
'บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชื่อนี้อาจมีปัญหา'
ภาพ “บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ลงทุนห้อยสลิงแขวนดาวสัญลักษณ์ของแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกสมัยแรก
ภาพ “บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ลงทุนห้อยสลิงแขวนดาวสัญลักษณ์ของแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกสมัยแรก
ไปติดไว้เหนือโลโก้ของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ พีอีเอ ภายหลังเอาชนะ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด 10 ณ ไอโมบาย สเตเดียม เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้ามาร่วมฉลองหลายหมื่นคน
มันยังตราตรึง ติดตา ...ต้องขอปรบมือให้ ในฐานะ คุณเนวิน เป็นคนที่ทำอะไรจริงจังและทุ่มเทให้กับฟุตบอลมาโดยตลอด (ส่วนผลงานการเมืองในอดีต ไม่ขอพูดถึง!!!)
เป็นอันว่าฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2011 แชมป์ได้แก่ ทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ แม้จะยังไม่ปิดฤดูกาลอย่างเป็นทางการก็ตาม
ส่วนฤดูกาลใหม่ 2012 บิ๊กเน ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะควบรวม บุรีรัมย์ พีอีเอ กับ บุรีรัมย์ เอฟซี แชมป์ดิวิชัน 1 ที่เพิ่งตีตั๋วขึ้นมาเป็นน้องใหม่ในไทยลีก เพื่อให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้ชื่อ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” พร้อมกับยืนยันว่าจะส่งทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปลุยแข้งในศึกชิงแชมป์สโมสรเอเชีย “เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก” อย่างแน่นอน
ทำให้เกิดเป็นปัญหาคาใจของบรรดาแฟนลูกหนังว่า จะทำได้หรือไม่ในท้ายที่สุด???
เพราะมีโอกาสที่ “บุรีรัมย์” อาจต้องชวดไปลุยแข้งในศึกชิงแชมป์ถ้วยใหญ่เอเชีย ฤดูกาล 2012 หลังถูกจับสลากให้ไปอยู่ใน กลุ่มเอช ร่วมกับ “รองแชมป์เก่า” ชอนบุก ฮุนได มอเตอร์ส (แชมป์เคลีก เกาหลีใต้), คาชิวะ เรย์โซล (แชมป์เจลีก ญี่ปุ่น) และ กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ (แชมป์ไชนีส ซูเปอร์ลีก จีน)
สาเหตุก็เป็นเพราะแยกตัวจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (พีอีเอ) ไปควบรวมกับทีมน้อง บุรีรัมย์ เอฟซี กลายเป็นทีม “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ซึ่งผิดกฎของสมาพันธ์ลูกหนังเอเชีย (เอเอฟซี) ชัดเจน เพราะใช้สิทธิ เอฟซี เล่นในไทยพรีเมียร์ลีก แทนที่จะเป็น พีอีเอ ที่คว้าแชมป์ลีกมาได้ โดยส้มผลใหญ่จะไปตกอยู่ที่รองแชมป์ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่จะได้ไปลุยแทนทันที หาก เอเอฟซี ชี้ขาดให้ บุรีรัมย์ รับประทานผลไม้กระป๋อง (แห้ว)
แม้ว่า เนวิน ชิดชอบ จะออกมาแสดงความมั่นอกมั่นใจในสิทธินี้ บางทีอาจจะต้องเตรียมใจยอมรับผลการตัดสินไว้บ้าง
“การเข้าร่วมแข่งฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก คงต้องอยู่กับการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของสมาคมฟุตบอลฯ รวมถึงการพิจารณาจากไทยพรีเมียร์ลีก ส่วนเรื่องการเปลี่ยนชื่อเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผมได้เคลียร์กับผู้ใหญ่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไปแล้ว ทั้งเรื่องการเทกโอเวอร์และสิทธิการทำทีม โดยผมถือหุ้น บุรีรัมย์ พีอีเอ 70% ดังนั้นสิทธิในการเป็นแชมป์ย่อมต้องตกอยู่กับทีมของผม ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะได้สิทธิการเป็นแชมป์ดิวิชัน 1 จาก บุรีรัมย์ เอฟซี ซึ่งพวกเขาจะนำเอา พีอีเอ ไปรวมกับจังหวัดใดก็สุดแล้วแต่” ประธานสโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ กล่าว
มันอาจจะไม่ง่ายเหมือนอย่างที่คนโตแห่งเมืองปราสาทคิด
ถ้าไม่เป็นอย่างที่ใจหวัง
ทุกสิ่งทุกอย่างที่พะยี่ห้อเนวิน ชิดชอบ ได้ลงทุนลงแรง เป็นอันต้องพับกระเป๋าเก็บโปรเจกต์กลับบ้านเก่า
ถือว่าน่าเสียดายไม่น้อย...
คงต้องฝากความหวังไว้กับ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่มี “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นั่งแท่นประมุขลูกหนังไทย จะใช้ “สาลิกาลิ้นทอง” กล่อม ให้ เอเอฟซี เข้าใจได้มากน้อยแค่ไหน
หรือจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังทางการเมือง มาเช็กบิลกันก็แล้วแต่
ต่อไปนี้ สมาคมฟุตบอลฯ คงต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี และถือเอาเรื่องนี้เป็นกรณีศึกษา...เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ทีมอื่น
อย่าให้การเมืองมาบดบังการกีฬา...เหมือนกับที่ผ่านมา อีกเลย!!!







