
ปรากฏการณ์แห่งสำนึกของสัตว์ประเสริฐ...ที่ควร (ตอน ๒๒)
ปุจฉา : ขอกราบอาราธนาพระอาจารย์
ปุจฉา : ขอกราบอาราธนาพระอาจารย์
โดย..พระอาจารย์อารยะวังโส
ได้กรุณาขยายความและยกตัวอย่างกรณีการออกแบบกฎหมายที่ต้องเป็นไปอย่างควบคู่กับศีลธรรม เพื่อให้กฎหมายนั้นสามารถรักษากลไกของสังคมให้ดำเนินไปอย่างสงบสุข ดำรงซึ่งสันติ และให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิดได้พัฒนาตนเป็นคนดีได้ ที่สำคัญจะได้เตือนผู้ออกแบบกฎหมาย ผู้ใช้กฎหมายทั้งหลาย ได้พึงตระหนักว่าศีลธรรมและกฎหมายไม่อาจแยกจากกันได้โดยเด็ดขาด
จึงขอกราบอาราธนาพระอาจารย์ได้วิสัชนาให้สาธุชนทั้งหลายได้เรียนรู้ไปพร้อมกันด้วยค่ะ
ดร.นิธินันท์ วิศเวศวร
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วิสัชนา : ตามจุดมุ่งหมายของการศึกษาเพื่อชีวิต ยิ่งยากต่อการพัฒนาการไปสู่ความสำเร็จ... ความประเสริฐของการดำเนินชีวิต แม้จะมีแบบแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ดีเยี่ยมอย่างไรก็ตาม หรือจะมีกฎ ระเบียบ หลักการ ในศาสตร์ศิลป์ใดๆ ที่ทรงประสิทธิภาพก็ตาม...
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเข้าไปในหลักการสั่งสอนของแต่ละศาสนา ก็อาจจะไม่ได้มีข้อแตกต่างจากกันไปมากนักในขั้นพื้นฐานของการให้การอบรมสั่งสอน แม้ในพระพุทธศาสนาก็เช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพราะรากฐานขั้นพื้นฐานของแต่ละศาสนามาจากหลักคุรุธรรมที่เหมือนกัน ซึ่งสังคมอารยธรรมแห่งมนุษยชาติยอมรับกันมายาวนาน
ทั้งนี้ ยังถือปฏิบัติกันอยู่โดยกลุ่มชนตามรูปแบบต่างๆ ของการดำเนินชีวิต มาถึงแม้ในสังคมปัจจุบันนี้... เราจึงเห็นหลักคุรุธรรมในชมพูทวีปที่ยังคงมีความเข้มแข็งมั่นคงอยู่สืบเนื่องจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งหลักคุรุธรรมนี้ย่อมเป็นแนวทางที่พึ่งของคนดี หรือสุจริตชน ที่ยังพึงประสงค์ใช้ชีวิตมุ่งสู่ธรรม และพึงประสงค์ให้โลกนี้อยู่ด้วยกันอย่างไม่เบียดเบียนต่อกัน ไม่ทำร้ายกัน มุ่งสู่สันติเหมือนกัน ... การไม่เบียดเบียนกันนั้นก็ต้องอ้างอิงหลักคุรุธรรมเป็นหลักการดำเนินชีวิตในขั้นพื้นฐาน ซึ่งหลักคุรุธรรมดังกล่าวต่อมาได้ถูกบูรณาการมาเป็นหลักแห่ง “ศีล” ในพระพุทธศาสนา เป็นพื้นฐานของการพัฒนาชีวิตไปสู่ความเป็นอารยชน
และสู่ความเป็นอารยบุคคลในพระพุทธศาสนาที่กล่าวว่า ต้องมีศีลที่วิสุทธินั่นเอง ... ที่จะเป็นพื้นฐานนำไปสู่สมาธิหรือจิตใจที่วิสุทธิ เพื่อพัฒนาปัญญาให้วิสุทธิ ฉะนั้น “องค์ศีล” จึงเป็นพื้นฐานของการพัฒนาจิตวิญญาณที่นำไปสู่ความเป็นสุจริตชน ความเป็นคนดีในสังคม ทั้งนี้เพราะความเป็นคนดี หรือสุจริตชนนั้น จะต้องมีหลักธรรมคุ้มครองกาย วาจาให้สุจริต ซึ่งก็ต้องอ้างอิงคุณของศีล
แม้ในความเป็นจริงของการควบคุมกาย วาจา ย่อมสำเร็จด้วยจิตใจที่ดีงามก็ตาม แต่เครื่องหมาย เครื่องมือแห่งการควบคุมกายวาจา ก็คือ หลักแห่งศีลนั่นเอง ซึ่งจะต้องมาจากความสำนึกชอบแห่งจิตวิญญาณ หมายความว่าจิตใจต้องมีความสุจริตด้วย นั่นคือการพัฒนาการความสำนึกที่ถูกต้องโดยธรรม เพื่อนำกลับมาสู่การควบคุมการกระทำทั้งกาย วาจา ให้ถูกต้องตรงธรรม เพื่อการมุ่งไปสู่ความสุขและสันติ ไม่เป็นไปเพื่อความเบียดเบียนต่อกัน เป็นไปเพื่อความอนุเคราะห์สงเคราะห์ต่อกัน
แม้ในทางหลักกฎหมายก็เช่นเดียวกัน ก็ย่อมมีแนววิถีดังเดียวกับ “ศีล” ที่แปรรูปพื้นฐานมาจากหลักคุรุธรรมของชาวโลกในชมพูทวีป ซึ่งมุ่งหวังเพื่อให้สังคมอยู่ด้วยความสันติ ดังที่กล่าวว่า แม้หลักนิติใดๆ ก็ยึดรูปแบบเค้ามูลมาจากศีลดุจดังศีลเป็นแม่บท หรือเป็นธงแห่งนิติธรรมเมื่อมีการร่างกฎระเบียบใดๆ
ดุจดังการบัญญัติของสิกขาบทน้อยใหญ่ในพระพุทธศาสนา ก็ให้ต้องคำนึงถึงประโยชน์โดยรวมแห่งชุมชนสังคมนั้นๆ ที่จะต้องพึ่งพาตัวบทกฎหมาย
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







