
เผชิญวิกฤตแห่งปัญหา...ด้วยหัวใจที่มีธรรม ธรรมะเนื่องในวารดิถีขึ้นปีใหม่พ.ศ.๒๕๕๕ (ตอน๔)
จนกว่าจะพบวิธีการที่ถูกต้อง ซึ่งอ้างอิงหลักแห่งศีลธรรมในเบื้องต้นแห่งการแก้ปัญหา
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา : จนกว่าจะพบวิธีการที่ถูกต้อง ซึ่งอ้างอิงหลักแห่งศีลธรรมในเบื้องต้นแห่งการแก้ปัญหา จึงหนีไม่พ้นการเบียดเบียนทำร้ายทำลายต่อกัน ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมนั้นๆ ตามที่คิดหวังว่า จะทำให้ปัญหาความทุกข์เหล่านั้นสูญสิ้นไปได้... เมื่อกลับมาพิจารณาดูการแก้ไขปัญหาจากวิกฤตการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาของสังคมไทย ที่มุ่งไปตามหลักตรรกศาสตร์มากกว่าแนวคิดทางพุทธศาสน์ จึงยังไม่จบสิ้นแห่งปัญหาดังกล่าว ตั้งแต่น้ำเริ่มไหลหลากลงไปสู่พื้นที่ชุมชนต่างๆ จนท่วมทับเมืองในแต่ละแห่ง แม้เมืองหลวงของประเทศก็หนีไม่พ้นในวิกฤตการณ์นั้น ...
สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นความจริง (Truth) จากเหตุการณ์ (Fact) ดังกล่าว คือ การทะเลาะวิวาทเบียดเบียนกัน ที่เกิดขึ้นไปทุกถิ่นฐาน ทั้งในระดับพื้นที่ จนถึงระดับสังคมและประเทศชาติ ... หลายเรื่องราวที่เป็นปัญหา สืบเนื่องจากวิกฤตแห่งปัญหาน้ำท่วม แผ่กว้างไปทั่วในหมู่ชน ภาพข่าว การทะเลาะวิวาท ด่าทอ โกรธแค้น ชี้โทษมึง ชี้โทษกู จึงเกิดขึ้น แม้จนถึงวันนี้ก็ยังไม่จบสิ้น ด้วยผลแปรแห่งปัญหา จากน้ำไปสู่ขยะ และจากขยะไปสู่ปัจจัยปัญหาต่างๆ ที่กำลังสืบเนื่องต่อไป ดังที่กำลังปรากฏภายหลังวิกฤตน้ำท่วม จนนำสู่ปัญหาชีวิตที่จะต้องพบกับ ... การขาดแคลนเงินทอง การเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บ
การสูญเสียสุขภาพจิตที่ดี ที่ให้สั่งสมความหวาดวิตกกังวลไปถึงกาลข้างหน้าอย่างสืบเนื่องว่า แล้วชีวิตของเรา จะต้องพบปัญหาดังกล่าวนี้อีกหรือไม่...ซึ่งล้วนแล้วแต่ยังไม่ยุติปัญหา...จึงยังไม่สามารถหยุดยั้งความทุกข์ ที่แปรรูปส่งต่อมาตามเหตุปัจจัยได้อย่างที่ควรเป็น ...ดังตัวอย่าง เมื่ออาตมานั่งเครื่องบินเดินทางกลับมา จ.เชียงใหม่ แอร์โฮสเตสท่านหนึ่งได้ปรารภเพื่อเรียนถามอาตมา จากปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ ที่สูญเสียทรัพย์สินไปเกือบหมดสิ้น ที่จมหายไปกับสายน้ำ ถึงกับกล่าวว่า “...หมดเนื้อหมดตัวกับน้ำท่วมครั้งนี้ กำลังซ่อมแซมบ้านอยู่ คงจะหลายแสนบาท ซึ่งไม่ทราบว่า อีก ๖ เดือนข้างหน้า น้ำจะท่วมอย่างนี้อีกไหม?!”
ปัญหาต่างๆ ที่แปรเป็นความทุกข์ แฝงอยู่ในรูปของความหวาดวิตกกังวลในจิตใจจนหวาดผวา จึงกลายเป็นความทุกข์ที่เพิ่มพูนทับถมความทุกข์ ให้มีความทุกข์ยิ่งขึ้น มากขึ้น...จนกลายเป็นความหมักหมมของกิเลส ที่สืบเนื่องอยู่ในความทุกข์ ที่เรียกว่า กิเลสาสวะ ที่จะส่งกลับไปให้เป็นอาหารของอวิชชา ให้เพิ่มพูนเติบโตยิ่งๆ ขึ้น...อวิชชา ยิ่งเติบโตมากขึ้นด้วยกิเลสาสวะเป็นปัจจัย
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







