
Z ฮอลลีวูด
เรื่อง : ทวิตตี้
@ ถึงแม้จะมีข่าวลือกันมานานว่าคบกันอยู่ แต่
“โรเบิร์ต แพตทินสัน” และคริสเตน สจวร์ต ก็ไม่เคยออกมาคอนเฟิร์มใดๆ เรื่องความสัมพันธ์ จนมาถึงวันงานบาฟตา (BAFTA) หรืองานออสการ์ของฝั่งอังกฤษนี่ล่ะ ที่ทำเอาทวิตตี้เกือบใจสลาย เพราะมีข่าวว่าพ่อหนุ่มร็อบของทวิตตี้ออกมายืนยันกับหนังสือพิมพ์เล่มหนึ่งว่าพวกเขาเดตกันอยู่จริงๆ และที่จริงแล้วพวกเขาวางแผนจะมาถึงงานและเปิดตัวด้วยกันบนพรมแดง แต่ทำไม่ได้เพราะแฟนๆ “มันยากมากจริงๆ แต่พวกเราอยู่ด้วยกัน...เป็นเรื่องจริงครับ...เราไม่สามารถมาถึงงานเวลาเดียวกันได้เพราะแฟนๆ มันบ้ามาก...นี่ควรจะเป็นงานที่เรามาด้วยกันเพื่อเปิดตัว (การคบกัน) แต่มันเป็นไปไม่ได้เลย...เรามาที่นี่ด้วยกัน และมันเป็นงานสาธารณะ แต่มันก็ไม่ง่ายเลยนะ...พวกเราต้องทำเรื่องทั้งหมดนี้เพื่อเลี่ยงการเป็นจุดสนใจ” แต่แฟนๆ ที่ลุ้นกันอยู่ก็อย่าเพิ่งดีใจจุดพลุฉลองกันไปก่อน เพราะสื่อที่ตีพิมพ์ข่าวนี้น่ะ คือ นสพ. The Sun ของอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการปล่อยข่าวลือเรื่องคาวๆ ของดาราเหมือนกันจ๊ะ เพราะงั้นจนกว่าจะมีคลิปสัมภาษณ์ออกมาเป็นทางการ ทวิตตี้ก็จะยังคงขอถือโอกาสไม่เชื่อไปก่อนนะจ๊ะ (เผื่อจะมีหวัง) หุหุ@ เมาท์ฝ่ายชายไปแล้ว จะไม่เมาท์ฝ่ายหญิงก็กระไร ล่าสุด
“คริสเตน สจวร์ต” ไปงานแฟชั่นโชว์ของเบอร์เบอร์รี แล้วสวมชุดผ้าค่อนข้างบางจนมองเห็นจุก...รำไร แต่แค่เห็นน่ะไม่เท่าไหร่ ที่ทำเอาใครๆ ตาวาวเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาของสิ่งที่อยู่ใต้ร่มผ้ามันดูไม่ค่อยปกตินี่น่ะสิ ดูละม้ายคล้ายจะมีห่วงเหล็กอันเล็กๆ พ่วงติดมาด้วย แบบนี้ก็ได้เรื่องสิคะ ไม่นานมันก็เลยกลายเป็นข่าวลือกระฉ่อนว่า คริสเตนเธอไปเจาะและใส่ห่วงที่ยอดอกมาหรือกระไร ???? หลังจากหลายฝ่ายเพ่งกันตาแฉะ พยายามมองทะลุร่มผ้า บางคนก็เชื่อว่าเธอไปเจาะมาจริงๆ แต่อีกฝ่ายก็บอกว่าคิดมาก มันคงเป็นแค่เทปกาวแปะยอดอกไว้มากกว่า แต่คาดว่าคงแปะไม่ดีมันเลยโผล่มารูปร่างชวนคิดมากอย่างที่เห็น อันนี้ไม่รู้ข้อเท็จจริงเป็นประการใด คงต้องรอให้เจ้าตัวหรือคนที่โชคดีได้เห็นเธอถอดเสื้อออกมาคอนเฟิร์มจ้ะ...@ ผอมลงไปมากมาย แต่
“เคลลี ออสบอร์น” ก็ยังคงมีเรื่องให้ปวดหัวกับเรื่องอ้วนๆ ไม่มีหยุดหย่อน เพราะล่าสุดเธอกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ เพราะสื่อดันเอาคำให้สัมภาษณ์ของเธอไปตีความและพาดหัวแบบผิดๆ บอกว่าเคลลีพูดว่า “ความอ้วนเป็นสิ่งเลวร้ายยิ่งกว่าติดยาเสียอีก” ซึ่งพอเคลลีเห็นข่าวเท่านั้นเธอก็ออกมาโวยวายใหญ่โตว่าสื่อเอาคำพูดเธอไปใช้แบบผิดๆ ซึ่งเธอบอกว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่เธอพูดก็คือ สื่อมักจะโจมตีเรื่องรูปร่างอวบอ้วนของเธอมากกว่าเรื่องติดยาเสียอีก แต่สื่อตัดเอาแค่คำพูดประโยคที่ว่า “การเป็นคนอ้วนมันดูเหมือนเป็นสิ่งเลวร้ายมากกว่าการเป็นพวกขี้ยาเสียอีก และนั่นเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยเข้าใจ” ไปตีพิมพ์และทำให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งเคลลีก็ออกมาประณามการกระทำนี้ พร้อมบอกว่าเธอรู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้มีอิทธิพลต่อเด็กๆ และวัยรุ่นมากแค่ไหน และพวกเขาอาจจะคล้อยตามความคิดผิดๆ แบบนี้ได้ เคลลีเคยออกมายอมรับว่าเริ่มใช้ยาตั้งแต่อายุ 13 และตอนที่มาออกรายการกับครอบครัวนั้นเธอก็ติดยางอมแงม และต้องเข้ารับการบำบัดหลายต่อหลายครั้ง จนตอนนี้เธอเลิกได้สำเร็จแล้ว แต่เธอก็ยังต้องต่อสู้กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสรีระของเธอจากสื่อมาตลอด แม้ล่าสุดจะผอมสวยแล้วก็ตาม...แต่ยังไง ทวิตตี้ขอชื่นชมหนูเคลลีที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ออกมาแก้ผิดให้เป็นถูก...@ อ่านข่าวของแรปเปอร์หนุ่ม
“ฟิตตี เซนต์” แล้วทวิตตี้ขำมากจนต้องขอเอามาเล่าสู่กันฟัง เพราะเขาเพิ่งถูกสาวนามว่า ลาสโทเนีย เลวิสตัน ฟ้องร้อง หลายคนคงงงว่าโดนฟ้องแล้วขำตรงไหน ก็แหมโดนฟ้องน่ะไม่ขำ ที่ขำคือเรื่องที่เขาฟ้องต่างหากล่ะคะ เธอคนนี้ฟ้อง ฟิตตี เซนต์ ในข้อหาทำให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะเผยแพร่เทปลับ! แต่ไม่ใช่เทปลับระหว่างเธอกับแรปเปอร์ผิวสีคนนี้ แต่เป็นเทปกิจกรรมที่เธอและแฟนหนุ่ม มัวริซ เมอร์เรย์ ทำกันลับๆ สองต่อสองในห้องนอน ซึ่งพ่อหนุ่มมัวริซนี่เองที่เอาไปให้ฟิตตีเซนต์ ดู และเขาก็เอาไปเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาต และที่สำคัญก่อนจะลงเน็ตเขายังตัดต่อคลิปของตัวเองที่ใส่วิกผมฟูและเสื้อคลุมสีม่วง พร้อมใส่เสียงพากย์ล้อเลียนเข้าไปในคลิปด้วย และตรงนี้เองที่ทำให้เธอรู้สึกอับอายขายหน้ามากจนต้องออกมาฟ้อง ซึ่งตอนนี้ ฟิตตี เซนต์ ก็ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้แต่อย่างใด...คดีแปลกๆ อย่างนี้ก็มีจริงๆ นะ ถือว่าเอาไว้อ่านเพลินๆ คลายเครียดจากสถานการณ์ร้อนทางการเมืองแล้วกันนะจ๊ะ@ หลังจากการหายตัวไปของนักแสดงหนุ่ม
“แอนดรูว์ โคเอนิก” ลูกชายของ “วอลเตอร์ โคเอนิก” อดีตนักแสดงรุ่นใหญ่จากซีรีส์ Star Trek ซึ่งหายตัวไประหว่างไปเยี่ยมเพื่อนที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ตั้งแต่ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา และครอบครัวได้ออกมาประกาศตามหาตัวเขาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีข่าวเป็นทางการว่าพบร่างไร้วิญญาณของแอนดรูว์แล้วที่สวนสาธารณะสแตนเลย์ในแวนคูเวอร์เมื่อปลายอาทิตย์ก่อน ซึ่งภายหลังวอลเตอร์และภรรยาจูดีได้ออกแถลงข่าวเรื่องการเสียชีวิตของลูกชายด้วยน้ำตาคลอเบ้า และกล่าวว่าลูกชายของตนได้ฆ่าตัวตาย เนื่องจากแอนดรูว์มีปัญหาป่วยด้วยโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงมานาน และไม่ยอมทานยาแก้อาการซึมเศร้ามาเป็นปีแล้ว ซึ่งคงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาจบชีวิตตัวเอง พวกเขาบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกชายอาจจะสามารถเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ให้รู้ว่ายังมีคนรักและห่วงใยคุณอีกมาก หากรู้สึกแย่หรือท้อแท้ในชีวิตก็ควรหาทางพูดกับใครสักคนให้ช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดถึงสาเหตุการตายของแอนดรูว์ เพียงแต่บอกว่าไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกายหรือการใช้อาวุธในที่เกิดเหตุ...ทวิตตี้ก็ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสียของครอบครัวโคเอนิกด้วยค่ะ... @






