
ไฟต์นี้...แม้แต่ศาลยังหลีกทางให้
ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า การใช้ชีวิตในสังคมของคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงไปมาก
โดย...เด็กสวน
ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า การใช้ชีวิตในสังคมของคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงไปมาก เนื่องจากหลายคนไม่ค่อยออกไปพบหน้าค่าตาผู้คน แต่หันไปนั่งหมกมุ่นอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วใช้สังคมออนไลน์แทน
อย่าว่าแต่คนทั่วไปเลย ขนาดท่านนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยอย่าง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แทนที่จะแถลงนโยบายรัฐบาล หรือตอบข้อซักถามของบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในรัฐสภา กลับไปชี้แจงผ่านทาง “เฟซบุ๊ก” รวมทั้งนักการเมืองหลายคนก็เปลี่ยนจากเวทีการเมืองในสภาไปเป็นเวทีบนหน้าสังคมออนไลน์
ไม่รู้เป็นเพราะว่าหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า หรือกลัวที่จะต้องเจอหน้ากัน หรืออาจเป็นเพราะสามารถแถลงได้ฝ่ายเดียวโดยไม่ต้องสนใจความรู้สึกคนอื่น ก็ไม่ทราบได้
แน่นอนไม่เว้นแม้แต่วงการกีฬา โดยล่าสุด “พริตตี บอย” ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ โคตรมวยชาวสหรัฐผู้ไม่เคยแพ้ใคร ได้ออกมาท้าชกกับ “แพ็กแมน” แมนนี ปาเกียว นักชกปอนด์ต่อปอนด์ดีที่สุดในโลกจากฟิลิปปินส์ ผ่านทาง “ทวิตเตอร์” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมยืนยันเสร็จว่าจะไปขึ้นสังเวียนเจอกันวันไหน
“แมนนี ปาเกียว ผมขอท้าให้คุณมาชกกับผมในวันที่ 5 พ.ค.นี้ ทำในสิ่งที่โลกต้องการ”
เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า เมย์เวเธอร์ มีกำหนดวันชกไว้เรียบร้อยแล้วในวันดังกล่าว แต่ระหว่างกำลังเลือกหาคู่ต่อกรอยู่นั้น ดันต้องคดีความจากการไปทำร้ายร่างกายแฟนเก่า (ป๊อดนี่หว่า ชอบทำร้ายผู้หญิง) แล้วเรื่องถึงโรงถึงศาล จนกระทั่งโดนตัดสินจำคุก 90 วัน
และก็น่าจะต้องไปนอนซังเตแล้ว แต่หลังจากทนายของ พริตตี บอย ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตไปยังศาลลาสเวกัสเพื่อขอยืดเวลาวันเริ่มรับโทษออกไปเป็นวันที่ 1 มิ.ย. เนื่องจากมีนัดต่อยหน้าคน เอ้ยไม่ใช่ มีไฟต์ที่กำหนดไว้แล้วในวันที่ 5 พ.ค. ปรากฏว่าศาลท่านก็ดีใจหาย อนุญาตเฉยเลย (สงสัยท่านคงเป็นแฟนมวยแหง)
ล่าสุดหลังจาก ปาเกียว ได้เห็นสารท้าดวลดังกล่าว ก็ไม่รีรอ จึงรีบตอบรับทันที เนื่องจาก ปาเกียว ก็หาคู่ชกยากเต็มที ไม่ว่าเก่งเล็กเก่งใหญ่ในยุคนี้ พี่แกปราบซะเรียบแล้ว และทาง บ็อบ อารัม ยอดโปรโมเตอร์ ก็กำลังสานต่อ โดยคงเหลือเพียงแค่บรรลุข้อตกลงในการจัดไฟต์หยุดโลกนี้เท่านั้น ซึ่งหนีไม่พ้นเรื่องเงินๆ ทองๆ นั่นเอง
“นี่คือไฟต์ที่โลกต่างรอคอย และหาก เมย์เวเธอร์ ต้องการหลักประกันเรื่องส่วนแบ่งรายได้ เขาก็ควรรีบหาโปรโมเตอร์ที่จะช่วยรับประกันเรื่องนี้ให้เขาได้โดยเร็ว ส่วนผมไม่มีปัญหาในเรื่องนี้อยู่แล้ว หากเขาจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อย เราก็น่าจะมีส่วนแบ่งรายได้กันแบบยุติธรรมที่สุด คือ 50-50” แพ็กแมน กล่าว
หากจำกันได้ คู่นี้เคยทำท่าจะได้ขึ้นสังเวียนตะบันหน้ากันมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ดันมาเกี่ยงกันเรื่องวันที่จะต้องเจาะเลือดตรวจโด๊ป จนทำให้แฟนทั่วโลกต้องรอกันหง่าวมาจนถึงทุกวันนี้
หลายคนคงกำลังใจจดใจจ่อกับไฟต์หยุดโลกต้นเดือน พ.ค.นี้ แต่ก็ยังไม่แน่นัก คงต้องลุ้นกันต่อ เนื่องจากล่าสุดมีข่าวว่า ปาเกียว ไม่อยากขึ้นชก ณ เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ การ์เดน ที่ เมย์เวเธอร์ จองเอาไว้ เนื่องจากสามารถรองรับแฟนมวยได้แค่ 1.7 หมื่นที่นั่งเท่านั้น แต่อยากรอให้สังเวียนชกความจุ 4.5 หมื่นที่นั่ง ที่ลาสเวกัสเสร็จเรียบร้อยเสียก่อน จะได้สมน้ำสมเนื้อกับความยิ่งใหญ่ของคู่มวยนี้ ทำให้มีความเป็นไปได้มากที่ไฟต์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน พ.ค.
งานนี้เรียกว่าต่อยกันเสร็จ ไม่ว่า เมย์เวเธอร์ จะแพ้ชนะ ก็ไม่มีเวลาเสียใจหรือฉลองชัยอะไรมากนัก เพราะต้องเดินเข้าคุกในวันที่ 1 มิ.ย.
ส่วน ปาเกียว ที่ได้รับเลือกเป็น สส.บ้านเกิดจังหวัดซารังกานี เมื่อปี 2010 และเป็นเจ้าของสถิติเข็มขัดแชมป์ 8 รุ่น หากเป็นฝ่ายชนะ ก็ถือว่ายัดเยียดความปราชัยครั้งแรกให้ เมย์เวเธอร์ ได้สำเร็จ และอาจจะชกอีกสัก 1-2 ไฟต์ แล้วค่อยแขวนนวม เพราะถือว่าบรรลุความสำเร็จในอาชีพค้ากำปั้นแบบยากที่ใครจะเทียบได้ แล้วหันไปมุ่งมั่นทำงานด้านการเมืองอย่างเต็มที่ แต่ถ้าแพ้ ก็ไม่รู้ว่าจะรอทำศึกล้างตาหลัง เมย์เวเธอร์ ออกจากคุกรึเปล่า
ปาเกียว วัย 33 ปี เป็นแชมป์รุ่นเวลเตอร์เวต องค์กรมวยโลก (WBO) มีสถิติการชก ชนะ 54 (น็อก 38) เสมอ 2 แพ้ 3 และยังไม่แพ้ใครใน 15 ไฟต์ล่าสุด ส่วน เมย์เวเธอร์ วัย 34 ปี แชมป์รุ่นเดียวกันของสภามวยโลก (WBC) ที่เป็นนักมวยปอนด์ต่อปอนด์ดีที่สุดในโลกมาก่อนนั้น สถิติสุดเฉียบเหลือเกิน ชนะ 42 ไฟต์รวด (น็อก 26) แต่ช่วงหลังสไตล์การชกค่อนข้างหน้าเบื่อ ไม่ค่อยดุดัน เหมือนกับกลัวจะเสียสถิติเลยเอาแต่เน้นป้องกันเป็นหลัก
ยังไงก็ต่อยกันซะทีเถอะ เพราะแม้แต่ศาลยังยอมหลีกทางให้เลย







