
สิทธิสตรี...กรณีการบวชของภิกษุณี... ในพระพุทธศาสนา(ตอน ๑)
ปุจฉา : กราบเรียนพระคุณเจ้า
ปุจฉา : กราบเรียนพระคุณเจ้า
โดย..พระอาจารย์อารยะวังโส
หัวข้อหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ เรื่อง การบวชภิกษุณี เนื่องจากผู้สนใจเรื่องสิทธิสตรีส่วนใหญ่ยังเห็นเป็นสิ่งค้างคาใจ เพียรซักไซ้อยู่เสมอ ถ้าไม่ได้คำตอบที่พอใจ ก็จะโต้เถียงอยู่นั่นแล้ว ไม่รู้จบ
ภาษาอังกฤษมีสำนวนเปรียบเรื่องทำนองนี้ว่า เสมือนมีช้างตัวหนึ่งยืนอยู่หน้าห้อง (The Elephant In The Room) ไม่ว่าการบรรยายขณะนั้นจะเป็นหัวข้อใด สำคัญขนาดไหน สายตาของผู้ฟังทุกคนจะมองไปที่ช้าง และในใจจะคิดถึงแต่ช้างๆๆ ไม่ยอมรับรู้เรื่องอื่นใดทั้งสิ้น
ฉะนั้น สิ่งแรกที่ผู้บรรยายต้องทำคือ อธิบายให้ชัดเจนว่าช้างมาทำอะไรอยู่ที่นี่ จากนั้นก็สามารถไปพูดเรื่องที่ตั้งใจมาแต่แรกได้ตามสะดวก ได้รับความสนใจเต็มร้อยจากผู้ฟัง
รศ.ดร.ภาวดี ทองอุไทย
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คำถามที่หนึ่ง พุทธบริษัทสี่ ประกอบด้วย ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา การที่องค์ประกอบหนึ่งขาดหายไป เป็นการขัดพระประสงค์ของพระพุทธองค์หรือไม่
คำถามที่สอง เหตุใดในตอนแรก พระพุทธองค์ไม่เต็มพระทัยจะให้ผู้หญิงออกบรรพชา และปัจจัยอะไรทำให้เปลี่ยนพระทัยกลับมาสนับสนุน
คำถามที่สาม เพราะเหตุใดกฎเกณฑ์สำหรับภิกษุณีจึงเข้มงวดกว่าภิกษุมาก ทั้งในการเข้าบรรพชา และในการดำรงสถานภาพ
คำถามที่สี่ ไม่ว่ากฎเกณฑ์ใดๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพสังคม และวัฒนธรรม จะปรับเปลี่ยนในเรื่องของภิกษุณีได้หรือไม่
คำถามที่ห้า นับจากพระนางมหาปชาบดี ก็มีการบรรพชาภิกษุณีมาอย่างต่อเนื่อง แต่แล้วเกิดอะไรขึ้น การสืบสายจึงขาดหายไป
คำถามที่หก มีเงื่อนไขอย่างใดในพระธรรมวินัยข้อใดหรือที่ห้ามการบวชภิกษุณีสงฆ์ในประเทศไทย
คำถามที่เจ็ด ณ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ ในประเทศไทยมีภิกษุณีสายมหายานราว ๒๐๐ รูป และสายเถรวาทประมาณ ๒๕ รูป โดยเฉพาะที่วัตรทรงธรรมกัลยาณี จ.นครปฐม ซึ่งเจ้าอาวาสภิกษุณีธัมมนันทา (รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์) จัดเป็นภิกษุณีรูปแรกของประเทศไทย อุปสมบทที่ศรีลังกาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๖ ดังนั้นจะถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการสร้างสายภิกษุณีในประเทศไทยได้หรือไม่
คำถามที่แปด วัฒนธรรมเด่นๆ ของไทยหลายอย่าง เชื่อมโยงมาจากพุทธศาสนา ฉะนั้นการที่พุทธศาสนาในประเทศไทยปฏิบัติต่อหญิงและชายไม่เท่าเทียมกันในเรื่องของโอกาสการบวช ย่อมมีอิทธิพลต่อทัศนคติของสังคมไทย ที่เห็นผู้หญิงด้อยกว่าผู้ชายในเรื่องต่างๆ ด้วย (โดยเฉพาะในเรื่องความสามารถในการเป็นผู้นำ)
วิสัชนา : ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา สืบเนื่องจาก “การเสวนาในบทบาทสตรี... สู่การสร้างสรรค์โลก... เพื่อสันติ ตามหลักพระพุทธศาสนา” ซึ่งมี รศ.ดร.ภาวดี ทองอุไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหัวหน้าคณะนำทีมสตรีร่วมเสวนา เมื่อวันที่ ๗ ม.ค.ที่ผ่านมา โดยอาตมาได้เข้าร่วมรับฟังในฐานะ “องค์ธรรม” เพื่อบรรยายในส่วนที่เกี่ยวข้อง...
ประกายความคิดที่นำไปสู่การเสวนาครั้งนี้ เพื่อการรับฟังแผนงานที่แสดงถึงยุทธศาสตร์แห่งการกำหนดบทบาทสตรี เพื่อการขับเคลื่อนอย่างสร้างสรรค์... สู่สันติ... โดยเฉพาะตามแนววิถีพุทธ ทั้งนี้เพราะอาตมามีภาระต่อการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป ร่วมกับชาวพุทธในอินเดียที่มากกว่า ๑๐ ล้านคนในปัจจุบัน ซึ่งประมาณ ๘ล้านคนอาศัยอยู่ในรัฐมหาราษฏระ อินเดีย เป็นชาวพุทธที่มาจากการเปลี่ยนการนับถือจากฮินดูมาเป็นศาสนาพุทธ ภายใต้การนำของ ดร.อัมเบ็คก้าร์ เมื่อ ๑๔ ต.ค. ๒๔๙๙ ปัจจุบันได้มีการก่อตั้งองค์กร BRCT หรือ Buddhist Revival Charitable Trust ซึ่งเป็นองค์กรชาวพุทธในอินเดีย มีวัตถุประสงค์เพื่อการสืบเนื่องแนวอุดมการณ์ของ ดร.อัมเบ็คก้าร์ ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมี Chief Secretary ของรัฐมหาราษฏระดำรงตำแหน่ง Chief Advisor ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งขององค์กรชาวพุทธดังกล่าวนี้ ...เพราะการมีประมุขระดับสูงสุดฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ (Chief officer of Government) มานำการขับเคลื่อนองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องไม่ธรรมดาเลย... เพื่อการก้าวย่างสู่จุดหมาย ซึ่งต้องการพัฒนาชาวพุทธในอินเดียให้มีคุณภาพตามพระธรรมวินัย (พุทธเถรวาท) เพื่อการประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้กลับคืนมามั่นคงแข็งแรงอีกครั้งในชมพูทวีป ซึ่งเป็นแผ่นดินเกิด (Motherland) ของพระพุทธศาสนา หลังจากที่เคยสูญสลายไปเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ โดยองค์กร BRCT มีพระโพธิปาโล มหาเถระแห่งออรังกาบาดทำหน้าที่ Chairman และได้มีมติเชิญอาตมาไปเป็น Chief Patron ซึ่งจริงๆ แล้วชาวพุทธในอินเดียต้องการการแนะนำจากอาตมาในทิศทางการขับเคลื่อนเพื่อให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ ... ที่สำคัญ องค์กร BRCT ได้รับการสนับสนุนจากกูรูจี
โคเอ็นการ์ Master Vipassana ที่มีชื่อเสียง ซึ่งพำนักอยู่ที่นครมุมไบ รัฐมหาราษฏระ เคยพบกันกับอาตมาและประกาศการสนับสนุนการทำงานของอาตมาในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ ตามข้อความที่แจ้งผ่านมากับ Chief Secretary of Maharashtra State/India
อ่านต่อฉบับหน้า







