posttoday
ของขวัญสำหรับถิ่นวิบัติภัย (2)

ของขวัญสำหรับถิ่นวิบัติภัย (2)

26 กุมภาพันธ์ 2553

เรื่อง / ภาพ ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม

 

พืชจำพวกไม้ต้นและไม้พุ่มจำนวนไม่น้อย เช่น เสมา (Opuntia) Atriplex Nummularia และไม้ต้น เช่น Prosopis Tamarugo อาจถูกใช้เป็นแหล่งวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้เขียนไปเห็นดงต้น Prosopis ชนิดหนึ่งบนลาดเชิงเขาภูเขาไฟเก่าที่โฮโนลูลู ฮาวาย ที่นั่นพื้นมีแต่กรวดหินลาวาภูเขาไฟที่เริ่มผุพังสลายตัวไปเพียงบางส่วน ฝูงสัตว์ เช่น แพะ แกะที่มีอยู่ และหากจะมีพวกหมูป่าซึ่งชุกชุมได้เข้ามากัดกินใบยอดอ่อนของไม้ยืนต้นดังกล่าว สภาพการณ์เช่นที่ว่านี้ไม่อาจบอกได้เลยว่าจะมีไม้ต้นชนิดอื่นใดดำรงชีวิตอยู่ได้ แม้แต่หญ้าก็ตามที ต้นโพรโซพิสนี้อาจเติบโตได้ดีบนพื้นที่ที่มีแต่คราบขี้เกลือจับอยู่ตามผิวหน้าของพื้นที่ซึ่งมีฝนตกน้อยกว่า 100 มม. ต่อปีด้วยซ้ำไป โดยเกือบเรียกได้ว่าเป็นเขตปลอดฝน (Rain Shadow) เลยทีเดียว ไม้ต้นที่กิ่งก้านมีหนามน่าสะพรึงกลัวนี้ได้รับน้ำจากละอองไอเมฆและหมอกซึ่งลอยมาปะทะใบและผิวลำต้น รวมตัวกันสู่พื้นหินกรวดลาวา ซึ่งน้ำจะซึมลงสู่ระบบรากที่หยั่งลงไปลึกได้หลายเมตรทีเดียว

ที่ประเทศชิลีในอเมริกาใต้ ต้นโพรโซพิสที่ถูกปลูกเป็นสวนป่ากว้างใหญ่สามารถรองรับแพะและแกะได้ตั้งแต่ 1020 ตัวต่อเฮกตาร์ (6.25 ไร่) ชิลีนี้เป็นเจ้าตำรับของโครงการดักน้ำจากเมฆหมอกที่ลือลั่นไปทั่วโลก

ในเคพเวอร์เด (Cape Verde) ซึ่งเป็นเขตกึ่งแล้ง (SemiArid) แห่งหนึ่งของโลก ที่นี่สภาพแวดล้อมสาหัสมาก เขาปลูกต้นโพรโซพิสกันเป็นป่าเพื่อรองรับฝูงสัตว์เลี้ยงที่ชาวบ้านจำเป็นต้องมีเพื่อรีดเอานมและฆ่าเอาเนื้อหนัง และแม้แต่กระดูกก็เป็นอาหารโปรดของสุนัขที่เคพเวอร์เด ทั้งใบและฝักอ่อนของไม้ต้นชนิดนี้เป็นอาหารที่ดีที่สุดของแพะและแกะ ผู้คนที่นั่นยืนยันว่าไม้ต้นเดียวสามารถผลิตฝักได้ถึง 30 กิโลกรัมภายในเวลาปีเดียว และเมล็ดของมันก็อุดมไปด้วยโปรตีนเสียด้วย นี่เป็นของขวัญจากพระเจ้าที่ส่งมาช่วยพวกเขาให้มีชีวิตรอดอยู่โดยแท้

ต้นโพรโซพิสอันน่ามหัศจรรย์นี้ยังปกป้องผืนดินจากภาวะแผ่นดินกัดกร่อนที่นักวิชาการภาษาไทยเรียกว่า กษัยการ (อ่านว่า กะไสยะกาน) (Erosion) ดูประดักประเดิดชอบกล อันเกิดจากแรงปะทะเม็ดฝนและการไหลบ่าของน้ำหรือลมพายุก็ตามที

ชาวฮาวายเอียน (Hawaiian) เรียกไม้ต้นมหัศจรรย์นี้ว่า ไคอาวี (Kiawe) บางคนเรียกมันว่า “เมสไควท์” ดูเหมือนมันเป็นคนละ Species กับชนิดที่อยู่ในเคพเวอร์เด เพราะมีชื่อว่า Prosopis Pallid และที่ดีมากคือมันอยู่ในวงศ์ถั่ว (Fabaceae)

ไคอาวี หรือเมสไควท์นี้เป็นไม้ต้น แม้บางคนจะเรียกเป็นไม้พุ่มก็ตาม แต่ต้นมันสูงได้กว่า 50 ฟุตทีเดียว มันมีขนาดและรูปทรงที่แตกต่างกันไป ที่แน่ๆ คือมันมีระบบรากลึกมาก มันสามารถดูดเอาน้ำใต้ดินขึ้นมาจากเขตกึ่งแล้งได้อย่างสบาย ลำต้นและกิ่งก้านอาจถูกลมตีจนบิดเป็นบอนไซ ซึ่งก็ดูสวยงามแปลกตานักพืชสวนอย่างเรา ใบของมันจัดเป็นใบประกอบ มีใบย่อยคล้ายกระถิน แต่ขนาดใหญ่กว่ามาก ดอกสีเหลืองขนาดเล็กเกิดเป็นช่อแบบ Spike ดูคล้ายตัวบุ้งตัวหนอนที่มีขนสีเหลือง ฝักแข็งสีเหลืองมีไขปกคลุม หนามของมันทั้งแหลมทั้งยาว ตำทะลุพื้นรองเท้ายางได้อย่างสบาย

ไคอาวี (โพรโซพิส) นี้มีถิ่นเดิมอยู่ในอเมริกาใต้ แต่แพร่พันธุ์ไปหลายแห่งในอเมริกากลาง รวมทั้งฮาวาย ตามพื้นลาวาชายหาด และขึ้นไปบนที่ลาดชันบนภูเขาไฟเก่าสูงถึง 2,000 ฟุตก็มี ชาวบ้านตัดฟันลำต้นกิ่งก้านเอาไปทำฟืนซึ่งจำเป็นแก่ชีวิตของพวกเขา ดอกให้น้ำต้อยแก่ผึ้งโพรงและมิ้ม ซึ่งเป็นของโปรดสำหรับชาวเกาะ ฝักของมันเป็นอาหารโปรดของฝูงหมูป่า แพะ และแกะ แต่ที่สำคัญยิ่งก็คือมันเป็นไม้ต้นสำหรับปลูกป่าในเขตภัยพิบัติที่สำคัญยิ่งในเขตที่มีทั้งภาวะแห้งแล้งกันดารน้ำ แต่ก็เตือนเอาไว้ก่อน มันเป็นไม้ต้นที่มีระบบรากลึก ดังนั้นจึงดูดกินน้ำจากแหล่งน้ำใต้ดินได้ดีมาก จึงห้ามปลูกใกล้บ่อน้ำ แหล่งน้ำกินน้ำใช้ของชุมชน

มนุษย์เราเป็นสัตว์ประเสริฐที่มีมันสมอง ดังนั้นถ้ารู้จักคิดรู้จักใช้แล้วจะไปกลัวต้นไม้ด้วยเหตุผลใด?

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท