posttoday
ฝังดิน รับปีใหม่

ฝังดิน รับปีใหม่

18 มกราคม 2555

เมื่อวันขึ้นปีใหม่ หนูดีได้มีโอกาสไป “ฝังดิน” ที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี มาอีกครั้งหนึ่ง ถ้านับรวมกันแล้ว

โดย...หนูดี-วนิษา เรซ

เมื่อวันขึ้นปีใหม่ หนูดีได้มีโอกาสไป “ฝังดิน” ที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี มาอีกครั้งหนึ่ง ถ้านับรวมกันแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่มีโอกาสดีๆ สนุกๆ แถมได้รีแลกซ์แบบนี้ หนูดีเองไม่คิดเหมือนกันว่าในเมืองไทยจะมีที่แบบนี้ เพราะครั้งแรกที่เคย “ฝัง” นั้น เป็นฝังทราย รวมถึงออนเซ็น และต้องรอนแรมไปไกลถึงเมืองเบปปุ ในเกาะคิวชู ตอนใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น

วันนี้เลยจะมาเล่าประสบการณ์การ “ฝัง” แบบต่างๆ และต้องบอกแบบเข้าข้างประเทศตัวเองสุดๆ ว่า ฝังดินเมืองไทย สำหรับหนูดีแล้ว ดีกว่า และสบายกว่าที่ไปฝังทรายในประเทศญี่ปุ่น แต่ถ้าเป็นบ่อน้ำร้อน ออนเซ็น บ่อโคลนเดือดเพื่อสุขภาพ ก็ต้องก้มหน้ายอมรับว่า เราแพ้เขาค่ะ ของญี่ปุ่นเขาดีจริงๆ สะอาด ไม่มีกลิ่นฉุน แถมอาบก็ส่วนอาบ ไม่มีไปต้มไข่ให้กลิ่นมารบกวนโสตประสาท ดังนั้น อะไรของเขาที่ว่าดี เราก็ไปชื่นชม ส่วนอันไหนของเราที่ดี เราก็มา “ไทยเที่ยวไทย” กันนะคะ นอกจากเงินทองไม่รั่วไหลไปไหน ยังได้ความภูมิใจอีกต่างหากค่ะว่า ประเทศเราก็มีดีเหมือนกันเนอะ

หนูดีกับน้องหวานเป็นคนคลั่ง “ออนเซ็น” มากถึงมากที่สุด ถึงขั้นจัดทริป พาครอบครัวไปตะลุยออนเซ็นแบบต่างๆ มาแล้ว นั่งชินคันเซ็นลงจากโตเกียวไปถึง “เบปปุ” แน่ะค่ะ จุดมุ่งหมายของสองสาวคือจะไปแช่บ่อโคลนเดือดที่โฮโนแลนด์ และจะไปฝังทรายร้อนในออนเซ็นอายุหลายร้อยปี ใจกลางเมือง ประสบการณ์แช่โคลนเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพราะบ่อโคลนอยู่กลางหุบเขา มีไอขึ้นจางๆ แถมด้วยกลิ่นกำมะถันเล็กน้อย ที่สนุกคือ เราจะต้องอาบน้ำก่อนในห้องอาบน้ำโบราณ และค่อยๆ ว่ายน้ำโคลนออกจากห้องอาบน้ำหญิงไปสู่บ่อโคลนกลางแจ้งขนาดใหญ่ มองไป โอ้โฮ วิวพาโนรามา ภูเขาฤดูใบไม้ผลิ ยังหนาวนิดๆ โรแมนติกไม่ใช่เล่น แนะนำคู่ฮันนีมูนทุกท่าน รับรองคุณจะประทับใจไม่ลืมเลือน ส่วนหนูดี ไปกับน้องสาว ก็เริ่มต้นเมาท์กันว่า แล้วบ่อชายล่ะ อยู่ไหน หันไปหันมา ในที่สุดคำตอบก็มา ที่ประตูเล็กๆ ประตูหนึ่ง ที่เรามองข้ามไป

ใช่แล้วค่ะ มันคือประตูห้องอาบน้ำชาย ที่เปิดมาสู่ภูเขาเช่นกัน มีผู้ชายคนหนึ่งเดินอย่างสบายใจออกมาจากห้องน้ำ ในสภาพพร้อมลงออนเซ็นเต็มที่ มีผ้าขนหนูเล็กๆ ติดมือมาอันเดียว เราสองพี่น้องมองไปกลางบ่อโคลน ก็เห็นเชือก ...ใช่แล้ว บ่อน้ำ แบ่งเป็นชาย/หญิง ด้วยเชือกกั้น 1 เส้น น่ารักจริงๆ ภูมิปัญญาญี่ปุ่น ส่วนชายหนุ่มผู้โชคร้าย หันมาเห็นตาสาวไทย 2 คน ที่กำลังเปิดกว้างสุดๆ พูดไม่ออก เพราะตกใจ เขาก็สะดุ้งเฮือก แล้วเอาผ้าขนหนูปิดตัว แล้วก้มหน้างุดๆ เดินลงบ่อโคลนไปเลย ต่างคนต่างมึน เป็นประสบการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างคงจำได้นาน

ส่วนการฝังทราย หนูดีก็นึกว่าเป็นทรายละเอียดแบบที่เราให้เด็กเล่น แต่ไม่ใช่ค่ะ เป็นทรายเม็ดๆ หน้าตาคล้ายทรายคั่วเกาลัด แถมเปียกชื้นนิดๆ สีดำหน่อยๆ ห้องที่ฝัง ก็เป็นห้องจริงๆ เพราะเราเลือกออนเซ็นโบราณกลางใจเมือง พอนอนลงไป กลัวไส้เดือนเข้าหูค่ะ ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรเสียหน่อย มือใหม่ค่ะ หนนั้นปรากฏว่านอนผิดท่า ขาวางไว้แบบไม่สบาย พอคนฝังทรายลับไปแล้ว มีทรายหนักๆ กลบถึงคอ หนูดีก็อยากเปลี่ยนท่าขา จะเรียกเขาก็ไม่รู้อยู่ไหน เลยพลิกขาเอง ปรากฏว่าเลือดซิบเลยค่ะ โดนทรายข่วนเอา ทำเอาเข็ดฝังทรายจนทุกวันนี้

พอที่ศูนย์ปฏิบัติแนวเต๋า ที่บ่อพลอย เปิดการฝังดินดูดพิษ หนูดีก็ลองไปฝังทันที เพราะโดยนิสัยเป็นคนชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว พอมีเลยต้องลองเสียหน่อย จะได้เปรียบเทียบกับของญี่ปุ่น แต่ที่เต๋าจะนำเสนอในเรื่องของการบำบัดสุขภาพในแนวที่เป็นองค์รวมมากกว่าของญี่ปุ่น เช่น ฝังแล้วจะผ่อนคลาย หลับลึก และแก้อาการปวดเมื่อย ฯลฯ เป็นลักษณะรวมๆ มากกว่าจะบอกว่าแก้ไขโรคอะไรที่เฉพาะเจาะจงลงไป

ที่ฝัง จะอยู่กลางแจ้ง ใกล้ๆ สวนผักออร์แกนิก สามารถลงฝังได้ครั้งละ 200 คนพร้อมๆ กันเลยทีเดียว แต่ลงคนละ “หลุม” นะคะ แถมมีต้นไม้ใหญ่ช่วยขึ้นบังแดดอยู่รอบๆ ด้วย ปกติเราจะลงฝังประมาณสี่ห้าโมงเย็น ยังคงมีแดดอุ่นๆ นิดๆ แต่ไม่จ้าจนแสบตา แต่ก็ยังคงมีคนเอาร่มไปบังแดดอยู่ดี และการฝังนั้นจะเป็นการต่อเนื่องมาจากการที่ได้ฝึกรำมวยจีน ฝึกสมาธิมาก่อนล่วงหน้า 1-2 วัน ซึ่งเป็นความเชื่อเรื่องการเปิด “รับพลังงานธรรมชาติ” จากสิ่งรอบตัวเรา การฝังดิน จึงจะไม่จัดเป็นวันแรกในงานภาวนา แต่มักจะเป็นวันสุดท้ายก่อนกลับบ้านค่ะ

ประสบการณ์แรกที่ฝังดินในประเทศไทย ตอนแรกหนูดีกลัวเรื่องสัตว์เลื้อยคลานมาก กลัวตัวอะไรจะคลานเข้าหู แต่เมื่อได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่า ฉีดน้ำส้มควันไม้เพื่อไล่แมลง และมีการฝังมาหลายครั้งโดยไม่มีกรณีสัตว์แปลกๆ มากัดคน หนูดีก็โอเคนะคะ เปลี่ยนเป็นชุดกางเกงขายาว เสื้อแขนยาว เตรียมลงฝังเป็นอย่างดี และเนื่องจากเราผมยาว ก็ต้องใส่หมวกพลาสติกคลุมผมด้วย และถ้าแดดแรงไปนิด ก็จะมีร่มบังเฉพาะ “หลุม” เราค่ะ

เมื่อลงฝังในดิน ตอนแรกรู้สึกแปลกๆ ที่มีดินมาสัมผัสโดนร่างกายเราตรงๆ ดินนั้นจะคลุมขึ้นมาถึงหน้าอกเลยทีเดียว ฝังหมด ทั้งแขน ทั้งขา แต่มีคนเดินอยู่ใกล้ๆ เสมอ ถ้าจะขึ้น ก็ขึ้นได้เลย เมื่อลงฝังไปสัก 2-3 นาที ดินจะเริ่มเปลี่ยนจากเย็นๆ เป็นอุ่นขึ้น และให้ความรู้สึกนุ่มเหมือนแพร ในระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่จะเปิดเพลงสวดของอาจารย์จ้าว เจ้าของสถานที่ เป็นเพลงสวดภาษาจีน เพราะมาก ฟังแล้วเกิดความผ่อนคลาย เมื่อฝังไปสักพัก หนูดีจะนอนหลับไปแบบไม่รู้ตัว และเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ทั้งๆ ที่บางครั้งไม่แน่ใจว่าจะหลับได้เหรอ แต่ฟังเสียงสวดไม่นาน ก็หลับแบบลึก สนิทชนิดที่ว่า ตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่ได้ว่าตัวเองอยู่ไหนไปพักหนึ่งเลยทีเดียว คุยกับเพื่อนหลายๆ คนก็รู้สึกแบบเดียวกัน คือ สบายตัวจริงๆ ไปกี่ครั้งก็ฝังแล้วรู้สึกสบายตัวทุกครั้ง

หนูดีจึงอยากเชิญชวนว่า ใครคิดอยากไปดูแลสุขภาพ ไปงานภาวนาดีๆ หรือไปฝึกรำมวยจีนและถือโอกาสฝังดินดูดพิษเลย ก็ไม่ต้องไปไหนไกล ไปในเมืองไทยของเราก็ได้ สำหรับการฝังดินนี้ หนูดีชอบมากกว่าการฝังทรายในญี่ปุ่นเสียอีกค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท