดินไปอย่างเข้มแข็ง ก็คงจะต้องมาดูเรื่องบทบาทของผู้หญิงเป็นสำคัญ อันเป็นไปเพื่อประโยชน์อันสูงสุดของการดำรงความสืบเนื่องพระพุทธศาสนา ... และเพื่อการประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงในชมพูทวีปสืบต่อไป ...
อ่านต่อฉบับหน้า







