
ปรากฏการณ์แห่งสำนึกของสัตว์ประเสริฐ...ที่ควร(ตอน ๒๖)
ขอกราบอาราธนาพระอาจารย์ได้กรุณาขยายความและยกตัวอย่าง กรณีการออกแบบกฎหมายที่ต้องเป็นไปอย่างควบคู่กับศีลธรรม
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : ขอกราบอาราธนาพระอาจารย์ได้กรุณาขยายความและยกตัวอย่าง กรณีการออกแบบกฎหมายที่ต้องเป็นไปอย่างควบคู่กับศีลธรรม เพื่อให้กฎหมายนั้นสามารถรักษากลไกของสังคมให้ดำเนินไปอย่างสงบสุข ดำรงซึ่งสันติและให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิดได้พัฒนาตนเป็นคนดีได้ ที่สำคัญจะได้เตือนผู้ออกแบบกฎหมาย ผู้ใช้กฎหมายทั้งหลาย ได้พึงตระหนักว่าศีลธรรมและกฎหมายไม่อาจแยกจากกันได้โดยเด็ดขาด
จึงขอกราบอาราธนาพระอาจารย์ได้วิสัชนาให้สาธุชนทั้งหลายได้เรียนรู้ไปพร้อมกันด้วยค่ะ
ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิสัชนา : ดังสภาพสังคมในปัจจุบันที่ย่างเข้าสู่วิกฤตการณ์ในทุกๆ ด้าน ที่นำไปสู่ความแตกต่างและความแตกแยก... เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาที่ขยายตัวยิ่งขึ้นในสังคมที่เจริญด้วยวัตถุในปัจจุบัน จึงต้องกลับมาให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการหลอมรวมกฎหมายและกฎศาสนา หรือหลักศีลธรรมนี้ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อความยั่งยืนและความเข้มแข็งของภาคสังคมที่จะต้องสืบเนื่องต่อไปข้างหน้า โดยต้องยอมรับว่า สังคมจะดำรงยั่งยืนได้นั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานของความมีคุรุธรรม หรืออยู่ในกรอบของศีลธรรมเป็นสำคัญที่สุด แม้จะต้องประกอบด้วยข้อกฎระเบียบ หรือกฎหมายต่างๆ เพื่อช่วยกำกับให้สังคมนั้นเข้มแข็งยิ่งขึ้น ก็ต้องอยู่ในแนววิถีธรรม เพื่อการรักษาระบบคุณธรรมในสังคมไว้ให้ได้ เพื่อการสร้างภาคความสำนึกชอบของสังคมให้มั่นคงสืบไป เพื่อการดำรงคุณลักษณะของสังคมวิถีธรรมไว้ ที่รู้จักเกรงกลัวและละอายต่อการกระทำความผิด หรือการทำบาป เพื่อภาคส่วนของสังคมมีหัวใจธรรมที่เรียกว่า “หิริโอตตัปปะ” ยั่งยืนสืบไป อันเป็นธรรมอุปการะโลกให้มีความสุข เพื่อการรักษาคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติที่ควรมุ่งไปให้ถึง และไม่ควรละทิ้งความคิดความเห็นอันถูกต้องดังกล่าวนี้ จนมุ่งเพียงจะยึดถือตัวบทกฎหมาย แต่ไม่ได้เข้าถึงนัยแห่งตัวธรรมในข้อกฎหมาย ซึ่งทำให้กฎหมายนั้นขาดความศักดิ์สิทธิ์ไป และไม่สามารถที่จะนำมาใช้เพื่อความสงบสุขของสังคมได้โดยธรรม
ดังนั้น การนำพาสังคมกลับคืนสู่หัวใจที่มีธรรมนั้น จึงเป็นภาระเร่งด่วนแห่งยุคสังคมในปัจจุบัน เพื่อการดำเนินชีวิตไปสู่ความประเสริฐตามหลัก “เศรษฐธรรม” ซึ่งจะต้องแสดงให้เห็นความสุขที่แท้จริงของมนุษยชาติ ที่ไม่ได้ผูกพันอยู่ที่อำนาจการแสวงหา ตามความทะยานอยาก (ตัณหา) อันให้ได้มาซึ่งการต้องการในปัจจัยวัตถุทั้งหลายเป็นสำคัญ ต้องปรับทัศนคติเข้าสู่ธรรมเพื่อให้เห็นตามความจริงว่า... ความสุขนั้นอยู่ที่ค่าความพึงใจตามฐานะ ตามความเหมาะควรของชีวิต ที่จะสามารถใช้ประโยชน์สุขบนพื้นฐานของหัวใจที่มีธรรมได้อย่างเป็นปกติ ดังปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตัวอย่างของกลุ่มชนต่างๆ หลายประเทศ ที่แสดงให้เห็นถึงความสุขที่ไม่ได้เกิดจากการอ้างอิงวัตถุ หรือเมามายในวัตถุมากเกินไป เช่น ของกลุ่มชนในเขตชมพูทวีป แม้ปัจจุบันเราจะเห็นชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆ เหล่านั้นที่ไม่ได้ร่ำรวยมีจำนวนมากมาย ขาดแคลนวัตถุปัจจัยการดำรงชีวิต ไม่ได้เกี่ยวพันกับเทคโนโลยีมากนัก แต่มีความพร้อมที่จะดำเนินชีวิตไปสู่ความสุขและความสงบได้อย่างน่าอัศจรรย์แม้ในสังคมยุคปัจจุบัน
ที่สำคัญคือ รู้จักการใช้ชีวิตอย่างมีความสมดุลในสิ่งแวดล้อมสังคมที่พอเหมาะ มีดุลยภาพโดยธรรมในชีวิตอย่างปกติ และไม่สูญเสียหลักคุรุธรรมของชีวิตที่อ้างอิงอาศัยสืบเนื่องมาตั้งแต่บรรพชน เราจึงเห็นสังคมเล็กๆ เหล่านั้นที่ดูเหมือนว่าไร้ความเจริญทางวัตถุ แต่กลับให้ค่าความสุขทางจิตใจสูงยิ่งกว่าโลกที่เต็มไปด้วยวัตถุ... ไม่มีการลักเล็กขโมยน้อย ไม่มีการข่มขืนกระทำชำเราล่วงละเมิดทางเพศ ไม่มีการดื่มสุรายาเมา ไม่มีการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่มีการพูดใส่ร้ายใส่เท็จ เบียดเบียน ชักนำไปในทางเสียหาย หรือพูดเพ้อเจ้อ ส่อเสียด ติฉินนินทา การไม่พยาบาท ไม่เบียดเบียนต่อกัน การไม่มุ่งทำร้ายทำลายกันในสังคมเหล่านั้น หรือจะมีบ้างก็ไม่มากนัก ไม่เกลื่อนกลาดจนกลายเป็นภาวะปกติอย่างสังคมที่อ้างว่าเป็นวิถีพุทธแบบบ้านเรา... เราจึงเห็นชีวิตที่มีรอยยิ้ม อันเป็นเครื่องหมายแห่งความสุขอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาของชาวพื้นเมืองเหล่านั้น สายตาที่มีความจริงใจ
แม้จะแฝงเร้นไว้ด้วยความทุกข์ที่เกิดจากการเป็นสัตว์มนุษย์ที่ต้องเผชิญกับภัยทั้งปวง ที่ต้องเผชิญกับปัญหาที่ไม่รู้จักจบสิ้น แต่ก็ให้เห็นความไม่วิตกกังวล ไม่หวั่นไหวในสายตาของบุคคลเหล่านั้น แม้จะมีความทุกข์แฝงอยู่ที่จิตสำนึก เราจึงเห็นการใช้ชีวิตที่มีความสันโดษ มีความมักน้อยตามฐานานุรูปของแต่ละคนแต่ละครอบครัวอย่างเป็นธรรมดา... การบริโภคอาหารด้วยเพียงแค่การพึ่งพืชผักหรือแป้งข้าวทั้งหลาย โดยไม่แตะต้องชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย เกือบจะไม่มีสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ถูกฆ่าเพื่อนำไปทำอาหารในตลาดสดของหมู่บ้านเหล่านั้น เราจะเห็นพืชผักผลไม้เป็นหลักแห่งการบริโภคเพื่อชีวิต หรือนมเนยที่เกิดจากการได้มาของสัตว์ทั้งหลายที่อิงอาศัยกันด้วยความรู้คุณ ด้วยความให้คุณต่อกัน
นั่นคือบทสะท้อนแห่งภาคสังคมที่มั่นคงด้วยหลักคุรุธรรม แข็งแรงด้วยจิตสำนึกของความเป็นสัตว์ที่ประเสริฐ แม้เขาเหล่านั้นอาจจะไม่ได้มีความรู้การศึกษาที่สูง หรือมีวัตถุมากมาย แต่ในทางกลับกันก็มีความเอื้อเฟื้อ มีเมตตากรุณาต่อกันมากกว่าสังคมที่รุ่งเรืองด้วยวัตถุนิยม เราจะเห็นการดำเนินชีวิตโดยการใช้คุรุธรรมปกครองเพื่อเป้าหมายของความสุขสันติของชนเหล่านี้
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







