posttoday
เก่งครบสูตร"ภาวิดา ภาควิวรรธ"

เก่งครบสูตร"ภาวิดา ภาควิวรรธ"

22 มกราคม 2555

ดาวมหาวิทยาลัยสัปดาห์นี้พาไปรู้จักกับ "ไอซ์-ภาวิดา ภาควิวรรธ" สาวน้อยจาก ภาคสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

ดาวมหาวิทยาลัยสัปดาห์นี้พาไปรู้จักกับ "ไอซ์-ภาวิดา ภาควิวรรธ" สาวน้อยจาก ภาคสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตา/ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

เก่งครบสูตร"ภาวิดา ภาควิวรรธ"

ด้วยความคิดที่แน่วแน่ว่า จะไม่พาตัวเองไปสู่โลกที่กดดัน และไม่มีความสุข ไม่ว่าก้าวย่างไหนของชีวิต อาจเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้ไม่ว่าจะช่วงเวลาใดของชีวิตสาวน้อยหน้าใส ไอซ์-ภาวิดา ภาควิวรรธ ก็มีใบหน้าเปื้อนยิ้มแทบจะตลอดเวลา ราวกับโลกใบกลมของเธอ ไม่เคยมีคำว่าทุกข์หรือไม่สบายใจ

งานนี้ได้รับการพิสูจน์จากเวลาครู่ใหญ่ที่ได้นั่งทำความรู้จักกับนิสิตสาวคนนี้ เพราะต้องบอกว่า แทบจะไม่มีวินาทีไหนที่ไม่เห็นลักยิ้มคู่สวย ที่แฝงมาพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆ ของเธอเลยก็ว่าได้

ไอซ์ นิสิตชั้นปีที่ 3 ภาคสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เริ่มต้นบทสนทนาอย่างสดใสว่า เธอตัดสินใจเลือกเข้าคณะนี้โดยไม่ได้มีเหตุผลอะไรมาก เพราะเธอคิดแค่ว่าอยากเรียนอะไรที่ไม่กดดันและมีความสุข

“เอาจริงๆ นะ การเลือกคณะของหนูมันเกิดจากการตัดตัวเลือกที่ไม่ใช่ออกไปมากกว่า คือ ตั้งแต่ตอน ม.ต้น เลย เราก็ตั้งใจว่าอยากจะเรียนแพทย์ แต่ด้วยความที่เราเป็นคนกลัวเลือดมาก (ลากเสียง) ประมาณว่าเห็นเลือดแล้วเป็นลม ก็เลยต้องจำใจตัดตัวเลือกนี้ไป จนพอถึงตอนจะเอนท์เราก็เลือกคณะจากการตัดช้อยส์ที่เราไม่ชอบ อย่างเช่น การเรียนอะไรที่ซีเรียสกับชีวิต กดดัน หนูคิดว่าเราเกิดมาเพื่อมีความสุข (หัวเราะ) ก็เลยตัดคณะอย่างนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ออกไป เหลืออักษรศาสตร์กับนิเทศศาสตร์ เราก็เลือกอันหลัง เพราะรู้สึกว่าจริงจังน้อยกว่า”

และแน่นอนว่า ใครจะเชื่อว่าชีวิตคนเรามีอะไรให้ต้องเลือก และตัดสินใจมากถึงเพียงนี้ เพราะเมื่อย่างเท้าเข้ามาเป็นเฟรชชีได้ไม่ทันไร เมื่อเข้าสู่ปี 3 สาวไอซ์ก็ต้องตัดสินใจเลือกอีกครั้งว่าจะเรียนสาขาเอกด้านไหน งานนี้ก็มาถึงจุดที่สาวไอซ์ต้องขอใช้ทฤษฎีเดิมอีกครั้ง นั่นคือ การตัดตัวเลือก ไอซ์เล่าว่า เมื่อครั้งเป็นเฟรชชีเธอตั้งใจจะเข้าภาคประชาสัมพันธ์ ประมาณว่าเรียนจบมาก็เป็นพีอาร์สวยๆ

แต่ทว่า พอเข้ามาเป็นนกน้อยในไร่ส้มจริง โลกในมหาวิทยาลัยทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรอีกมาก ความตั้งใจของเธอจึงเบนไปสู่ความฝันอยากจะเป็นผู้กำกับหญิง เท่ๆ แต่เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว โดยส่วนตัวเธอคิดว่า อนาคตที่โรจน์รุ่งในฐานะผู้กำกับหญิง ดูท่าจะยากสำหรับผู้หญิง เธอจึงเปลี่ยนใจหันมาเลือกเรียนภาคสื่อสารการแสดงอย่างจริงจัง พร้อมยกตัวเลือกทั้งสอง มาเป็นวิชาโท

เก่งครบสูตร"ภาวิดา ภาควิวรรธ"

“ถามว่าที่เลือกภาคนี้เพราะเราชอบด้านการแสดงมั้ย มันก็ไม่เชิงค่ะ เพราะพูดตามตรงมันก็ไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่จากการที่เราได้มีโอกาสลองทำงานด้านนี้มาบ้าง อย่างการถ่ายโฆษณา ถ่ายเอ็มวี เล่นหนังสั้นให้กับรุ่นพี่ที่คณะ เลยทำให้เริ่มสนใจ”

ยิ่งกว่านั้น จนถึงวันนี้ เธอรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจไม่ผิด เพราะสาขาที่เรียนให้อะไรมากกว่าที่เธอคิด จากที่คิดเริ่มต้นว่าขอเรียนอะไรที่มีความสุข แล้วเราไม่กดดัน แต่พอเข้ามาเรียนจริงกลับทำให้เธอได้รู้อะไรหลายอย่าง ได้รู้จักตัวเอง รู้จักร่างกายตัวเอง ได้เรียนรู้เรื่องการสื่อสารโดยไม่ใช้คำพูด

เมื่อถามถึงความใฝ่ฝันในวัยเด็กของสาวน้อยที่เหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู เธอหยุดคิดสักพักก่อนจะตอบว่า

“ไอซ์เชื่อว่าคนเราต้องมีความสุข ส่วนต่อไปจะเป็นยังไง มันเป็นเรื่องที่วันนี้เราต้องทำให้ดีเอง ต่อไปมันถึงจะดีได้ ไม่เคยมองไปไกลถึงขนาดนั้นว่าอนาคตจะเป็นอะไร คือเคยนั่งคิด นั่งถามตัวเองเหมือนกันเคยคิดเหมือนกัน แต่ก็ยังคิดไม่ออก จะว่าไปมันก็มีหลายทางเลือก อันนี้ก็น่าสนใจ อันนี้ก็น่าเป็น แต่เหมือนเรายังไม่เลือก ยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปทางไหน เพราะยังคิดว่าเป็นเรื่องของอนาคต” (หัวเราะ)

งานนี้ แม้จะดูว่าไอซ์เป็นเด็กสาวที่ขออยู่กับปัจจุบัน แต่เธอก็วางรากฐานของเธอได้อย่างมั่นคง เพื่อรองรับกับสิ่งที่จะเข้ามาในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องการเรียน ซึ่งแม้จะกวาดทำกิจกรรมแทบทุกอย่างของคณะ ทั้งการเป็นเชียร์ลีดเดอร์คณะ ทำละครคณะ โดยอยู่ในส่วนของทีมเมกอัพ แต่เธอก็ยังแบ่งเวลาเพื่อการเรียนได้อย่างลงตัว ยกตัวอย่างตอนเป็นเชียร์ลีดเดอร์คณะ เธอตอบอย่างมั่นใจว่าไม่กลัวกระทบการเรียน เพราะที่คณะไม่ได้เอาเวลาเรียนมาซ้อม เพียงแต่ต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมความพร้อมให้ร่างกายเท่านั้น

เก่งครบสูตร"ภาวิดา ภาควิวรรธ"

สำหรับเทคนิคในการคว้าเกรดเฉลี่ย 3 กว่ามาครอง ไอซ์ เผยเคล็ดไม่ลับพร้อมเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงว่า อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องซีเรียส แค่เวลาจะสอบก็อ่านหนังสือ ไอซ์ยังบอกอีกว่า ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมา 3 ปี ไม่เคยมีสมุดจดเลกเชอร์เลย เพราะเวลาเรียนเธอเลือกที่จะไม่เลกเชอร์ แต่ขอนั่งฟังอาจารย์อย่างตั้งใจแทน คอยมีอายคอนแทกต์กับอาจารย์ตลอด

“การที่เรานั่งจด อาจทำให้เราไม่ได้ฟัง เพราะเรามัวจด ไม่ได้ฟัง แต่บางทีเรานั่งฟังอย่างมีสมาธิ มันจะทำให้เกิดการจดจำ พอไปเจอเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้อง เราจะนึกขึ้นมาได้ ว่าเคยเจอได้ยินเรื่องนี้มาก่อน สำหรับไอซ์ รู้สึกการฟัง การเห็น มันสอนเราได้มากกว่าการจด” นิสิตหน้าใส สายรหัสเดียวกับดาราสาวก้อย รัชวิน (สาว 100) บอกเล่าอย่างสดใส

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตาสาวหน้าหวานคนนี้ขึ้นมาชอบกลแล้ว ขอเฉลยตรงนี้เลยว่า สาวน้อยน่ารักคนนี้ เคยออกสื่อ ผ่านหน้าจอสินค้ามานับไม่ถ้วน อาทิ โตโยต้า เทสโก้ โลตัส แอร์เอเชีย รวมทั้งมิวสิกวิดีโอเวอร์ชันคาราโอเกะเพลง อยากกอด ของแหนม รณเดชมาแล้ว นอกจากนี้ เธอยังไปคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากโครงการ "Veta Shining Star" อีกด้วย

สวย น่ารัก แถมเก่งครบสูตรจริงๆ...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท