posttoday
‘ดอกฝ้าย ดีไซน์’ หมอนอิงจากเศษผ้าฝ้าย

‘ดอกฝ้าย ดีไซน์’ หมอนอิงจากเศษผ้าฝ้าย

26 กุมภาพันธ์ 2553

เรื่อง : วราภรณ์ ผูกพันธ์

 

 

“วัฒนธรรมพื้นบ้าน” บวกกับ “ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น” จนกลายมาเป็น “หมอนอิงสามเหลี่ยม” ซึ่งใช้เศษวัสดุจากผ้าฝ้าย ผ้าประจำท้องถิ่นของชาวบ้านทางภาคอีสาน สร้างสรรค์จนเป็นหมอนอิงสามเหลี่ยมประดิษฐ์ น่านั่ง นุ่มสบาย ผลิตจากเศษวัสดุเหลือใช้ เช่น ผ้าฝ้าย วัตถุดิบที่ถักทอของคนใน จ.อุบลราชธานี โดยใช้ชื่อว่า “Dok fai Design” ผลงานการออกแบบของ 2 นักศึกษา คณะศิลปประยุกต์และการออกแบบ วรรณิศา จงหาริมาต และพิวัฒน์ บุรมสิทธิ์ นักศึกษาปี 3 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ผลงานชิ้นนี้ เป็นผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจาก ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีทางอาคาร คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ปรึกษาโครงการ Eco Projects ของสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ให้โชว์ร่วมกับผลงานของเพื่อนๆ ในงานนิทรรศการ “Scrap Lab Exhibition 2009 : Reloaded” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว เป็นงานสร้างจิตสำนึกใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปริมาณการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และจุดประกายให้ผู้มาชมเกิดไอเดียและเห็นคุณค่าของเศษวัสดุเหลือใช้ มาผลิตเป็นสิ่งของต่างๆ

รักวัสดุในท้องถิ่น

ผลงาน “ดอกฝ้าย ดีไซน์” ของวรรณิศาและพิวัฒน์ ได้รับความสนใจจากผู้ชมภายในงานเป็นอย่างมาก จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์เกิดจากจิตสำนึกที่ดีของทั้งสองที่อยากเป็นหนึ่งในการช่วยรักษาโลกไม่ให้ร้อนมากไปกว่านี้ พอพวกเขาเห็นโบรชัวร์ชักชวนให้นักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการอีโค โปรเจกต์ ของสยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ที่ไปติดที่บอร์ดของคณะ ทั้งสองไม่รอช้า รีบเขียนโครงสร้างหมอนอิงสามเหลี่ยมทำจากเศษวัสดุผ้าฝ้ายในท้องถิ่นส่งไปให้คณะกรรมการในกรุงเทพฯ ตัดสิน เมื่อโครงงานผ่าน ถึงกรรมวิธีผลิตงานจริง ซึ่งต้องผ่านการเรียนรู้และลองผิดลองถูกอยู่นานหลายเดือนกว่าจะได้เป็นผลงานที่สวยเก๋ถูกใจผู้ดูผู้ชม

“เราอยากเน้นการพัฒนาโดยนำวัสดุที่มีอยู่รอบตัวเรามาทำให้กลายเป็นงานที่ดูสากลที่น่าสนใจ หมอนอิงก็เป็นหมอนอิงของภาคอีสาน ซึ่งมีเอกลักษณ์วัฒนธรรมของบ้านเราอยู่เต็มเปี่ยม อุบลราชธานีมีโรงงานผลิตผ้าฝ้ายเยอะมาก เศษที่เหลือจากการตัดเย็บ ผ้าฝ้ายทอมือก็มี เราจึงนำเศษผ้าเหล่านั้นมาทำ ลองเย็บกันในแบบต่างๆ ทั้งขยี้ ปั่นเส้นด้าย ให้เกิดวัสดุใหม่ๆ ใช้เวลาทดลองอยู่เดือนกว่าๆ เราจึงคิดนำเศษผ้าฝ้ายนี่แหละมาทำเป็นหมอนอิงดีกว่า แต่เศษผ้าเล็กมากๆ ทำอะไรไม่ได้นอกจากเย็บต่อๆ กันเป็นฟอร์มใหม่ขึ้นมาได้ จึงกลายมาเป็นหมอนอิงในที่สุด” วรรณิศา เล่า และบอกต่อว่า โปรเจกต์นี้เป็นการออกแบบสิ่งของจากเศษวัสดุ

“เราจึงนึกถึงขยะจากผ้าฝ้าย เนื่องจากที่อุบลราชธานีผลิตและมีผ้าฝ้ายเยอะ เป็นผ้าท้องถิ่น เป็นงานแฮนด์เมดมัดย้อม เราน่าจะนำเศษผ้าฝ้ายมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ ออกแบบแล้วนำเศษผ้าฝ้ายไปยัดด้านใน และตกแต่งด้านนอกด้วยเศษผ้าฝ้ายด้วยเช่นกัน” วรรณิศา บอก

แต่กว่าความคิดจะตกผลึกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย “กว่าจะคิดงานออกมาได้ เราคิดกันเยอะ มีการทดลอง วิเคราะห์ใช้วัสดุต่างๆ อยู่ 1 เดือน ซึ่งขั้นตอนการคิดหาวัสดุยากมาก เพราะเศษผ้าฝ้ายไม่ใช่วัสดุพื้นๆ เราต้องแยกสี สีไหนไม่เหมือนคัดออก จนเหลือเศษผ้าฝ้ายให้น้อยที่สุด” พิวัฒน์ เล่า

 

แรงบันดาลใจในงานออกแบบ

แรงบันดาลใจในการออกแบบหมอนอิงของภาคมีการดึงเอารูปทรงของดอกไม้ ด้วยการนำเศษผ้ามาจับเป็นกลีบของดอกไม้ คือ ดอกฝ้ายติดประดับบนหมอน ทำให้เกิดเทกซ์เจอร์ใหม่ๆ คิดสร้างสรรค์ตัวหนอน เพื่อจินตนาการให้หนอนมาเกาะบนดอกไม้ อีกทั้งตัวหนอนยังใช้ประโยชน์เป็นหมอนหนุนได้อีกด้วย

“แนวคิดของหมอนอิง คือ วัสดุก็ทอมาจากดอกฝ้าย มีการจับจีบอยู่บนหมอน ถ้าให้สมจริงต้องมีหนอนเกาะอยู่ตามดอกฝ้าย เราจึงทำเป็นตุ๊กตา เหมือนหมอนอิง กลายเป็นหมอนสองชิ้น เป็นหมอนกอด หมอนข้าง จึงเกิดเป็นมิติบนหมอน เมื่อออกแบบได้ เราจึงเริ่มหาวัสดุ โดยหาตามร้านผ้าฝ้ายในจังหวัด แล้วก็นั่งอยู่กับมันเกือบเดือน คิดกันว่าจะเย็บอย่างไร มีการจดบันทึกเป็นกระบวนการดีไซน์ มีการสเกตช์ภาพ การเปิดดูหนังสือว่ารูปทรงหมอนจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งการเปิดหนังสือจะทำให้เราไม่ทำงานซ้ำกับชิ้นงานที่มีออกมาแล้ว อีกทั้งศึกษาเรื่องสีเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน” พอคิดได้เริ่มลงมือทำ เย็บมือกันเอง ยัดเอง โดยมีที่ปรึกษาเป็นคุณยายของเพื่อนๆ ช่วยแนะนำและให้กำลังใจ

“การเย็บค่อนข้างยาก เราต้องเย็บหมอนรูปสามเหลี่ยมเล็กๆ เป็นพันก้อน ขั้นตอนแรกตัดผ้าเป็นสามเหลี่ยมแล้วเย็บประกบกันเป็นก้อน แล้วยัดเศษผ้าลงไปให้ตึง พอได้เป็นก้อนก็ต้องเย็บติดกันเป็นหมอนอิง แล้วก็ต้องมานั่งเย็บดอกฝ้ายติดอยู่บนหมอนทีละชิ้น เย็บติดกันจนเป็นผืน ใช้เวลาเย็บนานมาก เป็นงานแฮนด์เมดจริงๆ เพราะเย็บด้วยมือ เย็บยากมาก แต่มีคุณยายที่เป็นช่างให้คำแนะนำ เป็นกำลังใจ เพราะเขาอยากเห็นว่าถ้าหมอนอิงเสร็จแล้วรูปร่างหน้าตาจะเป็นอย่างไร” พิพัฒน์ เล่า และบอกต่อเกี่ยวกับการแก้ไขอุปสรรคในการทำงาน

“อุปสรรคการทำงานชิ้นนี้คือผ้า จะต้องมีการคุมโทนสี ด้วยเป็นผ้าเศษมีสีที่ต้องการหมด ไม่พอเราต้องหาเพิ่ม จะใช้อะไรแทน โทนสี เอิร์ทโทน เป็นหมอนอิง เป็นที่พักผ่อน สีเย็นตา สบายตา วางให้คงสีดอกไม้ ดอกฝ้ายหวานๆ มัดย้อมเอง จึงคุมสีไม่ได้ ยิ่งผ้าฝ้ายพิเศษ เป็นเส้นใยใหญ่ ยิ่งเย็บยาก ต้องอดทน ท้อก็ต้องทิ้งงานไว้สักพัก กลับมาเย็บใหม่ จนเสร็จเป็นชิ้นงาน”

สิ่งที่ได้จากการทำงาน

สิ่งที่ทั้งสองได้จากการทำงานนอกห้องเรียน คือ ความมุ่งมั่น การคิดแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลา มีการเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหา ฝึกคิด ฝึกออกแบบ ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น และไม่ผิดหวัง ทั้งสองฟันฝ่าอุปสรรคจนได้เป็นหมอนอิง มีหลายฟังก์ชันให้เลือกใช้ทั้งหมด 3 ชิ้น 1.ใช้นั่งเป็นเบาะญี่ปุ่น 2.ใช้เป็นหมอนอิง และ 3.ตัวหนอนเป็นหมอนข้างได้ด้วย หยิบจับไปนั่งนอนที่ไหนก็แสนสบาย

หมอนอิงชิ้นนี้มีการจดลิขสิทธิ์เรียบร้อยก่อนส่งงานออกโชว์

“พอนำงานออกโชว์ ฟีดแบ็กดีมาก เหมือนเป็นกำลังใจให้พวกเราสร้างสรรค์งานจากวัสดุเหลือใช้อื่นๆ อีก พวกเราคิดพัฒนาต่อ อาจเย็บเป็นเซตชุดรับแขก ผสมกระจก พลาสติก อาจจะกลายเป็นชิ้นงานที่น่าสนใจ ทำเป็นชิ้นงานก่อนเรียนจบ เราสนใจวัสดุเหลือใช้มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นงานท้าทายด้านการออกแบบ เมื่อเราออกแบบได้แล้วยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอีก เรารู้สึกทึ่งกับวัสดุเหลือใช้มาก ถ้าเราคิดทำวัสดุให้เปลี่ยนไปได้ น่าสนใจกว่าวัสดุที่มีอยู่เดิมอีก เช่น ลองขยี้ ดัด หรือตัด ก็จะเกิดวัสดุอื่นๆ เซอร์ไพรส์คนดู คนจะงงว่าเป็นเศษขยะจริงๆ เหรอ ซึ่งแนวโน้มในอนาคต การใช้วัสดุเหลือใช้คนจะนิยม” วรรณิศา บอก

สุดท้าย พิพัฒน์ฝากทิ้งท้ายว่า ผู้บริโภคอย่ายึดติดกับของแบรนด์เนม โดยหันมานิยมงานดีไซน์วัสดุเหลือใช้ คิดทำจากสิ่งของเหลือใช้ บางครั้งเป็นงานที่ดี เป็นการลดโลกร้อน ส่งเสริมวงการนักออกแบบไทย อีกทั้งมนุษย์ไม่ควรที่จะสร้างขยะ อยากให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจไม่สร้างขยะ จะได้ไม่ต้องนั่งแก้ปัญหาขยะล้นโลก

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง