posttoday
อ่างขาง สักครั้ง

อ่างขาง สักครั้ง

07 มกราคม 2555

ประมาณวันที่ 20 กว่าๆ ของเดือน ธ.ค. 2554 อากาศหนาวมาเยือนประเทศไทยเป็นช่วงเวลาสั้นๆ คนกรุงเทพฯ

โดย...กาญจน์ อายุ

ประมาณวันที่ 20 กว่าๆ ของเดือน ธ.ค. 2554 อากาศหนาวมาเยือนประเทศไทยเป็นช่วงเวลาสั้นๆ คนกรุงเทพฯ ต่างหยิบเสื้อหนาวมาใส่ประชันกัน และในขณะนั้นทีวีทุกช่องต่างนำเสนอข่าวแม่คะนิ้งบนยอดดอยเย้ายวนคนอยู่ล่าง ความอยากภายในประจวบเหมาะกับคำชวนของกรมพัฒนาที่ดินให้ขึ้นไปดูการพัฒนาดินในพื้นที่เกษตรกรรมบนดอยอ่างขาง มันจึงเป็นการตัดสินใจง่ายๆ เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะดูงานท่ามกลางความหนาว และอาจโชคดีเจอแม่คะนิ้งอย่างในทีวี

จากตัวเมืองขึ้นดอยอ่างขางใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ถนนหนทางลาดยางอย่างดี รถเก๋ง รถตู้ สามารถขึ้นได้สบาย แต่คนเมารถน่าจะกินยาดักไว้ เพราะระหว่างทางมีโค้งมาก และคนที่คิดว่าจะขึ้นไปพักค้างคืนควรจองโรงแรมหรือรีสอร์ตบนดอยอ่างขางไว้ก่อน เพราะมีที่พักจำกัด ยิ่งในช่วงไฮซีซันที่พักจะเต็มอัตรา

อ่างขาง สักครั้ง

ในช่วงเดือน ม.ค. ดอกพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมือง จะออกดอกให้ชมบ้างแล้ว ช่วงปลายเดือน ม.ค.ก.พ. จะบานสะพรั่งมากกว่า ทำให้ถนนขึ้นอ่างขางสวยเป็นพิเศษ และข้างบนดอยยิ่งสวยขึ้น เพราะมีเจ้าต้นนี้อยู่ทั่วดอย แต่ช่วงที่ฉันไปเป็นช่วงค่อนปลายเดือน ธ.ค. จึงเห็นดอกพญาเสือโคร่งแค่สี่ห้าต้น แต่ก็มีรางวัลอย่างอื่นแทนคือ ความเย็น อุณหภูมิบนดอยต่างกับอุณหภูมิพื้นล่างมาก อธิบายได้เหมือนวันอากาศร้อนๆ แล้วพาตัวเข้าไปอยู่ในตู้เย็น อุณหภูมิมันตรงข้ามกันมากประมาณนี้

ดอยอ่างขางเป็นเทือกดอยสูงติดกับสันเขาพรมแดนประเทศพม่า ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ มีลักษณะเป็นแอ่งที่ราบในหุบเขาลักษณะเหมือนท้องกระทะ หรือเหมือนอ่างอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,400 เมตร (เมื่อมองลงไปในแอ่งกระทะตอนกลางคืนจะเหมือนกลุ่มดวงดาวบนดิน สวยมาก) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปเที่ยวชมความงามของดอกไม้ในโครงการสถานีเกษตรดอยอ่างขาง ที่ได้รับการจัดตั้งเมื่อปี 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อวิจัยพืชเมืองหนาวเพื่อส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่น และหยุดการทำลายป่า

ภายในจะมีหลายส่วนให้ชม เช่น สวนหอม สวนรวบรวมพรรณไม้ที่มีกลิ่นหอมนานาชนิด สวนคำดอย รวบรวมพันธุ์ไม้ตระกูลโรโดเดนดรอน (กุหลาบพันปี) เรือนดอกไม้ โรงเรือนจัดแสดงไม้ดอกเมืองหนาวในร่ม สวนบอนไซ แหล่งรวมพรรณไม้เขตอบอุ่นและเขตหนาว แปลงไม้ผลเมืองหนาว แปลงปลูกไม้ดอกไม้ประดับกลางแจ้ง สวนท้อ สวนบ๊วย ป่าซากุระ หรือป่าเมเปิล นักท่องเที่ยวต้องชำระค่าบัตรผ่านประตูท่านละ 30 บาท รถยนต์คันละ 50 บาท โดยจะจ่ายครั้งเดียวที่ปากทางเข้าแล้วเข้าชมจุดต่างๆ ภายในโครงการได้ทุกจุดตลอดวัน

อ่างขาง สักครั้ง

เมื่อขับรถผ่านประตูสถานีเกษตรดอยอ่างขางขึ้นไปประมาณ 30 นาที สู่ฐานปฏิบัติการบ้านนอแล ณ จุดนี้จะมีทหารไทยประจำการอยู่เพื่อดูแลความสงบบริเวณชายแดนไทยพม่า จากจุดนี้สามารถมองเห็นฐานปฏิบัติการของทหารพม่าได้ชัดเจน นักท่องเที่ยวจึงมาดูกันมาก นอกจากนี้บ้านนอแลยังเป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าปะหล่อง กลุ่มชาวเขาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดที่อยู่ให้ในฐานะผู้อพยพที่บ้านนอแล เพื่อเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยจากสถานการณ์ความรุนแรงในพม่า

และไม่ห่างออกไปเป็นพื้นที่ปลูกสตรอเบอร์รีหนึ่งในโครงการหลวงดอยอ่างขาง สายพันธุ์สตรอเบอร์รีที่ปลูกเป็นพันธุ์ 80 ลูกจะใหญ่ แดง และหวาน เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นชาวปะหล่อง และชาวมูเซอดำ เริ่มปลูกต้นใหม่ประมาณเดือน ส.ค. เก็บผลผลิตได้ประมาณเดือน ธ.ค.พ.ค. จากนั้นในเดือน เม.ย. จะถอนต้นสตรอเบอร์รีออกแล้วปลูกถั่วพุ่มดำแทนเพื่อเพิ่มแร่ธาตุในดิน และมันยังเป็นปุ๋ยพืชสดที่ดี กรมการพัฒนาที่ดินได้เข้ามาพัฒนาดินให้เกษตรกร โดยให้ความรู้เรื่องการปลูกหญ้าแฝก “4 แถวปลูก 1 แถว” นั่นคือ ปลูกสตรอเบอร์รี 4 แถว แซมด้วยหญ้าแฝก 1 แถว เพื่อป้องกันดินถล่ม ดินสไลด์ และหญ้าแฝกจะปลูกเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องถางเปลี่ยนเหมือนสตรอเบอร์รี

สตรอเบอร์รี 1 ไร่ เป็นของ 1 ครอบครัว รับรายได้ปีหนึ่งเป็นแสนบาท ซึ่งผลผลิตที่ได้ทั้งหมดต้องขายให้โครงการหลวงเท่านั้น ห้ามขายให้พ่อค้าคนกลางเป็นอันขาด ดังนั้นถ้าใครต้องการซื้อสตรอเบอร์รีต้องไปซื้อที่ร้านโครงการหลวง เพราะจะได้สตรอเบอร์รีพันธุ์ 80 ของแท้ ปลอดสารเคมีร้อยเปอร์เซ็นต์ และราคาไม่แพงเหมือนร้านขายปลีกทั่วไป

เกือบลืมว่านักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวชมไร่สตรอเบอร์รีห้ามเด็ดกินหรือเด็ดเพื่อซื้อเด็ดขาด เพราะเขาไม่ขาย ไม่ให้ชิม

นอกจากสตรอเบอร์รีแล้ว บนดอยอ่างขางยังเต็มไปด้วยสวนผักอินทรีย์ที่ 1 ครอบครัว เป็นเจ้าของ 1 ไร่ และส่งผลผลิตให้เฉพาะโครงการหลวงเท่านั้น ส่วนมากเป็นผักสลัดต่างๆ ที่คอมังสวิรัติคงน้ำลายไหล แต่กฎที่นี่ยังเหมือนเดิม คือ มีไว้ให้ชมอย่างเดียว ซื้อไม่ได้

อ่างขาง สักครั้ง

คราวนี้ขอให้ทุกคนเตรียมชุดกันหนาว ใส่ถุงมือ ถุงเท้าให้พร้อม เพราะแม่คะนิ้ง หรือเหมยขาบ หรือน้ำค้างแข็งกำลังจะมา แม่คะนิ้งบนดอยอ่างขางมีให้เห็นตั้งแต่เช้ามืดถึงประมาณ 8 โมงเช้า บริเวณสถานีเกษตรดอยอ่างขาง ถ้าไปดูในช่วงแดดออกหน่อยๆ จะสวยกว่า เพราะแสงจะกระทบน้ำค้างและสะท้อนเกล็ดน้ำแข็งสีขาวด้านล่างเป็นพรมสีขาวประกาย อุณหภูมิยอดหญ้าติดลบ 2 องศาเซลเซียส แต่อุณหภูมิประมาณคนยืนจะสูงขึ้นเป็น 2 องศาเซลเซียส ที่แม้จะไม่ติดลบ แต่สำหรับคนเมืองร้อนก็หนาวไปถึงกระดูกแล้ว

แม้ว่าในช่วงนี้ไม่มีแม่คะนิ้งให้เห็น แต่อากาศบนดอยอ่างขางก็ยังเย็นกว่าพื้นดิน และดอกไม้เมืองหนาวก็ยังบานสะพรั่งสลับชนิดกันไปตลอดปี ช่วงไหนพอจะลาพักร้อนได้ลองวางแผนไปอ่างขางสักครั้ง และพักผ่อนบนดอยสักคืนหรือหลายคืน บนสถานีเกษตรหลวงอ่างขางมีบริการที่พักรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 140 คน ติดต่อไปที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทรศัพท์ 053-450-107-9 หรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสถานีอ่างขาง โทรศัพท์ 053-450-077 และยังสามารถใช้บริการมัคคุเทศก์น้อยและไกด์ท้องถิ่นพานำเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวเขาบนอ่างขางแบบสำเนียงท้องถิ่นกันได้


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท