
สปอนเซอร์ พญาเสือกับมุมมองที่ตรงข้าม
ท่ามกลางวิกฤตชีวิตที่โหมกระหน่ำ
“พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ โปรสหรัฐมือ 1 โลกมาตลอด นับแต่มีข่าวเรื่องเขาคบหากิ๊กมั่วเซ็กซ์ถึง 10 กว่าคน จนกระทั่งวันศุกร์ที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากที่ยอดโปรวัย 34 ปี ทำพิธีตั้งโต๊ะแถลงข่าวเป็นเวลา 13 นาทีครึ่ง ซึ่งเป็นการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบเกือบ 3 เดือนไทเกอร์ ออกมายืดอกยอมรับผิดที่คบสาวมากหน้าหลายตาทั้งที่มีครอบครัวแล้ว และยังยืนยันด้วยว่าตัวเขาเองได้เข้ารับการบำบัดโรคติดเซ็กซ์ด้วยความตั้งใจเป็นเวลา 45 วันจริง พร้อมวอนให้ทุกฝ่ายยกโทษให้ด้วย และไม่อยากให้สื่อลากเอาครอบครัวของเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องฉาวคาวโลกีย์แบบนี้ โดยเฉพาะ เอลิน นอร์เดเกรน ภรรยา และลูกอีก 2 คน (แซม อเล็กซิส กับ ชาร์ลี เอ็กเซล)
หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องมองต่างมุม ซึ่งบางคนก็เห็นใจและพร้อมให้อภัยกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขา
แต่บางคนก็มองว่า เป็นการตั้งใจจริงเพื่อลบล้างตราบาป หรือเป็นการสร้างภาพกันแน่ เนื่องจากถ้อยแถลงที่ไทเกอร์อ่านนั้น ดูเป็นบทร่างที่ไม่ได้ออกมาจากใจ แถมการแถลงข่าวไม่มีการเปิดโอกาสให้ใครซักถาม มีแต่ไทเกอร์อยากพูดอะไรก็พล่ามอยู่ฝ่ายเดียว แถมยังคงรักษาความเป็นส่วนตั๊วส่วนตัวอย่างเต็มที่เช่นเดิม หรือพูดตรงๆ ก็คือ อย่ามายุ่งกับตรูนักเลย
แต่ที่สำคัญคือ เจ้าของแชมป์เมเจอร์ 14 สมัย ไม่ได้ปริปากแม้แต่น้อย ถึงสิ่งที่คนทั่วโลกอยากรู้มากที่สุด นั่นคือ เมื่อไหร่แน่ที่เขาถึงจะกลับคืนสู่สนามและพร้อมลงแข่งขันอีกครั้ง
“
ผมมีแผนที่จะกลับไปเล่นกอล์ฟไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าวันไหน ซึ่งมันน่าจะเป็นปีนี้” ไทเกอร์กล่าวแบบแทงกั๊กหลังจากไทเกอร์เพิ่งออกมายอมรับผิดแบบตัวเป็นๆ ไปได้แค่สัปดาห์เดียวเท่านั้น ล่าสุด 2 สปอนเซอร์หลักที่จงรักภักดีกับไทเกอร์มายาวนานนั้น กลับตัดสินใจในทางตรงข้ามกัน
เริ่มจาก
“เกเตอเรด” (Gatorade) บริษัทเครื่องดื่มบำรุงกำลังยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ได้ตัดสินใจประกาศยุติความสัมพันธ์กับไทเกอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากมองไม่เห็นว่าเจ้าของบัลลังก์กอล์ฟโลกจะมีมูลค่าทางการตลาดอะไรนักหนาให้กับพวกเขาอีกต่อไปแล้วก่อนหน้านี้ เกเตอเรด ที่เป็นบริษัทลูกในเครือของเป๊ปซี่ เพิ่งจะประกาศยกเลิกการผลิตเครื่องดื่ม
“เกเตอเรด ไทเกอร์” ที่มีพญาเสือเป็นสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เดือน พ.ย. ปีที่แล้ว เนื่องจากมียอดขายต่ำเกินเป้า ซึ่งก่อนที่ไทเกอร์จะขับรถชนต้นไม้และหัวท่อดับเพลิงช่วงดึกคืนวันที่ 27 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น จนมีข่าวอื้อฉาวบ้าเซ็กซ์ของไทเกอร์ปูดออกมาด้วยซ้ำ“
เรามองไม่เห็นบทบาทของไทเกอร์ในการช่วยทำการตลาดให้กับเราอีกแล้ว และเราจึงได้ขอยุติความสัมพันธ์กันไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเราหวังว่านับแต่นี้ต่อไปเขาคงจะเจอแต่เรื่องราวที่ดีในชีวิต” เจนนิเฟอร์ ชมิต โฆษกหญิงของเกเตอเรด เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาอย่างไรก็ตาม สำหรับ
“มูลนิธิไทเกอร์ วูดส์” ซึ่งเป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือและให้โอกาสทางการศึกษากับบรรดาเด็กด้อยโอกาสนั้น เกเตอเรดยืนยันว่าจะยังคงให้การสนับสนุนกับมูลนิธินี้ต่อไปขณะที่ มาร์ค สไตน์เบิร์ก เอเยนต์ส่วนตัวของไทเกอร์ ก็ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ว่า
“
เราได้มีการพูดคุยกับทางเกเตอเรด และค่อนข้างจะผิดหวังที่พวกเขาตัดสินใจไม่เดินแผนการตลาดต่อไปกับไทเกอร์ แต่เราก็ยังรู้สึกยินดีที่พวกเขามีส่วนในการก่อตั้งมูลนิธิของไทเกอร์”นับเป็นสเปอนเซอร์รายที่ 3 ของไทเกอร์ที่ประกาศถอนตัวตัดเยื่อใยอย่างเป็นทางการต่อจาก
“แอคเซนเจอร์” บริษัทที่ปรึกษาทางด้านการจัดการชื่อดัง และ “เอทีแอนด์ที” บริษัทให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐด้าน
“ไนกี้” (Nike) บริษัทผลิตเครื่องกีฬายักษ์ใหญ่ในสหรัฐ ที่ควักจ่ายให้ไทเกอร์ปีละ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,320 ล้านบาท) กลับออกมาประกาศปาวๆ ก่อนหน้าเกเตอเรดแค่ 1 วันว่า ยังให้การสนับสนุนไทเกอร์ต่อไปไม่เสื่อมคลาย แม้ยอดโปรจะยังคงพักวงสวิงแบบไม่มีกำหนดก็ตาม“
ยังไม่ต้องการให้เขา (ไทเกอร์) กลับคืนสนามจนกว่าจะแก้ไขปัญหาชีวิตของตัวเขาเองให้เรียบร้อยซะก่อน ซึ่งไนกี้เป็นกำลังใจให้เขามาตลอดนับตั้งแต่เกิดเรื่อง และจะยังคงให้การสนับสนุนต่อไป” ชาร์ลี เดนสัน ประธานไนกี้กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาสำหรับสปอนเซอร์อื่นๆ ของไทเกอร์ อาทิ พรอกเตอร์ แอนด์ แกมเบิล, ยิลเลตต์, แท็ก ฮอตเออร์ และอีเอ สปอร์ตส์ ยังคงรักษาสัมพันธ์กับไทเกอร์เอาไว้แบบดูเชิง แต่หยุดการเผยแพร่ภาพโฆษณาที่มีไทเกอร์เป็นพรีเซนเตอร์เอาไว้ก่อน
นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยซีตัน ฮอลล์ ในสหรัฐ ถึงความเห็นของชาวอเมริกันในกรณีที่ว่า หากไทเกอร์เป็นตัวแทนทีมชาติสหรัฐเข้าร่วมแข่งขันกอล์ฟในกีฬาโอลิมปิก จะให้การสนับสนุนหรือไม่
ปรากฏว่า มีถึง 69% ที่พร้อมจะหนุนหลังไทเกอร์ ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามชาย 75% และผู้ตอบแบบสอบถามหญิง 63% ต่างบอกว่า ไม่มีปัญหาหากมีชื่อไทเกอร์อยู่ในทีมชาติสหรัฐ
ว่าแต่ว่าเมื่อไหร่พี่เสือจะจับก้านเหล็กลงสนามซะที รอกันจนเมื่อยแล้วนะเพ่







