
บทเรียนจาก CEO ที่ HR ควรนำมาใช้ (จบ)
งาน HR ในปัจจุบันต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายมากขึ้นทุกๆ วัน เป็นเพราะสถานการณ์รอบด้านมีความผันแปรไม่แน่นอน
โดย...รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข
งาน HR ในปัจจุบันต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายมากขึ้นทุกๆ วัน เป็นเพราะสถานการณ์รอบด้านมีความผันแปรไม่แน่นอน บทบาทหน้าที่รับผิดชอบของ HR จึงมีการขยายงานมากขึ้นมากมาย องค์กรยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น งานของ HR ยิ่งยากและมากขึ้นตามกัน มากขึ้นจน HR คนเดียวแบกรับไม่ไหวและต้องได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแรงจาก CEO จึงจะไปได้ด้วยดี เราจึงได้เห็น CEO ขององค์กรชั้นนำที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนออกมาว่าราชการงาน HR ด้วยตนเองหลายท่านด้วยกัน เพราะ CEO ท่านมองเห็นคุณค่าความสำคัญของทรัพยากรบุคคลว่าคือ กุญแจดอกสำคัญในการไขประตูสู่ความสำเร็จ ทั้งนี้ชาว HR ทั้งหลายก็อย่าได้ดีอกดีใจว่ามี CEO มาช่วยทำงาน แล้วก็เลยพลาดโอกาสสำคัญในการเรียนรู้อะไรดีๆ จาก CEO เพื่อนำบทเรียนนั้นมาพัฒนาตนเองและพัฒนางานของตน
สัปดาห์ก่อนผู้เขียนได้นำเสนอว่ามีประเด็นที่ชาว HR สามารถเรียนรู้จาก CEO ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารวิกฤตอยู่ 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ การพัฒนาตนเองระดับปัจเจกบุคคลด้านบุคลิกภาพและสไตล์การบริหารงาน และประเด็นที่สองคือประเด็นเรื่องการบริหารงานระดับองค์กร สำหรับประเด็นการพัฒนาตนเองในระดับปัจเจกบุคคลนั้น ผู้เขียนได้นำเสนอบุคลิกภาพและคุณสมบัติส่วนตัวที่ CEO ชั้นนำมักมีคล้ายๆ กันไปแล้ว 5 คุณลักษณะ ยังเหลืออีก 3 คุณลักษณะที่จะนำเสนอต่อก็คือ
เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ คิดสร้างทางเลือกใหม่ได้เก่ง กล่าวคือเป็นคนที่พลิกแพลงเก่ง ไม่เลิกล้มจนแต้มง่ายๆ
เป็นคนที่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่นึกถึงแต่ประโยชน์ของตน CEO ที่ฉลาดและมีคุณธรรมย่อมตระหนักว่า หากต้องการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนเป็นที่ยอมรับของสังคมไปนานๆ ต้องมีจรรยาบรรณในการทำธุรกิจ
มีความทะเยอทะยานสูง มีเป้าหมายสูง มีแรงขับในการทำงานมาก
คุณลักษณะเหล่านี้เป็นของผู้นำชั้นยอดหลายท่าน ทั้งนี้ HR ที่มองหาหนทางก้าวหน้าน่านำมาตรึกตรองดูว่าจะนำข้อไหนมาปรับปรุงตนเองได้ อย่างไรก็ตาม มีเรื่องแปลกแต่จริงอยู่ข้อหนึ่งคือ คนทำงาน HR ส่วนใหญ่แม้จะฉลาดเก่งกาจในหลายๆ ด้าน แต่มักจะไม่ค่อยมีความทะเยอทะยานสูงมากเหมือนพวก CEO เชื่อหรือไม่ก็ลองสังเกตโดยตัวเองดูนะคะ
ประเด็นต่อไปที่จะพูดถึงคือ กลยุทธ์ในการบริหารงานของ CEO จากการสัมภาษณ์และศึกษากรณีศึกษาของ CEO หลายท่านทั้งชาวไทยและเทศพบว่า ในการฝ่าฟันวิกฤตการณ์แต่ละครั้งผู้ที่เป็น CEO ต้องมองสถานการณ์รอบด้าน ไม่ใช่มองแต่เรื่องการเงิน การผลิต การตลาด หรือการบริหารคน พวก CEO จะมองว่างานทุกแผนกนั้นมีความเกี่ยวข้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน องค์กรจะรอดหรือจะไม่ย่อมขึ้นอยู่กับเอกภาพในการทำงานของทุกแผนก ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ลองดูตัวอย่างองค์กรที่รอดจากวิฤตการเงินอย่างงดงาม เช่น IBM ปตท.หรือไทยยามาฮ่า มอเตอร์สิคะ
CEO ขององค์กรเหล่านี้ต้องทำการบริหารเปลี่ยนแปลงการทำงานของทุกแผนกไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่แก้ไขแต่เรื่องเงิน แล้วไม่ปรับปรุงเรื่องคุณภาพการผลิตสินค้าและบริการ หรือมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีแต่ไม่พัฒนาคน ให้มีทักษะเพิ่มขึ้นในการใช้เทคโนโลยี เป็นต้น แต่ทั้งองค์กรจะมี CEO คนเดียวที่มีมุมมองแบบนี้ไม่ได้ มันไม่พอค่ะ ผู้บริหารทุกแผนกโดยเฉพาะ HR ต้องพยายามพัฒนามุมมองให้กว้างขึ้น มองให้ทะลุว่างานในแผนกของตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องสนับสนุน หรือเป็นอุปสรรคขัดขวางการทำงานของแผนกอื่นๆ และขององค์กรในส่วนรวมอย่างไร
หากพัฒนามุมมองให้ขยับขยายได้เช่นนี้ จะทำให้ท่านสามารถคิดค้นกลยุทธ์และเป้าหมายการทำงานที่กว้างและลึกมากไปกว่าเดิม ปัญหาของการบริหารองค์กรในปัจจุบันมักเกิดขึ้นจากการที่แต่ละฝ่ายมุ่งทำงานของแผนกตนแล้วก็ลืมไปว่าแผนกอื่นๆ ก็คือสมาชิกในองค์กรเดียวกันกับเรา หากแผนกอื่นล้มเหลวมันก็ต้องฉุดเราให้ล้มเหลว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้นำที่หวังความสำเร็จในการบริหารงานต้องเข้าใจเรื่องเอกภาพ และพลังยึดเหนี่ยวในการทำงานแบบเป็นทีม (Synergy)
ได้ไขเคล็ดลับบุคลิกภาพและมุมมองในการกำหนดกลยุทธ์การทำงานแบบ CEO ชั้นยอดมาให้อ่านกันแล้วนะคะ ก้าวต่อไปก็ขึ้นอยู่กับท่านแล้วละค่ะ







