
ผู้นำที่ดีในแบบเอเชียนสไตล์
ในงานสัมมนา ASTD 2011 International Conference & Exposition ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี
โดย...อณุศรา ทองอุไร
ในงานสัมมนา ASTD 2011 International Conference & Exposition ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปีในสหรัฐอเมริกาน้อยครั้งที่จะได้มีผู้บรรยายในมุมมองการบริหารจัดการแบบเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนไทยแล้วนี่ถือเป็นครั้งแรกที่องค์กรไทยและคนไทยอย่างบริษัท APM Group ได้ขึ้นบรรยายในเวทีระดับโลกนี้
ที่ผ่านมาผู้นำจากฝั่งโลกตะวันตกมักจะพูดเสมอๆ ถึงความแตกต่างของวัฒนธรรม นิสัยของคนและวิถีการทำธุรกิจซึ่งแตกต่างกับทางตะวันตกอย่างสิ้นเชิง โลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายรวดเร็ว การหาจุดสมดุลเป็นเรื่องที่ยากมาก ดังการทำงานระหว่างรูปแบบของตะวันตกและตะวันออกก็เช่นกัน
James R. Engel ได้ทำการวิจัยลงลึกในเรื่องของการที่ผู้นำองค์กรจากทางฝั่งตะวันตกและประเทศในเอเชียเพื่อนำมาบริหารคนและองค์กรในประเทศแถบเอเชียให้ประสบความสำเร็จ ในหลายๆ องค์กรจะพบว่าผู้นำเหล่านั้นต้องพบกับความท้าทายเมื่อต้องเข้ามาทำงานกับคนเอเชีย ซึ่งวิธีการแบบตะวันตกปรัชญาและการบริหารของผู้นำสไตล์ตะวันตกนั้นไม่สามารถที่จะใช้ได้ดีเหมือนกับในอดีต ในเอเชียมันมีความแตกต่างและมีปัจจัยมากมายที่ทำให้ผู้นำจากฝั่งโลกตะวันตกต้อง “คิดใหม่”
จากกลุ่มสำรวจแบ่งออกเป็น 6 ประเด็นที่จะสามารถช่วยสร้างความสำเร็จได้ในการจะเข้ามาบริหารจัดการและนำองค์กรในเอเชีย
สัมพันธ์อันดี สำคัญในการต่อยอดทางธุรกิจ
การที่จะนำองค์กรในเอเชียนั้นจะต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนที่จะนำหรือร่วมงานด้วย “ก่อน” เป็นสิ่งที่สำคัญจำเป็นและขาดไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน บางชาติอาจจะชอบรับประทานอาหารไปคุยธุรกิจไป หรือบางชาติในเอเชียชอบดื่มไปคุยไป ต้องทำการบ้านมาให้ดี เข้าใจวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ องค์กรเหล่านั้นเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเป็นสำคัญและมาก่อนเรื่องของธุรกิจอีกด้วย ต้องรู้ว่าใครคือคนที่จะต้องพูดคุยทำความรู้จักด้วย วิธีนี้ไม่ได้ใช้แค่เฉพาะกับองค์กรจากตะวันตกมาบริหารงานในเอเชียเท่านั้น แม้แต่องค์กรในเอเชียเองก็ตาม หากไม่เข้าใจคนในเอเชียก็ยากที่จะสำเร็จ เพราะวิธีการไม่เหมือนกัน สไตล์ก็แตกต่างกัน
การสร้างความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง
การสร้างความไว้ใจไม่ใช่การที่ไปสร้างความสัมพันธ์เพียงครั้งเดียวแล้วจะแปลว่าเกิดการไว้ใจ แม้ระหว่างหัวหน้างานและลูกน้องก็ยังต้องใช้เวลา การที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดี พบปะร่วมโต๊ะกัน หลายครั้งไม่ได้แปลว่าทั้งสองฝ่ายเกิดการไว้ใจกัน ความไว้วางใจต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ทำให้ลูกน้องหรือเจ้านายเสียหน้า ต้องมีการระวังในสิ่งที่เรากำลังจะสื่อสารและสิ่งที่กำลังจะทำ ต้องพยายามสร้างความไว้ใจซึ่งกันและกันตลอดเวลา หัวหน้างานก็ต้องให้ความสำคัญและเปิดรับความคิดเห็นจากลูกน้องด้วย
เข้าใจความสลับซับซ้อนอย่างลงลึก
องค์กรหลายๆ แห่งจากตะวันตกมักจะทำพลาดเนื่องจากมองอะไรตื้นเกินไปและมองจากพื้นฐานของประเทศตนเอง ในเอเชียมีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็น วิธีการทำงาน วิธีการเข้าหาลูกค้า กระบวนการ ระเบียบ โครงสร้าง ต้องใช้การมองแบบองค์รวม ผู้บริหารส่วนใหญ่จากที่ทำการสำรวจบอกว่าไม่สามารถตั้งสมมติฐานอะไรไว้ล่วงหน้าได้เลย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมองค์กรข้ามชาติต้องมีสำนักงานใหญ่ในเอเชีย ซึ่งจะทำหน้าที่การออกนโยบายที่สอดคล้องกับเอเชีย แทนที่นโยบายจะมาจากบริษัทในฝั่งตะวันตกอย่างเดียว
ความแตกต่างระหว่างการสื่อสาร
ผู้บริหารต้องพยายามเข้าใจมากกว่าสิ่งที่ได้ยิน ต้องมองลึกลงไปถึงสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา อย่างในผลวิจัยจะระบุออกมาว่าหลายๆ ครั้งที่ผู้ฟังตอบรับเข้าใจ ไม่ได้แปลว่าคนคนนั้นเชื่อหรือเห็นด้วย และยินยอมจะทำตามองค์กรเสมอไป การที่จะเข้าใจในจุดนี้นั้นต้องอาศัยหลายๆ ข้อที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่ดี ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน และความเข้าใจถึงความสลับซับซ้อนที่แตกต่างในวัฒนธรรม หลายๆ ครั้งเราอาจจะต้องสร้างเครือข่ายในองค์กรเพื่อที่จะเข้าใจและรับรู้ข่าวสารที่มากขึ้นซึ่งเกิดจากการที่ลูกน้อง
ตรวจสอบ & ติดตาม กลยุทธ์ที่ขาดไม่ได้
คนเอเชียเป็นบุคลากรชั้นเยี่ยมในการปฏิบัติกลยุทธ์ แต่ต้องทำให้เกิดจากความเชื่อในกลยุทธ์นั้นก่อน เพราะถ้าไม่เห็นด้วย ไม่ได้เชื่อจริงๆ ว่ากลยุทธ์นั้นๆ จะเกิดขึ้นได้ ก็จะไม่สามารถทำกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมีกลยุทธ์ที่ดีแค่ไหนก็ต้องมีระบบตรวจสอบและติดตามผลที่ดีควบคู่กันไปด้วย สิ่งสำคัญที่ผู้บริหารต้องตระหนัก คือ อย่าคิดว่าทุกคนเข้าใจกลยุทธ์ในความหมายแบบที่เราเข้าใจ แต่การทำกลยุทธ์ที่ดีต้องมีการติดตามผล ตลอดทางที่ได้ดำเนินกลยุทธ์ไป แม้ว่าคนเอเชียจะเก่งในเรื่องการทำกลยุทธ์ แต่บางครั้งด้วยความที่ว่าเคารพนาย เมื่อไม่เข้าใจกลยุทธ์อะไรอาจจะไม่อยากไปถามหรือรบกวนได้
ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็ว
เรื่องของ Generation ในเอเชียเป็นประเด็นที่สำคัญที่มีผลมาก ทำให้หลายๆ อย่างในเอเชียมีความซับซ้อนมากขึ้น เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น ทุกอย่างมาเร็วและไปเร็วมีการปรับตัว เปลี่ยนและมีการทบทวนแผนกลยุทธ์บ่อยๆ ต้องตระหนักว่าทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว ต้องเข้าใจจริงๆ ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นและจะต้องปรับตัวไปทางไหน และจะนำเสนออะไรให้ลูกค้า ธุรกิจและวัฒนธรรมในเอเชียมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ผู้นำในเอเชียเองก็ต้องปรับตัวเข้าหาสไตล์ของตะวันตกมากขึ้น ในขณะที่ผู้นำจากตะวันตกก็ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์วิธีการให้เข้ากับเอเชียมากขึ้น เป็นการผสมผสานความคิด โดยไม่ได้ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ที่เคยประสบความสำเร็จมา







