posttoday
2012 สิ่งแวดล้อมยากจะคาดเดา

2012 สิ่งแวดล้อมยากจะคาดเดา

06 มกราคม 2555

วันนี้โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เราเคยรู้จัก อย่างน้อยที่เรารับรู้ได้ก็คือเรื่องของฤดูกาลเปลี่ยนแปลง

โดย...ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

วันนี้โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เราเคยรู้จัก อย่างน้อยที่เรารับรู้ได้ก็คือเรื่องของฤดูกาลเปลี่ยนแปลง ไปจนถึงภัยธรรมชาติที่รุนแรง แม้บางฝ่ายจะกล่าวว่าเหตุการณ์ธรรมชาติเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยปกติอยู่แล้วตั้งแต่อดีต เพียงแต่การเชื่อมโยงข่าวสารยังไม่รวดเร็วทั่วถึงเท่ากับปัจจุบัน เช่นโลกของเรามีแผ่นดินไหวเป็นประจำอยู่แล้วทุกวัน แต่เราไม่ได้รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจนกว่าจะกลายเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ แต่เราทุกคนก็ควรใช้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นบทเรียนหาทางแก้ไขและเรียนรู้ที่จะอยู่กับโลกในปี 2012 ซึ่งอาจจะไม่ใช่โลกเดิมๆ ที่เราเคยรู้จักก็เป็นได้

อย่าคาดการณ์ไกล

“สมัยก่อนยังพอคาดการณ์ได้ เช่น สิบปีน้ำท่วมใหญ่ที เดี๋ยวนี้อย่าไปคาดการณ์ไกล เพราะมันจะพลิกความคาดหมายอยู่ตลอดเวลา นั่นเกิดจากปัญหาโลกร้อน จากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน จากการที่มนุษย์เราย่ำยีธรรมชาติมานานจนสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมไปหมดแล้ว จากนี้ไปอะไรที่เกิดขึ้นเบาๆ จะทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อะไรที่เกิดขึ้นห่างๆ นานๆ ทีปีหนจะเกิดถี่ขึ้น” ดร.พิจิตต รัตตกุล ผู้อำนวยการบริหารแห่งมูลนิธิศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (Asian Disaster Preparedness Center : ADPC) อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้มีประสบการณ์แก้ไขปัญหาน้ำท่วมมาอย่างโชกโชน คาดการณ์ถึงภัยธรรมชาติในปี 2012 ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าจนกว่าเราจะพร้อมรับมือได้อีกต่อไป

2012 สิ่งแวดล้อมยากจะคาดเดา

ทุกวันนี้ประเทศไทยจะพบภัยแปลกๆ ที่เราไม่เคยพบเคยเจอบ่อยครั้งนัก เช่น ดินถล่ม จากเดิมที่เกิดขึ้นแค่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย เดี๋ยวนี้ 5,800 กว่าแห่ง ในต่างแดนมีกัมมันตรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิด้วย ทั่วโลกมีภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกมนุษย์ พบปริมาณน้ำมากมาย ไม่ว่าจะปากีสถาน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไทย ลาว และกัมพูชา แม้แต่อเมริกาหลังจากหิมะตกไม่นานเท่าไหร่ก็พบภัยแล้งทันที

นอกจากนี้ ดร.พิจิตต ยังให้คำแนะนำว่า สังคมยุคนี้ต้องทำใจและต้องมีวัฒนธรรมในการปรับตัวอยู่ร่วมกับภัยพิบัติให้ได้ “ถามว่ามันจะหมดไปไหม ไม่หมดหรอก เพราะเราได้ไปย่ำยีโลกจนเหลวเป๋วหมดแล้ว เพราะฉะนั้นต้องปรับตัวอยู่ร่วมกับเขาให้ได้ เหมือนจิ๊กโก๋หน้าบ้าน ไปไล่เขาไม่ได้หรอก คุณเดินเข้าบ้าน ก็ต้องระวังหัวตัวคุณเอง ต้องสร้างความเป็นมิตรให้กับเขา ปรับตัวให้กับเขา ไม่ใช่ไปทำหงุดหงิดใส่ เวลาเดินผ่านร้านกาแฟได้ยินเสียงเพลงดังหนวกหู แบบนี้เดี๋ยวก็โดนทุบหัว เราจึงปรับตัวให้เข้ากับสภาพ ต้องยอมทนกับเสียง ปิดกระจก ปิดแอร์ ปิดหู

ภาษาฝรั่งเรียกว่า Climate Change Adaptation หรือการปรับตัวให้เข้ากับสภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ฉะนั้นวัฒนธรรม สังคม ประชาชน ต้องเปลี่ยนหมด ต้องสร้างวัฒนธรรมของการอยู่ร่วมกับภัยพิบัติให้ได้ ถามผมว่าปีหน้าจะเป็นอย่างไร น้ำจะท่วมอีกไหม คิดไว้เลยว่ามาแน่ มาเยอะ ปริมาณคาดการณ์ไม่ได้ว่าแค่ไหน แต่ผมเชื่อว่าถ้าน้ำมาเท่าปีนี้รัฐบาลจะจัดการได้ดีกว่าปีที่แล้ว เพราะบทเรียนมีอยู่ ถ้าทำได้ไม่ดีก็คงต้องหาอะไรไปปาหัวแล้วล่ะ...”

ถ้าไม่ปรับตัว เราจะอยู่บนโลกนี้ไม่ได้

ด้าน ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร เผยอย่างตรงไปตรงมาว่า สภาพสิ่งแวดล้อมในปี 2012 เป็นต้นไปคือความเสี่ยงในความล่อแหลมกับการเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มากขึ้น เนื่องจากสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง โลกร้อนขึ้น ปริมาณน้ำฝนสูงขึ้น หน้าน้ำน้ำจะมาก หน้าแล้งก็จะแล้งหนัก เป็นความโหดร้ายของภัยธรรมชาติที่มนุษย์ต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

2012 สิ่งแวดล้อมยากจะคาดเดา

อย่างน้อยก็ต้องเผชิญต่อไปอีกไม่ต่ำกว่า 500 ปีข้างหน้า ที่โลกและมนุษย์บนโลกจะต้องผจญกับความผันผวนและรุนแรงของภัยพิบัติ นั่นหมายถึงว่าถ้าโลกตัดสินใจว่าจะลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์วันนี้ ผลกระทบจะส่งผลต่อเนื่องไปอีก 500 ปีจึงจะเริ่มดีขึ้น

ดังนั้น เมื่อรู้แน่ถึงสิ่งที่ต้องเจอ เราก็ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่ให้ได้กับธรรมชาติ โดยเฉพาะหน้าแล้ง ที่ต่อไปจะแล้งหนัก ถี่ รุนแรงและยาวนาน เป็นหน้าแล้งที่น่ากลัวไม่แพ้หน้าน้ำที่เพิ่งเกิดขึ้น แน่นอนคือความไม่แน่นอน โดยในรอบของการเกิดที่จะถี่ขึ้น เมื่อเสริมกับเอลนินโญ ทำให้ในระยะยาวเราจะเจอกับภัยแล้งที่จะมาแบบรุนแรง และถี่ขึ้นเรื่อยๆ

หน้าน้ำต้องหาที่ให้น้ำอยู่ ทำแก้มลิงหรืออ่างเก็บ เป็นต้น กรณีที่เป็นน้ำส่วนเกิน ก็ต้องหาทางผันน้ำเก็บเพราะหน้าแล้งที่โหดร้ายกำลังจะมา ปัจจุบันเราผันน้ำทิ้งอย่างเดียว ซึ่งสร้างปัญหามาก ภาครัฐต้องขวนขวายในเรื่องมาตรการจัดการน้ำและเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด ภายใต้เงื่อนไขที่หน้าแล้งจะแล้งจัด น้ำที่จัดเก็บต้องให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการ

ที่สำคัญที่สุดคือ การป้องกันน้ำในส่วนภาคของครัวเรือน สำคัญไม่แพ้การป้องกันน้ำในส่วนของภาครัฐ เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องเตรียมการรับมือ โดยระดับน้ำท่วมในปีนี้จะอยู่ที่ระดับใด การป้องกันทำได้โดยเทียบกับระดับน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา กระสอบทรายที่มีกันอยู่แล้ว ยังไม่ควรทิ้ง แต่ต้องเก็บไว้ คันดินและข้าวของเครื่องใช้ที่ปีที่แล้วยกสูงแค่ไหน ปีนี้อาจต้องยกสูงขึ้น หรืออย่างน้อยก็ในระดับเดียวกัน

มหาอุทกภัยอย่างที่เกิดขึ้นกับเราในปี 2554 จะเกิดขึ้นอีกไม่ช้าก็เร็ว เพราะมันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ปกติก็จะเกิดขึ้นในทุกรอบ 25 ปีอยู่แล้ว ประกอบกับภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง โลกร้อนขึ้น ความชื้นมากขึ้น ผลกระทบก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงต้องอาศัยการจัดการผังเมืองที่มีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดความรุนแรง

“ถ้าเราไม่ปรับตัว เราจะอยู่บนโลกนี้ไม่ได้ ปี 2555 จะเกิดน้ำท่วมหนักแบบในปีที่ผ่านมาหรือไม่ คงไม่มีใครบอกได้แน่ชัด แต่ถ้าเป็นระยะสั้น ผมคิดว่าปรากฏการณ์ลานินญายังมีอยู่ ซึ่งจะทำให้ภาคใต้ของไทยจะยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอีกครั้งในเดือน มี.ค.นี้” ดร.เสรี แนะนำให้ทุกคนเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติในทุกๆ ทาง แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแต่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า เราต่างได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยทั่วกัน

ในปี 2555 จึงอาจเป็นปีแห่งภัยพิบัติและยืนยาวต่อไปอีกหลายปี การป้องกันที่ดีเราควรรู้ว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับอะไร แต่สำหรับภัยธรรมชาติแล้วคือสิ่งที่เราไม่สามารถต่อกรได้เลย ไม่ว่าเราจะป้องกันดีแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะปรับตัวและช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติดูจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า ขอให้ทุกคนโชคดีและอย่าลืมปิดน้ำไฟก่อนออกจากบ้าน ช่วยประหยัดพลังงานลดการปล่อยคาร์บอน เผื่อธรรมชาติจะกลับมาทำร้ายเราน้อยลงกว่าที่เราเคยทำร้ายพวกเขาไว้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท