
นิโคลัส บาวเออร์ Like Job, Love Life
โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพิ่งต้อนรับผู้จัดการโรงแรมคนใหม่ “นิโคลัส บาวเออร์” หรือ “นิค”
โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพิ่งต้อนรับผู้จัดการโรงแรมคนใหม่ “นิโคลัส บาวเออร์” หรือ “นิค”
โดย...กาญจน์ อายุ
โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพิ่งต้อนรับผู้จัดการโรงแรมคนใหม่ “นิโคลัส บาวเออร์” หรือ “นิค” เขาใหม่ในประเทศไทย แต่สำหรับเรื่องงานโรงแรม เขาถือว่าเก๋า เพราะทำงานในแวดวงนี้มามากกว่า 20 ปี สถานที่ล่าสุดคือดูไบ ในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ซิตี้ เซ็นเตอร์ ดูไบ การมาเมืองไทยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือเปลี่ยนหน้าที่งานเท่านั้น แต่ยังถือว่าเป็นการกลับประเทศแม่ เพราะเลือดครึ่งหนึ่งในตัวเขาคือเลือดไทย และที่สำคัญประเทศไทยยังเป็นบ้านเกิดของภรรยาหญิงไทยร้อยเปอร์เซ็นต์
อาจเป็นเพราะโชคชะตาที่พาให้เขาได้กลับมาหาความผูกพันนี้ และดูเหมือนเขาจะติดใจเมืองไทยเข้าแล้ว จากคำชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติและผู้คน ก็ทำให้คะเนได้ว่าคุณนิคอาจจะอยู่เมืองไทยไปอีกนาน
หวานใจกับสองล้อคู่ใจ
ถ้าดูจากภาพลักษณ์ภายนอกขณะทำงาน ชุดสูท เนกไท และการวางตัว ได้ปิดไลฟ์สไตล์ที่แท้จริงของเขาไว้มิด เพราะใครจะทราบว่าผู้จัดการโรงแรมมาดเนี้ยบจะชอบท่องเที่ยวด้วยรถมอเตอร์ไซค์ และเลือกที่จะไปหาธรรมชาติมากกว่าความเจริญ เลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบมากกว่าความครึกครื้น “Quite Lifestyle” คือคำนิยามไลฟ์สไตล์ตัวเองของเขา
“ถ้าผมมีวันหยุดหนึ่งวันเต็มๆ อย่างแรกที่ผมจะทำคือนอน พอตื่นขึ้นมาผมจะพาภรรยาซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวอย่างหัวหินหรือตามอุทยานแห่งชาติ เราจะเข้าไปเจอกับธรรมชาติ กินอาหารท้องถิ่น และใช้ชีวิตเงียบๆ ผมอยากให้วันหยุดเป็นวันที่ใช้ชีวิตง่ายๆ ไม่ต้องการสถานที่ห้าดาว และมีวันที่ชีวิตส่วนตัวตรงข้ามกับชีวิตทำงานบ้าง”
ส่วนตัวคุณนิคเองเขามีความตั้งใจอยากขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นเหนือ เพราะถนนเรียงรายด้วยต้นไม้และล้อมรอบด้วยภูเขา และเขาสามารถข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านได้ไม่ยาก
ชีวิตจริง ชีวิตงาน
“ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทำงานโรงแรมได้” คุณนิคกล่าวอย่างนั้น เพราะโรงแรมไม่มีวันหยุด พนักงานทุกคนต้องพร้อมที่จะให้บริการ ผู้จัดการโรงแรมก็เช่นกันที่มีวันหยุดไม่แน่นอน เพราะหากมีแขกวีไอพีมาวันอาทิตย์ เขาก็ต้องทำงานในวันนั้น ดังนั้นจึงยากที่เขาจะวางแผนการเที่ยวในวันหยุด
“เรื่องเวลาก็เป็นปัญหาบ้าง เพราะมันยากที่จะจองโรงแรม จองตั๋วเครื่องบิน โดยไม่ต้องโทร.ไปเลื่อนหรือยกเลิก ดังนั้นคนในครอบครัวต้องเข้าใจว่างานที่ผมทำไม่เหมือนคนอื่น ไม่เหมือนงานบริษัทที่ได้หยุดเสาร์อาทิตย์”
แต่ปัญหานี้ก็ไม่ใช่ปัญหาที่ทำให้คุณนิคไม่รักในงาน “Work is work, enjoy your work.” เพราะเวลางานคุณนิคก็มีความสุขที่ได้ทำและอยากทำงานนี้ไปทุกๆ วัน
“งานโรงแรมต้องมีใจรักจริงๆ เพราะเป็นงานที่ซับซ้อน มันมีอะไรมากกว่าล็อบบี้สวยๆ หรือโซฟาผ้าไหม ผมชอบงานของผม”
ของขวัญจากดุสิต
ปีใหม่นี้ดุสิตธานี กรุงเทพฯ ให้อะไรเป็นของขวัญแก่แขกบ้าง?
“ผมคือของขวัญ” การเข้ามาทำงานที่ไทยของคุณนิคคือของขวัญชิ้นหนึ่ง เพราะเขาจะเข้ามาดูแลโปรเจกต์ต่างๆ ของโรงแรม โดยเฉพาะด้านห้องพัก ซึ่งในปี 2555 จะมีการปรับปรุงและตกแต่งห้องพักใหม่ให้มีความสวยงามและมีคุณภาพเท่าทันคู่แข่ง นอกจากนี้เขายังมีแผนพัฒนาลานจอดรถให้สะดวก สะอาด และปลอดภัยกว่าเดิม อัพเกรดสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และจะเน้นแขกคนไทยมากขึ้นจากปีที่แล้ว
ดูไบ ไทยแลนด์
ก่อนจากกันคุณนิคได้เล่าถึงการทำงานในดูไบให้ฟังว่า ดูไบและประเทศไทยมีระบบการทำงานที่คล้ายกัน เขาจึงไม่ต้องปรับตัวมาก นั่นเป็นเพราะเขาได้ทำงานในซิตีโอเต็ลของดุสิตธานี โรงแรมที่ไม่ว่าที่ไหนก็มีระบบงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน และพนักงานทุกคนจะได้รับการฝึกตามมาตรฐานของดุสิตธานีด้วย
แต่ถ้าให้เทียบแล้ว การทำงานที่ดูไบจะน่าท้าทายกว่า เพราะพนักงานมีเกือบ 20 ชาติ ทำให้คนทำงานร่วมกันต้องเข้าใจวัฒนธรรมของแต่ละคน ซึ่งที่ดูไบคุณนิคได้จัดกิจกรรม “My Country My People” ให้พนักงานแข่งขันกันเขียนเรียงความเกี่ยวกับประเทศตัวเอง จากนั้นให้ทุกคนโหวตเรื่องที่ชอบ 20 เรื่อง แล้วนำไปติดไว้ที่โรงอาหาร ทำให้พนักงานได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างจากเรียงความเหล่านั้น และยังสร้างความผูกพันในหมู่พนักงาน
คุณนิค บอกด้วยว่า “ไม่ว่าพนักงานจะเป็นชาติไหน ทุกคนต้องเรียนรู้การไหว้แบบไทย และผมคิดว่าการไหว้นี่แหละที่ทำให้ทุกคนอยู่ด้วยกันได้”







