
เชฟ’ส เทเบิลอาหารไทย อร่อยมั้ยเชิญไปลอง
รับโทรศัพท์กริ๊งกร๊างจากแมนดาริน โอเรียนเต็ล ศาลาริมน้ำ ชวนไปลอง “เชฟ’ส เทเบิล”
รับโทรศัพท์กริ๊งกร๊างจากแมนดาริน โอเรียนเต็ล ศาลาริมน้ำ ชวนไปลอง “เชฟ’ส เทเบิล”
โดย..ปณิฏา สุวรรณปาล
รับโทรศัพท์กริ๊งกร๊างจากแมนดาริน โอเรียนเต็ล ศาลาริมน้ำ ชวนไปลอง “เชฟ’ส เทเบิล” ของเชฟอาหารไทยสุดหล่อชื่อดัง เชฟวิชิต มุกุระ – แหม... เรื่องอาหารไทยรสมือเชฟวิชิตนั้นการันตีได้อยู่แล้วว่าอร่อยแบบไทยแท้ๆ แต่อาหารไทยเสิร์ฟแบบ “เชฟเทเบิล”
โอมายก็อด... มันจะออกมาเป็นแบบไหนกันล่ะหนอ
อันว่า เชฟ’ส เทเบิล หรือโต๊ะของเชฟนั้น ก็คือโต๊ะที่อยู่ในครัวของร้านอาหาร ซึ่งเชฟดังจะต้อนรับแขกพิเศษระดับวีไอพีเท่านั้น ให้เข้าไปลิ้มลองอาหารพิเศษที่ไม่ได้บรรจุอยู่ในเมนูปกติ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแขกกลุ่มเล็กๆ ที่ยินดีจ่ายราคาแพงเป็นพิเศษ เพื่อที่จะได้สิทธิเห็นการทำงานของเชฟแบบจะจะในครัวแบบทุกขั้นทุกตอน แถมยังจะได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับเชฟดัง ซักถามทุกขั้นตอนที่ต้องการจะรู้
แต่สำหรับอาหารไทยที่เต็มไปด้วยพืชผักสมุนไพรมากมาย ต้องมีการสับ การทอด โขลกพริก หั่นกระเทียม เจียวหอม ฯลฯ นำมาจัดแบบ เชฟ’ส เทเบิล แล้วจะเวิร์กมั้ย ตามไปดูกัน...
เชฟวิชิต บอกว่า คิดคอนเซปต์ใหม่นี้มาเพื่อบริการลูกค้า เนื่องเพราะต้องการยกระดับอาหารไทยให้ดูทันสมัยขึ้นสู่ความเป็นอินเตอร์ “แต่ไม่ถึงกับว่าเป็นโมเลกูลา ควิซีน อย่างนั้นไม่เอานะครับ แต่เรานำเอาอาหารไทยรสชาติเดิมๆ ของเรานี่แหละ แต่มาเสิร์ฟในสไตล์ที่ดูเป็นเวสเทิร์น ดูโมเดิร์น แต่ไม่ถึงกับหลงไปเป็นฟิวชันแน่ๆ”
สำหรับกลุ่มเป้าหมายแล้ว เชฟครัวไทยคนดังอยากให้เป็นคนไทยมากกว่า “เพราะลูกค้าต่างชาติจะคุ้นเคยคำว่า เชฟ’ส เทเบิล อยู่แล้ว และหลายๆ คนก็คุ้นเคยกับอาหารไทยด้วย แต่คนไทยกับอาหารไทยที่ออกมาทำแบบนี้ คนอาจจะรู้สึกว่าอะไรกัน จะทำได้เหรอ”
เชฟว่า ในสายตาคนไทยเองอาหารยังแพ้อาหารชาติอื่นอยู่ “คนไทยเรายังให้ความสำคัญอาหารชาติอื่นมากกว่าอาหารไทยอยู่ อย่างถ้าพูดถึงอาหารไทยขึ้นมา อ๋อ อย่าเพิ่งเลย ฉันไปกินฟัวกราส์ดีกว่า” (หัวเราะ)
จริงแล้ว เชฟวิชิต ปิ๊งไอเดียการทำ เชฟ’ส เทเบิล ขึ้นมา หลังจากที่เริ่มปลูกข้าวเอง “ข้าวที่กำลังรับประทานกันอยู่นี่ คือข้าวพันธุ์ที่ผมปลูกเองครับ เป็นข้าวหอมมะลิแดงซึ่งผมได้พันธุ์มาจากบุรีรัมย์ และไปปลูกที่พัทยา เป็นที่มาของไอเดียที่ว่า เรามีของดีๆ เยอะแยะ เราน่าจะนำมาให้คนไทย หรือแขกของที่นี่ได้ลอง ซึ่งปกติเราก็มีอยู่ 2 ออปชัน คือ ไม่นั่งข้างนอกก็ข้างใน ดูรำไปด้วย แต่ผมคิดว่าน่าจะมีอะไรเพิ่มขึ้นมาอีกสักอย่าง ที่ทำให้คนมาที่นี่แล้วรู้สึกว่ามีอีกทางเลือกใหม่ที่จะเข้ามาที่นี่
แล้วก็อยากให้ลูกค้าประจำบางคนก็อยากดูว่าเราทำยังไง แล้วอาหารไทยเวลาทำเสร็จแล้วเสิร์ฟเลยเนี่ยมันอร่อยที่สุดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นยำ เป็นผัด เป็นต้มก็ตาม”
เมนูที่เชฟวิชิตจะเสิร์ฟใน เชฟ’ส เทเบิล ต้องตรงตามคอนเซปต์ทุกประการ นั่นคือ เมนูพิเศษที่ไม่ได้เตรียมไว้ล่วงหน้า “แต่ตอนเช้าผมจะไปเดินตลาด เลือกซื้อสิ่งที่ใหม่ๆ สดๆ แล้วก็คิดกันสดๆ เลยตรงนั้นเลยว่าจะทำอะไร ฤดูนี้มีอะไร เอาของที่สดใหม่ที่สุดมาทำ มาเสิร์ฟกัน”
หลังต้อนรับด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ อย่าง ค็อกเทลต้มยำ ซึ่งประกอบด้วยน้ำมะนาวเป็นหลัก ผสมกับน้ำตะไคร้ ที่ตำแล้วต้ม แล้วมาผสมกับเครื่องปรุงต้มยำกับโซดา แกล้มด้วยของว่างอย่าง ปลาแห้งแตงโม กับม้าฮ่อ และข้าวฟูปลาฟู (ใช้ข้าวหอมมะลิแดงกับปลาดุก) ก่อนที่เชฟจะนำเข้าครัว เนื่องจากกลัวสาวๆ จะบ่นเรื่องกลิ่นเรื่องควัน จึงรีบการันตีก่อน “พอดีผมได้ฮูตดูดควันมาใหม่ รับประกันได้ว่าไม่มีกลิ่น เครื่องนี้เขาดีมากครับ เปลี่ยนไขมันที่ดูดเข้าไปเป็นโอโซน รับประกันกลิ่นไม่มีแน่นอน”
เดินผ่านครัวของห้องอาหารไทยศาลาริมน้ำเข้าไปด้านใน โต๊ะ (ของเชฟ) ในครัวจัดไว้อย่างง่ายและงาม หลังส่งทุกคนนั่งที่เรียบร้อย เชฟวิชิต ประจำการที่หน้าเตาแล้วเริ่มทยอยเสิร์ฟอาหารที่ดีที่สุด ณ วันนั้น
ประเดิมด้วย กุ้งทอดผิวส้มซ่าคลุกข้าวหอมมะลิแดงฟู เริ่มเสิร์ฟแบบเก๋ๆ ตั้งแต่จานแรก ตามด้วย ปูจ๋า ที่เชฟใช้เนื้อปูผสมเนื้อไก่ ใส่กะทิเล็กน้อยเพื่อให้รสชาติเข้ากันและนุ่มนวลดี จานนี้ไม่ได้มาแบบที่คุ้นเคยคือเสิร์ฟในกระดองปู แต่ดูหน้าตาแล้วยังกะทอดมัน แถมเชฟยังให้กินแนมกับอาจาดอีกต่างหาก
คั่นความอร่อยกันด้วย เชอร์เบตต้มยำ ที่เชฟบอกให้กินแล้วทำปาก “จั๊บๆ” ให้พร้อมสำหรับหม่ำจานต่อไป ได้แก่ เป็ดอบตะไคร้กรอบน้ำมะขาม เสิร์ฟมาพร้อมแองเจลแฮร์ผัดกับข้าวหอมมะลิแดงคั่ว ปรุงรสด้วยน้ำปลา
จานต่อมาเชฟเสิร์ฟ ต้มยำปลาเก๋า รสชาติออกไท้ไทย หนักไปทางเปรี้ยว ไม่เผ็ดมาก อร่อยกำลังดี เสิร์ฟเสร็จ เชฟวิชิต ก็หันไปผ่ากุ้งแม่น้ำตัวโตเป็น 2 ท่อน เพื่อที่จะทำ กุ้งแม่น้ำนึ่งพริกสด หน้าตาเหมือนกุ้งนึ่งมะนาว แต่เชฟใส่ไข่ขาวลงไปด้วยเพื่อที่จะให้รสชาติกลมกล่อม ชื่อนั้นฟังดูจะเผ็ด แต่กลับถูกต้องตามตำรับไทย นั่นคือ ไม่มีรสชาติไหนโดดเด่นเกิน แต่เป็นรสชาติกลมกล่อมแบบอูมามิ
มาถึงจานหนักๆ กันบ้าง แลมบ์ย่างใบสะระแหน่ซอสมะขาม กินแกล้มกับสะเดาน้ำปลาหวาน และดอกโสนผัดน้ำปลา โอ๊ย ได้ใจคนไทยจริงๆ (โดยเฉพาะสะเดาน้ำปลาหวาน)
ปิดท้ายจานคาวแบบ “พราวด์ลี พรีเซนต์” ของเชฟ เป็น ปลาหิมะนมข้าว ข้าวหอมมะลิแดงต้มอายุ 5 เดือน ที่กำลังเป็นน้ำนมข้าว และมากด้วยสารอาหาร นำมาต้มกับปลาหิมะ อร่อยดีมีประโยชน์ของแท้
และแล้วก็มาถึงของหวาน ที่บรรดาแขกคนพิเศษล้วนลุกไปชมการสาธิตที่หน้าเตา ขณะเชฟทำ ถั่วแปบ เสิร์ฟคู่กับ ไอศกรีมข้าวหอมมะลิแดงงอกกะทิ ที่ใช้ข้าว 5 เดือน อันอุดมด้วยสารอาหารเหมือนเดิม
ใครอยากอิ่มอร่อยแบบ “บีไฮด์ เดอะ ซีน” ใน เชฟ’ส เทเบิล อาหารไทยแห่งแรกและแห่งเดียว ต้องจองล่วงหน้า 1 วันนะจ๊ะ มีให้เลือกแบบเซตเมนู 6 คอร์ส ราคา 2,900 บาท++ หรือเซตเมนู 8 คอร์ส ราคา 3,900 บาท++ (จองอย่างต่ำ 4 คน และไม่เกิน 7 คน) โทร. 02-6569000 ต่อ 7330







