posttoday
ปรากฏการณ์แห่งสำนึกของสัตว์ประเสริฐ...ที่ควร(ตอน ๒๕)

ปรากฏการณ์แห่งสำนึกของสัตว์ประเสริฐ...ที่ควร(ตอน ๒๕)

24 มกราคม 2555

ขอกราบอาราธนาพระอาจารย์ ได้กรุณาขยายความและยกตัวอย่างกรณีการออกแบบกฎหมายที่ต้องเป็นไปอย่างควบคู่กับศีลธรรม

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา : ขอกราบอาราธนาพระอาจารย์ ได้กรุณาขยายความและยกตัวอย่างกรณีการออกแบบกฎหมายที่ต้องเป็นไปอย่างควบคู่กับศีลธรรม เพื่อให้กฎหมายนั้นสามารถรักษากลไกของสังคมให้ดำเนินไปอย่างสงบสุข ดำรงซึ่งสันติและให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิดได้พัฒนาตนเป็นคนดีได้ ที่สำคัญจะได้เตือนผู้ออกแบบกฎหมาย ผู้ใช้กฎหมายทั้งหลาย ได้พึงตระหนักว่า ศีลธรรมและกฎหมายไม่อาจแยกจากกันได้โดยเด็ดขาด

จึงขอกราบอาราธนาพระอาจารย์ได้วิสัชนาให้สาธุชนทั้งหลายได้เรียนรู้ไปพร้อมกันด้วยค่ะ

ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วิสัชนา : ดังปรากฏเป็นหลักฐานในพระโอวาทปาติโมกข์ ที่ว่าด้วยหลักการในพระพุทธศาสนาอันเป็นหัวใจของพระศาสนา ที่มีอยู่ ๓ ข้อว่า (๑) การไม่ทำบาปทั้งปวง (๒) การทำกุศลให้ถึงพร้อม และ (๓) อันเป็นจุดมุ่งหมายอันสูงสุด คือ การทำจิตให้บริสุทธิ์ นี่คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ดังนั้น การเรียนรู้ศึกษาเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง อันนำไปสู่การปฏิบัติที่ชอบโดยธรรมนั้น จึงเป็นการมุ่งเข้าแก้ปัญหาที่รากฐานแห่งชีวิตของสัตว์มนุษย์ เพื่อการพัฒนาชีวิตไปสู่คุณภาพอย่างมีคุณค่า ที่ถูกต้อง ที่ให้ผล ก็คือ ความสิ้นทุกข์เป็นเบื้องหน้า

ในพระพุทธศาสนาจึงมุ่งเข้าสู่ความลึกซึ้งในความหมายแห่งธรรมมากยิ่งกว่ากฎระเบียบทางสังคมหรือกฎหมาย ที่วางกรอบไว้เป็นเพียงแค่เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ซึ่งกฎพระศาสนานั้นมุ่งสู่ความสิ้นทุกข์เป็นที่สุด อย่างไรก็ตาม ทั้งกฎศาสนา กฎหมาย กฎสังคม จะต้องเกื้อกันไปตั้งแต่เบื้องต้น ท่ามกลาง เพื่อมุ่งสู่ที่สุดตามความประสงค์แห่งการเรียนรู้ในชีวิตนั้นๆ ที่มีประกาศอยู่ในหลักของแต่ละพระศาสนา ดังเช่นพระพุทธศาสนาที่ประกาศความสิ้นทุกข์ คือพระนิพพานเป็นที่สุด ซึ่งจะต้องไม่ขัดแย้งกัน และจะต้องไปบนเส้นทางอันเดียวกัน ทั้งในกฎสังคม กฎหมาย และกฎศาสนา ดุจดังต้นไม้ต้นเดียวกันที่ต้องมีทั้งแก่น ทั้งเปลือก กระพี้ กิ่ง ใบ ดอก แต่แก่นแท้แห่งความจริง ดุจแก่นแห่งต้นไม้นั้น คือ กฎศาสนาที่มุ่งเรื่องจิตวิญญาณ จิตสำนึก สู่ความเป็นบริสุทธิ์เป็นที่สุด ส่วนกฎหมายและกฎสังคมนั้น เป็นส่วนประกอบแห่งการพัฒนาชีวิตไปสู่ความบริสุทธิ์นั้น แม้มองดูว่าเป็นคนละส่วน แต่แท้จริงแล้วก็คือองค์ประกอบแห่งการเรียนรู้ที่มีความเป็นอันเดียวกัน อุปมาดังต้นไม้ต้นหนึ่ง ดังที่กล่าวทุกประการ

ฉะนั้น ในความเป็นจริงของการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์ที่ว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อให้มีความพร้อม ความสัมพันธ์ที่ดีกับสังคมสิ่งแวดล้อม ถึงแม้จะมุ่งกล่าวในเรื่องของการจัดระบบความสัมพันธ์ในเชิงวัตถุเป็นสำคัญ แต่แท้จริงแล้วนั้น ก็ต้องอาศัยจิตสำนึกที่ถูกต้องของสมาชิกในสังคม หรือมนุษยชาตินั้นๆ ที่จะต้องถูกออกแบบความคิด ให้จิตใจนั้นมุ่งสู่ หรือมีธรรมะเป็นเบื้องต้น ซึ่งก็คงจะต้องกลับมาหาความหมายของความเป็นผู้ที่เห็นคุณค่าความหมายแห่งหลักศีลธรรม และดำรงชีวิตอยู่ด้วยหลักแห่งศีลธรรมนั้น เพราะด้วยคุณค่าความสำนึกที่ดีนั้น จึงทำให้การศึกษาดังกล่าวมุ่งไปสู่ประโยชน์ แม้เพื่อการแสวงหาวัตถุ หรือเพื่อการจัดสรรการใช้ประโยชน์ในปัจจัย ๔ เพื่อชีวิต ก็ย่อมต้องอาศัยหัวใจที่มีธรรมเป็นตัวจักรสำคัญ ในการที่จะดำเนินไปสู่การคิดออกแบบสู่การกระทำที่ถูกต้อง ให้ค่าความหมายผลสัมฤทธิ์ คือ ความเจริญรุ่งเรืองที่มีสันติและมีความสุขอย่างเสมอภาค และนำไปสู่ความสงบในสังคมนั้น ดังที่ชาวโลกในปัจจุบันเรียกร้องหาความเสมอภาค สันติภาพ และสิทธิเสรีภาพ ซึ่งการเรียกร้องดังกล่าวนั้น จะยุติได้เมื่อทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า ปัญหาทั้งปวงนั้นยุติได้ด้วยธรรมเท่านั้นเอง

ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาการเรียนรู้ หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อให้เกิดความสมดุล หรือให้เกิดดุลยภาพโดยธรรมเกิดขึ้น เพื่อการบริหารวัตถุกับจิตใจให้สานสัมพันธ์อยู่ร่วมกันได้อย่างมีคุณประโยชน์ ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยกฎศาสนาระดับศีลธรรมเป็นเบื้องต้นเป็นสำคัญ และดังที่กล่าวว่า ในกฎสังคม กฎศาสนา และกฎหมาย ล้วนแล้วแต่อยู่ในกระบวนการที่มีความสืบเนื่องเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่า กฎหมายนั้นย่อมมีความสำคัญยิ่งต่อการเกื้อกูลให้เกิดความสมดุลระหว่างวัตถุกับจิตใจ ก็คือความต้องการกับการแสวงหาและการได้มาอย่างมีความยุติธรรม เสมอภาคกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่เบียดเบียนกัน ซึ่งต้องอาศัยกฎหมายเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ปกครองคนในสังคมให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีสันติ จึงมีการออกแบบกฎหมายของอารยประเทศ เพื่อการใช้กฎหมายปกครองคน แต่ในความเป็นจริงของกฎหมายนั้น ก็คือ กฎแห่งธรรมะ ดังนั้นกฎหมายจะนำไปสู่ความสัมฤทธิ์หรือไม่นั้น จึงอยู่ที่ภาคความสำนึกของสังคมเป็นสำคัญที่สุด ดังบทสะท้อนของสังคมในชมพูทวีปที่ยังมั่นคงอยู่กับหลักคุรุธรรมเป็นพื้นฐานของชีวิตสืบเนื่องมาหลายหมื่นปี

ดังนั้น การดำเนินชีวิตจึงต้องอ้างอิงหลักธรรมมากกว่าที่จะนำพาชีวิตผูกพันกับกฎหมายจนขาดความสำนึกชอบ ซึ่งในที่สุดย่อมนำไปสู่ความล้มเหลวของสังคม เมื่อหัวใจกฎหมายนั้นไร้ธรรมะ นั่นหมายถึง ผู้ออกแบบหรือผู้ใช้กฎหมายนั้นไม่มีและไม่เข้าใจศีลธรรม ขาดการให้ความสำคัญในหลักธรรมเป็นที่สุด

อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท