
โอกาสทองของเมอร์เรย์
คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในความปรารถนาสูงสุดของบรรดานักเทนนิสอาชีพไม่ว่าชายหรือหญิง นั่นคือการสัมผัสแชมป์แกรนด์สแลมสักครั้งในชีวิต
โดย...มิวโกโตะ
คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในความปรารถนาสูงสุดของบรรดานักเทนนิสอาชีพไม่ว่าชายหรือหญิง นั่นคือการสัมผัสแชมป์แกรนด์สแลมสักครั้งในชีวิต
ประเภทหญิงอาจจะลุ้นกันสนุกหน่อย เนื่องจากสถิติที่ผ่านมา มือรองบ่อนพร้อมล้มยักษ์ได้เสมอ แต่ฝ่ายชายนี่สิงานหินอย่างแท้จริงสำหรับใครที่คิดจะสร้างเซอร์ไพรส์ โดยเฉพาะช่วงหลังมานี้แชมป์แกรนด์สแลมแทบจะผูกขาดอยู่ในมือท็อป 3 ของโลก
ชะตากรรมนี้ แอนดี เมอร์เรย์ (มือ 4/สกอตแลนด์) รู้ดี เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยสัมผัสถ้วยรายการใหญ่ระดับนี้เช่นกัน จากการเข้าชิง 3 ครั้ง แต่ในศึกออสเตรเลียน โอเพน ครั้งนี้ ดูจะเป็นโอกาสทองที่สุด สำหรับนักหวดแดนวิสกี้ จาก 4 ปัจจัยดังต่อไปนี้
คู่แข่งท็อป 3 ไม่พีก
อย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้นว่า ไม่มีครั้งไหนที่ เมอร์เรย์ จะเหมาะกับโอกาสผงาดแชมป์ได้อย่างครั้งนี้อีกแล้ว จริงอยู่แกรนด์สแลมช่วงหลังมานี้คนยกโทรฟีพร้อมโพสท่าถ่ายรูปตามเมืองดังไม่พ้นชื่อ โนวัก โจโควิช (มือ 1 โลก/เซอร์เบีย), ราฟาเอล นาดาล (มือ 2/สเปน) และโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (มือ 3/สวิตเซอร์แลนด์) และแม้ทั้ง 3 คนจะลงดวลแร็กเกตในปีนี้ แต่ก็ไม่ได้มากับความพร้อมเต็มที่อย่างที่ควร
โจโควิช เจ้าของแชมป์เก่ารายการนี้ เดินทางไปแดนจิงโจ้ในฐานะมือวางอันดับหนึ่งก็จริง แต่ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาด้านความฟิตอยู่พอสมควร สืบเนื่องมาจากการลงเล่นหลายรายการในปีที่แล้ว อีกทั้งปีนี้มือหนึ่งของโลกยังไม่ได้ลงเล่นรายการใดก่อนออสเตรเลียน โอเพน เลย ตรงจุดนี้อาจทำให้มีปัญหากับการหาจังหวะของตัวเองและไม่สามารถคอนโทรลลูกแบ็กแฮนด์ได้เหมือนจับวางตามปกติ อีกทั้งก่อนแข่ง 1 สัปดาห์ เจ้าตัวยังยอมรับว่าสภาพร่างกายยังไม่ฟิตเต็มร้อย
นาดาล มีสไตล์การเล่นที่ต้องใช้พละกำลังมหาศาล ด้วยจุดเด่นในเรื่องความหนักหน่วงของลูกตีและเหนียวแน่น และการวิ่งเก็บทุกแต้ม หลายครั้งที่คู่ต่อสู้ตีเข้ามุม แต่กลับไม่ได้คะแนน ซึ่งตรงจุดนั้นแหละที่เปรียบเสมือนดาบ 2 คม เพราะก่อนมาออสเตรเลียมือ 2 ของโลกรายนี้ มีอาการบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่ แม้นักหวดจากเมืองกระทิงดุจะเผยข่าวดีไม่มีปัญหาบาดเจ็บแล้ว แต่ด้วยลีลาและสไตล์การเล่นในลักษณะนี้ อาจส่งผลให้อาการบาดเจ็บกำเริบก็เป็นได้
ผลงานอาจตกลงไปบ้างในช่วงหลัง แต่ เฟเดอเรอร์ ก็ถูกจัดเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่ต้องจับตามอง โดยเฉพาะความช่ำชองในการเล่นฮาร์ดคอร์ต ถือว่าไม่ธรรมดา พิสูจน์ได้จากตัวเลขที่เคยคว้าแชมป์แกรนด์สแลมถึง 16 ครั้ง อีกทั้ง เฟดเอ็กซ์ ยังมีการเล่นที่หลากหลาย ยิ่งทำให้คู่แข่งจับทางยากยิ่งขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตาม ปัญหาของมืออันดับ 3 ของรายการในครั้งนี้คือ สภาพร่างกาย หลังเพิ่งประกาศถอนตัวในรายการ กาตาร์ โอเพน มาหมาดๆ เนื่องจากอาการเจ็บหลัง และถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะลั่นว่าพร้อมขนาดไหน หากร่างกายไม่เต็มร้อย ขาประจำแชมป์เมเจอร์รายนี้ก็พร้อมสะดุดได้ก่อนเวลาอันควรเช่นกัน
จิ๊กซอว์ชื่อ เลนเดิล
หลังจากแยกทางกับ อเล็กซ์ คอร์เรตจา โค้ชชาวสเปน เมื่อเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว เมอร์เรย์ ก็เล่นแบบไร้เทรนเนอร์ส่วนตัวมาตลอดซีซัน แม้ฟอร์มโดยรวมจะไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ มีแชมป์เอทีพีติดไม้ติดมือหลายรายการ แต่นั่นถือว่ายังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่เจ้าตัวตั้งไว้ คือการสัมผัสแชมป์ระดับเมเจอร์
จนกระทั่งเมื่อต้นปี มือหวดชาวสกอตติชได้ตัดสินใจประกาศแต่งตั้งโค้ชคนใหม่นามว่า อิวาน เลนเดิล ตำนานแร็กเกตอเมริกัน ดีกรีแชมป์แกรนด์สแลม 8 รายการ มาเป็นครูฝึกส่วนตัว โดยเชื่อว่าคือคนที่เขาตามหามานาน
“เหตุผลหนึ่งที่ผมเลือกเขา เพราะเชื่อว่าเขามาช่วยผมยกระดับเกม โดยเฉพาะระดับเมเจอร์ เขาผ่านประสบการณ์ในระดับสูงมาอย่างโชกโชน ทั้งยังรู้เรื่องการวางแผนและเข้าใจสภาพจิตใจของนักกีฬาเป็นอย่างดี มั่นใจได้เลยว่าเขาจะช่วยผมได้เยอะมากแน่ๆ” เมอร์เรย์ กล่าว
หากวัดจากผลงานก็ดูเหมือนจะไปในทิศทางบวกจริงๆ เพราะ เลนเดิล เข้ามาไม่กี่วันก็สามารถช่วยให้แร็กเกตหนุ่มแดนวิสกี้คว้าแชมป์ บริสเบน อินเตอร์เนชันแนล ได้สำเร็จ
ถึงขนาด จอห์น แมกเอนโร อดีตราชาคอร์ตชาวอเมริกันยังเอ่ยปากว่า เลนเดิล เปรียบเสมือน “ส่วนที่หายไป” ที่จะช่วยให้แร็กเกตมือวางอันดับ 4 โลก ยกระดับการเล่นขึ้นไปอีกขั้น
นอกจากนี้ยังทิ้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า เลนเดิล ไม่เคยได้แชมป์เมเจอร์ใดๆ เลย จนกระทั่งอายุ 24 ปี และตอนนี้ เมอร์เรย์ ก็อายุ 24 ปี เรื่องนี้อาจจะมีผลต่อสภาพจิตใจของ เมอร์เรย์ แบบถูกที่ถูกเวลาก็เป็นได้
เส้นทางสู่แชมป์
หากลองวิเคราะห์ถึงเส้นทางในการจะสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกของ เมอร์เรย์ ถือว่ามีโอกาสอยู่พอสมควร โดยนักหวดวัย 24 ปี อยู่ในสายบนร่วมกับมือดังอย่าง โจโควิช, ดาบิด เฟร์เรร์, แอนดี ร็อดดิก, โจ วิลฟรีด ซองกา และกาแอล มงฟิลส์ ซึ่งจากรายชื่อเหล่านี้ถ้าไม่มีอะไรพลิกโผ คนแรกที่ เมอร์เรย์ จะได้ประชันแร็กเกต คือ มงฟิลส์ ในรอบ 16 คนสุดท้าย
ถ้านักหวดชาวฝรั่งเศสไม่ฟอร์มดีผีเข้าก็เชื่อว่า เมอร์เรย์ น่าจะผ่านไปได้ ส่วนในรอบก่อนรองชนะเลิศจะมีโอกาสพบกับ ซองกา แม้นักหวดร่างยักษ์คนนี้จะแข็งแกร่ง แต่ถ้าว่ากันด้วยเรื่องของสถิติแล้ว เมอร์เรย์ ยังดูดีกว่ามาก
เมื่อเทียบกับ โจโควิช ที่จะต้องผ่านด่าน แยนโก ทิปซาเรวิช (เซอร์เบีย) และเฟร์เรร์ (สเปน) ที่เพิ่งคว้าแชมป์โอ๊กแลนด์ ก่อนจะมาเจอกันในรอบรองชนะเลิศ ถือว่า เมอร์เรย์ เจองานเบากว่า และหากผ่านหนุ่มเซิร์บเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ก็น่าจะเพิ่มความมั่นใจได้ไม่น้อยสำหรับการพบกับ นาดาล และเฟเดอเรอร์ ที่เคยปราบมาแล้ว
แรงจูงใจ
คำว่าแรงจูงใจสำหรับนักกีฬานั้นสำคัญอย่างยิ่ง หากต้องการประสบความสำเร็จ สิ่งเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังที่มองไม่เห็น และจะช่วยผลักดันให้นักกีฬาเหล่านั้นไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้
ยกตัวอย่างนักฟุตบอลชื่อดังหลายคนที่ประสบความสำเร็จอยู่กับทีมหนึ่งแต่กลับอยากย้ายทีม บางกรณีไม่ใช่เรื่องของรายได้ แต่เป็นเรื่องของแรงจูงใจในการไล่ล่าโทรฟีที่ยังไม่เคยได้ ซึ่งนั่นก็ตรงกับ เมอร์เรย์ ที่หมายมั่นปั้นมือมาโดยตลอดว่าจะพิชิตรางวัลในรายการเมเจอร์ให้ได้
จากปัจจัยที่ได้กล่าวไปทั้งหมดนี้จึงเชื่อว่าศึกออสเตรเลียน โอเพน ครั้งนี้ เมอร์เรย์ คงใช้แรงจูงใจครั้งนี้เป็นกุญแจสำคัญเพื่อช่วยปลดล็อกแชมป์แกรนด์สแลมในเส้นทางอาชีพนี้ได้เสียที ...







