
ผู้หญิงจีนในแผ่นฟิล์มมังกร
งานฉลองตรุษจีนเพิ่งจะผ่านไปหยกๆ แต่ดูเหมือนชีวิตก็ยังมีเรื่องให้ต้องวนเวียนกับจีนอีกจนได้
โดย...โจ เกียรติอาจิณ
งานฉลองตรุษจีนเพิ่งจะผ่านไปหยกๆ แต่ดูเหมือนชีวิตก็ยังมีเรื่องให้ต้องวนเวียนกับจีนอีกจนได้ นี่ล่ะที่เขาว่า “จีนมาแรง” ท่าจะจริงแฮะ เพราะอะไรก็จีน ที่ไหนก็จีน ไม่เว้นแม้วงเสวนาย่อย จัดโดยสถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับมูลนิธิไชยวนา (ครูองุ่น มาลิก) ซึ่งขนภาพยนตร์จีนดรามามาฉายเอาใจแฟนๆ แบบน้ำตาท่วมจอ ร้องไห้เป็นแม่อายสะอื้นซะงั้น แล้วทุกคนจึงหันหน้ามานั่งจับเข่าคุยกันถึงความประทับจิตต่อผู้หญิงจีนในแผ่นฟิล์มมังกร
เธอสวย แน่ล่ะ---เธอต้องขาวด้วย ขาดเสียมิได้ ก็ต้องมีความหมวยเด่นชัด นั่นเพราะเธอเป็นสาวจีน (นี่นา) ในสายตาของผู้ร่วมเสวนา (ปานรัตน์ กริชชาญชัย นักการละคร มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการ นิตยสาร Madame Figaro อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา) พูดตรงกัน
แต่ถ้ามองลึกๆ มุมหนึ่งของเธอที่มักปรากฏให้เห็นในภาพยนตร์ คือเธอผู้หญิง (โคตร) แกร่ง เธอเก่งเยี่ยงชายอกสามศอก เธออดทนและอดกลั้นสูง ขณะเดียวกันเธอก็มีความเป็นเมียและแม่น้อยมากก็ตามจริตของเธอ บ้างก็มีคนเปรียบหัวใจเธอว่าเป็นดั่งดอกไม้เหล็ก ไม่สะทกสะท้านต่อการตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ ทั้งจากสายตาสังคมและน้ำมือของผู้ชาย
บ่อยครั้งเธอก็พร้อมจะสวมวิญญาณเป็นสายลับ เป็นฮีโร่ ใช้วิชาตัวเบา เหาะเหินเดินอากาศราวกับผู้เปี่ยมไปด้วยวรยุทธเลิศล้ำ โอ้ว้าว!!! แต่บางจังหวะเธอกลับฉายภาพเป็นนักร้องคาเฟ่ นางโลมในบ้านโคมแดง หรือไม่ก็ภรรยาหลวง เรื่อยมาถึงอนุภรรยาของคหบดีที่ไม่รู้จักพอในรสกาม
ข้ามมาอีกขั้น เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผัน เธอจึงแสดงปฏิกิริยาให้โลกรู้ว่า ได้เวลาแล้วที่เธอต้องปฏิวัติ เพื่อโบยบินสู่พื้นที่อิสระ ชีวิตจะมีความหมายใดมากไปกว่าความสุขที่เที่ยงแท้จากคนที่รักเธอและจากครอบครัวที่เข้าอกเข้าใจ
ภาพยนตร์จีนหลายต่อหลายเรื่องสะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงจีนเช่นนั้น ผู้หญิงจีนในภาพยนตร์จีนเป็นเสมือนกระจกสะท้อนความเป็นไปในสังคมจีนเอาไว้แบบไม่มีตกหล่น ใช่บางเรื่องอาจจะดูเลวร้าย หรือต่ำช้าเกินกว่าจะรับไหว แต่นั่นแหละหนา---ความจริงบนดินแดนมังกร
ความไม่ลงรอยกันระหว่างลูกสาวกับแม่ “โม่” “ลี่” “ฮวา” (แสดงโดย จางจื่ออี๋) ผู้หญิง 3 รุ่น ยาย แม่ ลูกสาว ในภาพยนตร์ Jasmine Women (กำกับโดย โหวหย่ง) หรือเรื่องราวความสุข ความเศร้า ความปวดร้าว และก้าวย่างที่ผิดพลาด ที่ผู้เป็นแม่เผชิญมาแล้วผ่องถ่ายมาสู่ลูกสาว ด้วยความปรารถนาดีว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำๆ นี้อีก ในภาพยนตร์ The Joy Luck Club (กำกับโดย เวย์น หวัง)
“โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าผู้หญิงจีนในภาพยนตร์จีนค่อนข้างมีความลึกลับในตัวเองนะ เหมือนพยายามเก็บงำอะไรบางอย่างไว้ บางทีพวกเธอก็ดูจะคล้ายกับฟองน้ำที่ห่อหุ้ม หรือโอบอุ้มอะไรบางอย่างไว้ ไม่ว่าจะภาพยนตร์ตลก หรือภาพยนตร์ดรามาหนักๆ ก็ตาม พวกเธอดูจะนุ่มภายนอก แต่ลึกๆ ไม่รู้หรอกว่าเธอซ่อนอะไรไว้บ้าง ซึ่งมันเป็นตัวละครที่มีมิติน่าค้นหา มันสามารถสะท้อนบริบทสำคัญของยุคสมัยในสังคมจีน ขณะที่บางเรื่องก็เชิดชูผู้หญิงซะจนเราเองก็ยังอดชื่นชมเธอเหล่านั้นไม่ได้ เวลาดูเราก็เลยจะรู้สึกว่าพวกเธอมีเสน่ห์แบบสาวจีน” (จากวงเสวนา อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา)
กระทั่งผู้หญิงแอบเหงาอย่าง “ซู่ไหล่เจิน” (แสดงโดย จางมั่นอวี้) ผู้ซึ่งเป็นตัวแทนสาวเมือง ที่มีชีวิตแออัดในห้องเช่าแคบๆ ก็ยังมีให้เห็น In the Mood for Love (กำกับโดย หว่องกาไว)
“In the Mood for Love คือแบบจำลองของความรักในโลกอันแคบ ไม่ใช่ความแคบในโลกขนาดย่อม หากแต่เป็นความแคบในโลกแห่งความเป็นจริง เช่น คุก หรือที่คุมขัง ตัวละครตัวหนึ่งเงียบขรึมและเก็บความลับของความรักไว้กับตัว เป็นความรักที่เริ่มจากห้องเล็กๆ แห่งหนึ่ง และจบสิ้นลงในรอยแยกขนาดไม่กี่มิลลิเมตรในปราสาทหินอันห่างไกลนั้น” (จากบทวิจารณ์ภาพยนตร์ อนุสรณ์ ติปยานนท์)
ในภาพยนตร์พีเรียดฟอร์มยักษ์ Curse of the Golden Flower (กำกับโดย จางอี้โหมว) ผู้หญิงที่อยู่ในสถานะฮองเฮา (แสดงโดย กงลี่) ซึ่งลักลอบมีชู้กับพระโอรสเลี้ยงของตัวเอง ทั้งยังหมกหมุ่นอยู่กับทุ่งเบญจมาศ อันเป็นสัญลักษณ์แฝงเร้นด้วยเล่ห์กล ก็แทนผู้หญิงจีนที่มีความร้ายกาจและทะยานอยาก
และต่างกันลิบลับกับชีวิตบั้นปลายของหญิงสูงวัย “อาเต๋า” (แสดงโดย เยี่ยเต๋อเสียน) ในภาพยนตร์ A Simple Life (กำกับโดย แอน ฮุย) เธอเป็นแม่บ้านผู้ภักดีต่องานและเจ้านาย จนเมื่อโรคภัยถามหา หน้าที่เธอจึงหมดลง แต่เธอยังได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้านายหนุ่ม
แนวคิดอนุรักษนิยมในสังคมจีนที่เชื่อว่าลูกชายดีกว่าลูกสาวก็ยังถูกสะท้อนผ่านตัวละครผู้หญิงจีน ในภาพยนตร์แผ่นดินไหว Aftershock (กำกับโดย เฝิงเสี่ยวกัง) สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่งยวด เมื่อแม่ (แสดงโดย ซู่ฟั่น) ตัดสินใจเลือกที่จะช่วยชีวิตลูกชาย โดยปล่อยให้ลูกสาวเผชิญชะตากรรมตามลำพัง เศร้า!!! ช็อก!!!
ตัวละคร “คุณนายมัค” หรือ “หวังเจียจี” (แสดงโดย ทังเหว่ย) ในภาพยนตร์การเมือง Lust, Caution (กำกับโดย หลี่อัน) ก็สะท้อนค่าผู้หญิง 2 มุม หนึ่ง สายลับสาวสวยที่ต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อไขความลับจากเหยื่อ สอง ผู้หญิงที่โหยหารักแท้จนแอบปันใจไปตกหลุมรักเหยื่อเข้าอย่างจัง
“ตัวละครของผมล้วนพยายามค้นหาความจริงเกี่ยวกับตัวเองผ่านการเสแสร้ง สิ่งที่จะเจอในหนังไม่ว่าเรื่องไหนของผม คือเรื่องราวความสัมพันธ์กับความรัก ผมจึงทำการสำรวจความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่เราต้องทำกับสิ่งที่อยู่ข้างใน ซึ่งเราต้องกดเก็บเอาไว้” (จากบทสัมภาษณ์หลี่อัน)
เมื่อจีนประกาศให้โลกรู้ว่ากำลังจะครองความยิ่งใหญ่ด้านเศรษฐกิจ ทำให้ความเจริญล้ำรุกคืบเข้าไปจีนอย่างไม่ทันตั้งตัว ตัวละครหญิงชนชั้นแรงงานจึงถูกกระทำย่ำยีกดขี่ทางเพศจากนายจ้าง “หลิวผิงกัว” (แสดงโดย ฟั่นปิงปิง) ในภาพยนตร์ Lost in Beijing (กำกับโดย หลี่หยู) เธอโดนเจ้านายข่มขืนจนตั้งท้อง
ส่วนภาพยนตร์ เรื่อง Buddha Mountain (กำกับโดย หลี่หยู) กลับแสดงความมุ่งมั่นของสาวจีนยุคใหม่ที่อยากจะเติบใหญ่ ด้วยการเลือกเส้นทางชีวิตเอง ไม่มีกรอบประเพณีแบบจีนยุคเก่ามาเหนี่ยวรั้ง ทำให้เห็นภาพการเคลื่อนไปข้างหน้าของสาวจีน (แสดงโดย ฟั่นปิงปิง) ที่ไม่จำเป็นต้องแคร์สิ่งเดิมๆ
“หลายคนเรียนจบมาแล้วไม่อยากทำงานบริษัท เพราะต้องการความเป็นอิสระ บางคนปฏิเสธที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย นี่คือความคิดของหนุ่มสาวจีนยุคนี้” (จากบทสัมภาษณ์หลี่หยู)
แม้โลกจะทันสมัยมากขึ้น อุดมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้า ทว่าก็ยังมีภาพยนตร์จีนจำนวนหนึ่งที่ยังคงใช้ความพยายามนำเสนอภาพจริงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงจีน เช่น ภาพยนตร์ Snow Flower and the Secret Fan (กำกับโดย เวย์น หวัง) ที่พาผู้ชมย้อนไปสัมผัสชีวิตหญิงชาวจีน 2 ยุค (แสดงโดย หลี่ปิงปิง) ที่โดนครอบครัวข่มให้เป็นแค่พลเมืองชั้นสอง







