
ไปขับขี่สายลมกันเถอะ
ไปขับขี่สายลมกันเถอะ บนถนนสายเก่าคืนนี้ ตามเก็บฝันของเรากันเถอะ ปล่อยทิ้งวางทุกอย่างตรงนี้
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
ไปขับขี่สายลมกันเถอะ บนถนนสายเก่าคืนนี้
ตามเก็บฝันของเรากันเถอะ ปล่อยทิ้งวางทุกอย่างตรงนี้
เมื่อหัวใจของเราร้องเรียก ถ้าเราไม่ออกไปตอนนี้
เราอาจไม่มีวันรู้ว่า รักและฝันของเราคุ้มค่าเพียงไร ...
นี่ก็ครบปีพอดิบพอดี หลังจากที่ผมตัดสินใจควักเงินซื้อจักรยานคันแรกเป็นของตัวเอง
ไม่น่าเชื่อว่าแรงผลักดันสำคัญในการตัดสินใจเลือกจักรยานเป็นพาหนะเดินทางในชีวิตประจำวัน จะมาจากเพลงที่ชื่อว่า “ตามเสียงหัวใจ” ที่ แอ๊ด คาราบาว ขับร้องไว้อย่างมีชีวิตชีวา ในอัลบั้ม “ซึม เศร้า เหงา แฮงค์” บอกเล่าเรื่องราวความสุขของชายหนุ่มผู้ควบมอเตอร์ไซค์คันโปรด รอนแรมไปบนถนนหนทางอันแสนยาวไกลไม่สิ้นสุด อิสรเสรีดุจนกโผบินในฟ้ากว้าง
แน่นอน สำหรับเหล่าสิงห์มอเตอร์ไซค์ทั้งหลาย คงเข้าใจลึกซึ้งถึงห้วงอารมณ์แห่งความสุขล้น ยามนั่งอยู่บนเบาะ แล้วบิดคันเร่งสุดมือ พุ่งทะยานด้วยความแรงเร็วฝ่าสายลม แสงแดด ออกจากเมืองใหญ่อันวุ่นวายมุ่งสู่ความเงียบสงบในชนบท สัมผัสกลิ่นอายความดิบเถื่อนของธรรมชาติ ชื่นชมความงดงามตระการตาของทิวทัศน์สองข้างทาง ป่าเขาลำเนาไพร ทุ่งกว้าง แม่น้ำลำคลอง จนถึงท้องทะเลสีคราม
ไม่แตกต่างอะไรกับจักรยาน แม้จะเนิบช้ากว่า ออกเรี่ยวแรงมากกว่า หากแต่เวลาอยู่บนหลังอาน สองมือกระชับแน่นบนแฮนด์ สองขาปั่นไปตามกำลัง เรื่อยเปื่อยตามประสาคนไม่เร่งรีบร้อนรน แข่งขันกับใคร จะปั่นทางไกลท่องเที่ยวในต่างจังหวัด หรือปั่นทางใกล้ออกกำลังกายในสวนสาธารณะละแวกบ้าน ล้วนแล้วแต่เป็นความสุขที่ยากจะบรรยาย
ในวันที่สังคมไทยกำลังเฟื่องฟูด้วยผู้คนที่หันมาปั่นจักรยานกันมากขึ้น ทั้งในหมู่คนรักสุขภาพที่ปั่นออกกำลังกาย กลุ่มวัยรุ่นที่ปั่นโก้เก๋ตามแฟชั่น รวมถึงคนรักษ์สิ่งแวดล้อม งดการใช้รถยนต์ หันมาพึ่งพาบริการขนส่งมวลชน และปั่นจักรยานลดโลกร้อน ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม ผมเชื่อว่าอย่างน้อยที่สุดย่อมส่งผลดีทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อตัวเราเองและโลกที่เราอาศัยอยู่แทบทั้งสิ้น
รุ่นพี่ที่สนิทสนมคนหนึ่งเล่าว่า หลังปั่นจักรยานออกกำลังกายอย่างจริงจังได้ไม่นาน อาการหอบหืดอันเป็นโรคติดตัวมาแต่กำเนิดก็หายขาดอย่างน่าอัศจรรย์ ขณะที่ใครบางคนอ้วนตุ้ยนุ้ยน้ำหนักร่วมร้อยกิโลกรัม ก็ลดเหลือเพียงแปดสิบ กลายเป็นพี่ใหญ่ล่ำบึ้กสุดเท่ของน้องๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ คุณลุงคุณป้าหลายคนเลือกใช้จักรยานปั่นจากบ้านไปทำงานทุกวันในระยะไม่ไกลเกิน 15 กิโลเมตร สามารถประหยัดค่าน้ำมัน ค่าเดินทางไปได้มากโข แถมสุขภาพร่างกายก็แข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อน
ยังมีอีกจำนวนไม่น้อยต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวว่าแค่จับจักรยานลุกขึ้นมาออกแรงปั่นในยามเย็น จ่ายตลาดซื้อกับข้าว พบปะเพื่อนบ้าน กินลมชมวิวในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ก็ทำให้ชีวิตรื่นรมย์ขึ้นอย่างน่าประหลาด พวกเขาไม่ต้องซื้อจักรยานราคาแพง ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมสุดหรู แค่มีจักยานสักคัน มีถนนโล่งๆ โปร่งสบาย มีเรี่ยวแรงปั่น เท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะโลดแล่นไปอย่างเสรี
ช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ชีวิตของผมมีความสุขเหลือเกิน เป็นความสุขง่ายๆ ที่ไม่ต้องดิ้นรนขวนขวายมากนัก เพราะมันอยู่ในบ้านอันแสนอบอุ่นของเราเอง อยู่ในรอยยิ้มเสียงหัวเราะบนใบหน้าพ่อแม่และน้องสาว อยู่ในความเอร็ดอร่อยของอาหารบนโต๊ะที่มีสมาชิกในครอบครัวนั่งพร้อมหน้าพร้อมตา อยู่ในหนังสือนวนิยายเล่มโปรด อยู่ในบทเพลงเพื่อชีวิต อยู่ในรสร้อนแรงของน้ำสีอำพันในขวดวิสกี้ และสุดท้ายมันยืนตระหง่านอย่างท้าทายในโรงรถ --- จักรยานเสือภูเขายี่ห้อ Trek 3900 สีน้ำเงิน-เทา
กว่าหนึ่งปีเต็ม ทุกครั้งที่มีเวลาว่างในยามเย็น ผมจะกระโดดขึ้นอานจักรยาน ปั่นเรื่อยๆ ไปตามถนน หลบซ้ายแซงขวารถคันแล้วคันเล่าที่จอดติดอยู่ข้างหน้า บางครั้งก็ยกล้อเหินขึ้นไปวิ่งบนฟุตปาท โฉบเฉี่ยวพลิ้วไหวอย่างสบายใจ ท่ามกลางสายตาที่มองมาอย่างอิจฉาของผู้คนหลังพวงมาลัย
จากนั้นก็ไปปั่นออกกำลังกายในสวนสาธารณะ บนถนนพื้นเรียบปลอดภัย ไม่ขรุขระ ไม่มีลูกระนาบ ไม่มีหลุมบ่อให้ตกใจเล่น ผมออกแรงปั่นเร็วสลับช้าจนเหงื่อซึมมาตามแผ่นหลังได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง จึงค่อยผ่อนแรงปล่อยล้อให้หมุนไหลตามแรงถีบ ปล่อยสองมือทิ้งไว้ข้างลำตัว พยักหน้าทักทายพี่ๆ ลุงๆ ที่ปั่นจักรยานบ้าง วิ่งสวนทางกันมาบ้าง แล้วไม่ลืมยักคิ้วให้สาวๆ ที่เต้นแอโรบิกอยู่บนลานกว้างให้พอครึ้มอกครึ้มใจด้วย จึงค่อยผละออกมาจากสวนสาธารณะ มุ่งหน้าสู่สถานที่ที่ซึ่งเป็นดั่งสวรรค์บนดินของตัวเอง
นั่นคือถนนลูกรังบนบ่อพักน้ำขนาดใหญ่ ภายในสำนักงานใหญ่การประปานครหลวง บรรยากาศสุดยอดจริงๆ ด้านทิศใต้โอบล้อมด้วยผืนน้ำขนาดใหญ่คล้ายทะเลสาบ ด้านเหนือเป็นบ้านพักของพนักงานการประปาฯ อันสงบร่มรื่นด้วยแมกไม้เรียงรายเป็นแนวยาว มองไกลลิบๆ ทางทิศตะวันออกเห็นอาคารใหญ่โอ่อ่าอลังการของศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ฟากตะวันตก แท็งก์เก็บน้ำสูงลิบดูเหมือนหอคอยตั้งตระหง่านเสียดฟ้า
ตอนนั้นเองที่ดวงอาทิตย์กลมโตสีแดงฉานค่อยๆ หล่นตรงขอบฟ้า
ผมเปลี่ยนจากท่าปั่นจักรยานลงมาจูงมันเดินไปด้วยกันบนทางดินขรุขระ พงอ้อเขียวขจีสองข้างทางไหวเอนลู่ลม ดอกหญ้าเหลืองอร่ามชูช่อบานสะพรั่งพร่างพราว นกกระยางสีขาวนวลบินลงโฉบจิกกินปลาแล้วโผบินจากไป เสียงแมลงกรีดร้องเป็นท่วงทำนองไพเราะ ลมพัดแรงจนชายเสื้อปลิวสะบัด ทำเอาเหงื่อแห้งจนรู้สึกเย็นสบายไปทั้งร่าง
วินาทีนั้นผมสูดอากาศบริสุทธิ์ เก็บเอาสายลมระรื่น แสงแดดอันอบอุ่นไว้ให้ลึกสุดปอด เก็บเอาภาพความประทับใจเบื้องหน้าไว้ให้ลึกสุดใจ หวังแปรเปลี่ยนให้เป็นพลัง เพื่อเก็บไว้ต่อสู้ชีวิตในวันต่อไป พลางคิดเข้าข้างตัวเองว่าในโลกนี้คงไม่มีใครมีความสุขเท่ากับผมอีกแล้ว
“สวัสดีปีใหม่”
ผมตะโกนลั่นอย่างสะใจ ขณะแหงนมองดูพระอาทิตย์ตกดินครั้งแรกในรอบปี







